ผู้ตรวจการแผ่นดินจัดสัมมนาวิชาการประจำปี 2569 ชูทิศทางตรวจสอบรัฐยุคใหม่เชื่อมข้อมูล–เครือข่ายความร่วมมือ–ข้อเสนอแนะ สู่การแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์ของประชาชน
23 กรกฎาคม 2569 - เวลา 09.00น. ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน จัดประชุมสัมมนาวิชาการประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้แนวคิด"กลไกการตรวจสอบหน้าที่ของรัฐ กุญแจสู่การสร้างธรรมาภิบาลอย่างยั่งยืน” โดยมีคณะผู้บริหาร ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ องค์กรอิสระ หน่วยงานภาคี นักวิชาการจำนวนมาก เข้าร่วม แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์การทำงาน เพื่อยกระดับการบริการภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ ประชาชนเข้าถึงง่าย แก้ปัญหาได้รวดเร็ว และป้องกันไม่ให้เกิดความเดือดร้อนซ้ำ
นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ที่ผ่านมา สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินให้ความสำคัญกับการทำงานเชิงรุกป้องกันปัญหา เป็นคนกลางประสานความเข้าใจระหว่างประชาชนกับหน่วยงานของรัฐในการใช้อำนาจตามกฎหมาย เสนอแนะแนวทางแก้ไขที่ต้นเหตุอย่างเป็นระบบครอบคลุมทุกมิติเพื่อยกระดับการบริหารราชการแผ่นดินและสร้างประโยชน์สุขให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน เป้าหมายของการตรวจสอบไม่ใช่การจับผิดหรือตำหนิหน่วยงานของรัฐ แต่คือการช่วยกันทำให้การบริหารราชการและการบริการประชาชนดีขึ้น ต้องให้ข้อเสนอแนะนำไปปฏิบัติได้จริง ลดความเหลื่อมล้ำ และทำให้ประชาชนเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับชีวิตของตนเอง
พล.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า การค้นหาข้อเท็จจริงจากการลงพื้นที่ รับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วน ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน และจัดทำข้อเสนอแนะบนพื้นฐานของกฎหมาย หลักวิชาการ และข้อเท็จจริง เพื่อให้หน่วยงานของรัฐนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เป็นกระบวนการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ผลสัมฤทธิ์คือ การเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนสัมผัสได้จริง ทั้งในด้านการแก้ไขปัญหา การยกระดับคุณภาพการให้บริการของภาครัฐ การบริหารราชการที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และการคืนความเป็นธรรมให้แก่ประชาชน
นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่าความไม่เป็นธรรมที่ประชาชนเผชิญจำนวนมากไม่ได้เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสาเหตุจากข้อจำกัดของกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติ การสื่อสารของรัฐ และแนวคิดการทำงานที่ยึดแนวปฏิบัติเดิมมากกว่าความเดือดร้อนของประชาชน ส่งผลให้เกิดช่องว่างที่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ความเป็นธรรมภาครัฐ คือ การที่ประชาชนได้รับการปฏิบัติอย่างมีศักดิ์ศรี เท่าเทียม โปร่งใส และได้รับความช่วยเหลือเมื่อเข้ามาติดต่อหน่วยงานของรัฐ ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงต้องเป็นองค์กรกลางที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย เป็นที่พึ่งของประชาชนเมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรม และเชื่อมทุกฝ่ายให้ร่วมกันคลี่คลายปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สนธิญา' ยื่นผู้ตรวจการฯ ส่งศาล รธน. ฟันพรรคกล้าธรรม ส่งผู้สมัครมีประวัติจำคุก
“สนธิญา” ร้องผู้ตรวจฯ ชี้ขาด “ธรรมนัส- กก.บห.กล้าธรรม” หลังส่งผู้สมัครขาดคุณสมบัติลงชิงเขต 8 นครศรีธรรมราช ลั่นไม่ได้เตะตัดขาสกัดร่วมรัฐบาล ชี้ต้องการให้เป็นบรรทัดฐานทุกพรรคเฟ้นหาผู้สมัคร
'วัชระ' ร้องผู้ตรวจการฯ สั่งเบรกอายัดป้ายภาษีรถ ซัดพ่วงจ่ายใบสั่งจราจรสูบเลือดประชาชน
นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยเพิกถอนกฎหมายจราจรที่ให้อำนาจกรมการขนส่งทางบกงดออกป้ายภาษีรถยนต์กรณีค้างชำระค่าปรับ พร้อมจี้เพิกถอนข้อบังคับกระทรวงการคลังที่เอื้อให้ตำรวจหักส่วนแบ่งค่าปรับจราจรเป็นเงินรางวัลได้สูงสุดถึง 95% ชี้เป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ ละเมิดสิทธิประชาชน และมีลักษณะผลประโยชน์ทับซ้อน
ร้องเพลงรอต่อไป! สั่งสำนักงานศาล รธน.ศึกษาข้อมูลปมบาร์โค้ดเพิ่มเติม
'ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ' สั่งสำนักงานศาล รธน. ศึกษาข้อมูลการกำหนดรูปแบบ และจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้บาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์เพิ่มเติม เสนอศาลพิจารณาประกอบการ ไต่สวนพยาน
'แสวง' นำทีมพร้อมอีก 4 พยานไต่สวนคดีบาร์โค้ด 26 ส.ค.นี้
ศาล รธน.สั่งนัดไต่สวน 5 พยานรวมเลขา กกต. 26 ส.ค. นี้ ในคดีบัตรเลือกตั้ง 8 ก.พ. ปม Barcode–QR Code ละเมิดเลือกตั้งโดยลับ
หน่วยงานรัฐขยับ! แก้กฎหมายลงโทษแรงขึ้น จำคุก-ปรับหนัก 'นอมินี' เพิ่มฐานความผิดฟอกเงิน ยึดที่ดินด้วย
นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปัญหาสแกมเมอร์ และนอมินี ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินกำลังดำเนินการอยู่ ว่า สำหรับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้านและต่างประเทศ อาทิ เรื่องสแกมเมอร์ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ลงพื้นที่ตามรอยแนวชายแดนหลายแห่ง เ
ยาวไป! ศาลรัฐธรรมนูญรอความเห็นผู้เชี่ยวชาญก่อนวินิจฉับปมบาร์โค้ด
ศาลรัฐธรรมนูญสั่งชะลอวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งติด Barcode - QR Code รอความเห็นผู้เชี่ยวชาญ ปมผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นร้องส่อไม่เป็นความลับ

