ครม.ดันโครงการ 5 จังหวัดชายแดนใต้ เร่งแก้น้ำท่วม ซ่อมถนน สร้างรพ.

ครม.ดันโครงการ 5 จังหวัดชายแดนใต้ เร่งแก้น้ำท่วม–ซ่อมถนน–สร้าง รพ.–หนุนธุรกิจ เดินหน้า 44 โครงการเร่งด่วน 1,269 ล้านบาท

1 กันยายน 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบผลการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ (สงขลา สตูล ยะลา นราธิวาส และปัตตานี) ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอ โดยที่ประชุม ครม. มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาข้อเสนอโครงการสำหรับ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติราชการประจำปีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขอรับการจัดสรรงบฯ ตามขั้นตอนต่อไป ดังนี้

1. โครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วน พร้อมดำเนินการได้ทันที รวมทั้งสิ้น 44 โครงการ งบประมาณ 1,269.02 ล้านบาท 2. ข้อเสนอเชิงนโยบายของพื้นที่ที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุน รวมทั้งสิ้น 59 โครงการ งบประมาณ 62,336.44 ล้านบาท

นอกจากนี้ ครม. ยังเห็นชอบในหลักการข้อเสนอมาตรการเร่งด่วนที่มีความพร้อมในการขับเคลื่อน (Quick win) และข้อเสนอเพื่อดำเนินการในระยะยาว 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1. ด้านเศรษฐกิจ เช่น ปรับปรุงเงื่อนไข Soft Loan ลดขั้นตอนด่าน ตม. ศุลกากร พัฒนาระบบออนไลน์ และตั้ง One Stop Service การประกอบธุรกิจ 2. ด้านสังคม เช่น ออกแบบโรงพยาบาลหาดใหญ่ แห่งที่ 2 และทำ MOU แรงงาน ไทย - มาเลเซีย 3. ด้านความมั่นคง เช่น ยกระดับ ชรบ. เป็นเครือข่ายความปลอดภัย และติดตั้ง CCTV ให้ครอบคลุม 4. ด้านภัยพิบัติ เช่น เพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ สร้างศูนย์พักพิง ผู้ประสบภัย จ.ปัตตานี และเร่งฟื้นฟูถนนเสียหาย

นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม. ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ในพื้นที่ 5 จังหวัดให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว สำหรับโครงการที่เห็นควรขอรับการจัดสรรงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงินรวม 67 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ (เทศบาลนครหาดใหญ่) งบประมาณ 25.90 ล้านบาท 2. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติ (เทศบาลเมืองควนลัง) งบประมาณ 21.10 ล้านบาท 3. โครงการก่อสร้างอาคารศูนย์พักพิงชั่วคราว สำหรับผู้ประสบภัย จังหวัดปัตตานี งบประมาณ 20 ล้านบาท

รวมทั้งมอบหมายหน่วยงานพิจารณาขอรับการจัดสรรงบฯ โดยเร่งด่วน ประกอบด้วย 1. กระทรวงคมนาคม ขุดลอกร่องน้ำของท่าเรือสงขลาและปัตตานีให้ลึกประมาณ 9 - 10 เมตร เพื่อให้สามารถรับเรือสินค้าขนาดใหญ่และรองรับการระบายน้ำในพื้นที่ โดยให้สำนักงบฯ พิจารณาแหล่งเงินที่เหมาะสม 2. กระทรวงสาธารณสุข เร่งรัดการออกแบบก่อสร้างโรงพยาบาลหาดใหญ่ แห่งที่ 2 วงเงิน 250 ล้านบาท โดยพิจารณาปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบฯ ทั้งนี้ หากไม่เพียงพอให้ ดำเนินการเสนอขอใช้งบกลางตามระเบียบขั้นตอนต่อไป

3. โครงการตามแผนความต้องการฟื้นฟูทางหลวงของกรมทางหลวง จำนวน 45 โครงการ กรอบวงเงิน 835. 8 ล้านบาท เพื่อเร่งซ่อมแซมถนนและโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์ภัยพิบัติ ตั้งแต่ปี 68 ทั้งนี้ ให้ กระทรวงคมนาคม รับไปพิจารณาความพร้อมและความเหมาะสมของโครงการ เพื่อบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติราชการประจำปีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขอรับการจัดสรรงบฯ ตามขั้นตอนต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม.อนุมัติย้ายสถานที่จัดงาน 'พืชสวนโลก 72' จากเดิม อ.คง ไป อ.ปากช่อง

ครม. อนุมัติย้ายสถานที่จัดงานพืชสวนโลก 2572 จากอำเภอคง เปลี่ยนเป็นอำเภอปากช่อง ให้เร่งจัดทำผังแม่บท แผนบริหารจัดการและใช้ประโยชน์พื้นที่ภายหลังการจัดงาน ให้ไปอย่างเหมาะสม คุ้มค่า ใช้ประโยชน์ต่อเนื่องหลังสิ้นสุดการจัดงาน งบเดิม 4,281 ล้านบาท

'อนุทิน' เยี่ยมชมย่านเมืองเก่าสงขลา แวะร่วมวงดนตรี โชว์เป่าแซกโซโฟน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี(ครม.) เดินเยี่ยมชมและติดตามการขับเคลื่อนการเสนอเมืองเก่าสงขลาขึ้นทะเบียนมรดกโลก

'วันนอร์' เผยตั้งคกก.รวมพลังมหาดไทย-ตำรวจ-ทหาร บูรณาการดับไฟใต้

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้กล่าวภายหลังร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายกฯ เวิร์กชอป ครม.สัญจร ระดมความเห็นพัฒนา 5 จังหวัดภาคใต้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ระดมความคิดเห็น ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนวทางการพัฒนาในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส)

'โฆษกรัฐบาล' แจง 'ครม.สัญจร' เป้าหมายสำคัญรับฟังปัญหาพื้นที่ นำข้อเสนอสู่การตัดสินใจ

รัชดา ชี้เป้าหมายสำคัญของ ครม.สัญจร ครั้งนี้ คือการนำเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่โดยตรงไปสู่แนวทางการแก้ปัญหาที่ค้างคา