“วัชระ” ท้าชน “สตช.-ขนส่ง” ร้องผู้ตรวจการฯ สั่งเบรกอายัดป้ายภาษี ซัดพ่วงจ่ายใบสั่งสูบเลือด ปชช. แฉโควตาแบ่งเค้ก 95%
9 กันยายน 2569 - นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยเพิกถอนกฎหมายจราจรที่ให้อำนาจกรมการขนส่งทางบกงดออกป้ายภาษีรถยนต์กรณีค้างชำระค่าปรับ พร้อมจี้เพิกถอนข้อบังคับกระทรวงการคลังที่เอื้อให้ตำรวจหักส่วนแบ่งค่าปรับจราจรเป็นเงินรางวัลได้สูงสุดถึง 95% ชี้เป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ ละเมิดสิทธิประชาชน และมีลักษณะผลประโยชน์ทับซ้อน
เนื้อหาในคำร้องของนายวัชระ ระบุถึงกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกรมการขนส่งทางบก ทำบันทึกข้อตกลงเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อให้นายทะเบียนงดออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี (ป้ายวงกลม) แก่เจ้าของรถที่ค้างชำระค่าปรับจราจร โดยนายวัชระระบุว่า มาตรการดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 29 และ 39 เนื่องจากเป็นการตัดสิทธิการโต้แย้งและบังคับให้ประชาชนจำยอมชำระค่าปรับ ทั้งที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลไม่มีความผิดจนกว่าศาลจะพิพากษาถึงที่สุด รวมทั้งการให้เจ้าของรถรับผิดชอบแทนผู้ขับขี่เป็นการผลักภาระที่ไม่เป็นธรรม
โดยนายวัชระ ยังอ้างถึงคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด (คดีหมายเลขแดงที่ อ. 50/2568) ซึ่งเคยวินิจฉัยให้แบบใบสั่งจราจรเดิมไม่ชอบด้วยกฎหมาย แม้ต่อมา สตช. จะออกประกาศรูปแบบใบสั่งใหม่ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 โดยปรับเปลี่ยนเป็น "คำสั่งปรับเป็นพินัย" แต่กลับกำหนดเงื่อนไขว่า หากประชาชนต้องการปฏิเสธข้อกล่าวหาหรือขอผ่อนผัน จะต้องเดินทางไปยื่นคำร้อง ณ หน่วยงานผู้ออกใบสั่ง ซึ่งอาจอยู่ต่างจังหวัด เป็นการสร้างภาระและค่าใช้จ่ายแก่ประชาชนเกินกว่าอัตราค่าปรับ เสมือนการบังคับทางอ้อมให้ต้องยอมจ่าย
นอกจากนี้ ประเด็นสำคัญที่ถูกยกขึ้นมาร้องเรียนคือ ข้อบังคับกระทรวงการคลัง พ.ศ. 2546 ที่อนุญาตให้ สตช. นำเงินค่าปรับจราจรในส่วนที่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน (ร้อยละ 50 ของค่าปรับทั้งหมด) ไปหักเป็นค่าใช้จ่ายและเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ถึงร้อยละ 95 ทำให้รัฐเหลือเงินนำส่งคลังจริงไม่ถึงร้อยละ 1 นายวัชระระบุว่า การที่เจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนได้เสียกับเงินค่าปรับโดยตรง ทำให้การบังคับใช้กฎหมายขาดความเที่ยงธรรม เปรียบเสมือน "หมอเลี้ยงไข้" ที่มุ่งหวังเพียงรายได้จากส่วนแบ่งค่าปรับ
ตอนท้ายของคำร้อง นายวัชระขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่ง คสช. ที่ 14/2560 และฉบับที่ 12 พ.ศ. 2562) รวมถึงประกาศรูปแบบใบสั่งฉบับใหม่ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และขอให้มีคำสั่งระงับการเชื่อมโยงข้อมูลบังคับจ่ายค่าปรับแลกป้ายภาษีระหว่าง สตช. กับ กรมการขนส่งทางบกทันที พร้อมเสนอให้คณะรัฐมนตรีแก้ไขกฎหมายเพื่อโอนเงินค่าปรับจราจรตกเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นำไปใช้จัดการระบบจราจรแทนการแบ่งเป็นเงินรางวัลให้ตำรวจ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชาวบุรีรัมย์ร้องถูกสวมสิทธิเป็นคนพิการ ปลอมลายมือค้ำประกันกู้เงินธกส.
นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนางสาววิภา หายโศรก อายุ 41 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ความว่า ด้วยดิฉันนางสาววิภา หายโศรก ขอร้องเรียนว่า ดิฉันถูกมิจฉาชีพนำชื่อดิฉันไปสวมสิทธิ์ทำบัตรคนพิการ ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประเภท4-5 ป่วยติดเตียงและจิตเวช ที่จังหวัดบุรีรัมย์
ร้องเพลงรอต่อไป! สั่งสำนักงานศาล รธน.ศึกษาข้อมูลปมบาร์โค้ดเพิ่มเติม
'ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ' สั่งสำนักงานศาล รธน. ศึกษาข้อมูลการกำหนดรูปแบบ และจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้บาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์เพิ่มเติม เสนอศาลพิจารณาประกอบการ ไต่สวนพยาน
ศาลอุทธรณ์ฯ สั่งจำคุก 6 เดือน 2 อดีตบิ๊กสภาฯ คดีแจ้งเท็จปมเอกสารรัฐสภาใหม่
ศาลอุทธรณ์ฯ พิพากษาจำคุก 6 เดือน 'สรศักดิ์-ชัชวาล' อดีตบิ๊กสภาฯ คดีแจ้งความเท็จปมเอกสารสภาใหม่ 'วัชระ' ลั่นหมดยุคอัยการอุ้มข้าราชการทุจริต
'แสวง' นำทีมพร้อมอีก 4 พยานไต่สวนคดีบาร์โค้ด 26 ส.ค.นี้
ศาล รธน.สั่งนัดไต่สวน 5 พยานรวมเลขา กกต. 26 ส.ค. นี้ ในคดีบัตรเลือกตั้ง 8 ก.พ. ปม Barcode–QR Code ละเมิดเลือกตั้งโดยลับ
หน่วยงานรัฐขยับ! แก้กฎหมายลงโทษแรงขึ้น จำคุก-ปรับหนัก 'นอมินี' เพิ่มฐานความผิดฟอกเงิน ยึดที่ดินด้วย
นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปัญหาสแกมเมอร์ และนอมินี ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินกำลังดำเนินการอยู่ ว่า สำหรับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้านและต่างประเทศ อาทิ เรื่องสแกมเมอร์ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ลงพื้นที่ตามรอยแนวชายแดนหลายแห่ง เ
ผู้ตรวจการแผ่นดินจัดสัมมนา ชูทิศทางตรวจสอบรัฐยุคใหม่ เชื่อมข้อมูลเครือข่ายความร่วมมือ
สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน จัดประชุมสัมมนาวิชาการประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้แนวคิด "กลไกการตรวจสอบหน้าที่ของรัฐ กุญแจสู่การสร้างธรรมาภิบาลอย่างยั่งยืน” โดยมีคณะผู้บริหาร ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ องค์กรอิสระ หน่วยงานภาคี นักวิชาการจำนวนมาก เข้าร่วม แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์การทำงาน เพื่อยกระดับการบริการภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ ประชาชนเข้าถึงง่าย แก้ปัญหาได้รวดเร็ว และป้องกันไม่ให้เกิดความเดือดร้อนซ้ำ

