
กรมบัญชีกลางแจง หลักเกณฑ์เบิกจ่ายค่ายาสิทธิข้าราชการยังอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นผู้ป่วยยังคงได้รับยาตามความจำเป็นและเหตุผลทางการแพทย์
15 กันยายน 2569 – นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยถึงข้อมูลที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ายาในระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ โดยมีกำหนดดีเดย์ 1 มกราคม 2570 ใน 3 ประเด็น ได้แก่ การร่วมจ่ายค่ายาต้นแบบ การกำหนดระยะเวลาการจ่ายยา และการใช้เอกสารประกอบกรณียาสูญหาย พร้อมระบุวันเริ่มบังคับใช้ที่แน่นอนนั้น กรมบัญชีกลางขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้
1.การปรับปรุงหลักเกณฑ์เป็นการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณหลักเกณฑ์ดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการยกร่างและรับฟังความคิดเห็นจากสถานพยาบาลและผู้เกี่ยวข้อง ยังไม่มีการกำหนดวันเริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการ วันที่ปรากฏเป็นข่าวจึงยังไม่ใช่ข้อยุติ เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว กรมบัญชีกลางจะแจ้งเวียนอย่างเป็นทางการ เพื่อให้สถานพยาบาลนำไปปฏิบัติได้โดยไม่กระทบต่อการให้บริการ
2.การร่วมจ่ายค่ายาต้นแบบ “ทุกรายการ” นั้น ไม่ถูกต้อง ผู้ป่วยอาจมีส่วนร่วมจ่ายเฉพาะกรณีที่มียาชื่อสามัญ (Generic) หรือยาชีววัตถุคล้ายคลึง (Biosimilar) ซึ่งขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และผ่านการพิสูจน์คุณภาพ มาตรฐานการผลิต และการศึกษาชีวสมมูล (Bioequivalence) ว่าให้ผลการรักษาเทียบเท่ายาต้นแบบ ประกอบกับราคาที่สถานพยาบาลจำหน่ายสูงกว่าอัตราเบิกจ่ายที่กรมบัญชีกลางกำหนด
3. การกำหนดระยะเวลาการจ่ายยา มุ่งใช้กับกรณีการเริ่มยาใหม่เป็นหลัก เพื่อให้มีการติดตามอาการและผลข้างเคียงก่อนจ่ายยาต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหลักความปลอดภัยด้านยา สำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ควบคุมอาการได้ดีแล้ว กรมบัญชีกลางจะพิจารณาแนวทางการจ่ายยาต่อเนื่องที่เหมาะสมร่วมกับสถานพยาบาลและสภาวิชาชีพ ตัวเลขระยะเวลาที่ปรากฏเป็นข่าวยังไม่ใช่ข้อยุติ และมิได้มีเจตนาให้ผู้ป่วยต้องเดินทางมาโรงพยาบาลถี่ขึ้นโดยไม่จำเป็น
4. กรณียาสูญหาย ยังอยู่ระหว่างการหารือ ยังไม่มีข้อสรุปและยังไม่ใช่หลักเกณฑ์ ประเด็นที่หารือคือแนวทางป้องกันการเบิกจ่ายยาซ้ำซ้อนโดยไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งจะพิจารณารูปแบบเอกสารหลักฐานที่ไม่สร้างภาระเกินสมควรแก่ผู้ป่วย ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางตระหนักถึงภาระที่อาจเกิดกับผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และจะไม่กำหนดเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงยาที่จำเป็น
“กรมบัญชีกลาง ขอเน้นย้ำว่า การพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในอนาคต ผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัวยังคงได้รับสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลจากทางราชการ และยังมีสิทธิเบิกค่ายานอกบัญชียาหลักแห่งชาติได้ เมื่อมีความจำเป็นและมีเหตุผลทางการแพทย์รองรับ แพทย์ผู้รักษายังคงเป็นผู้พิจารณาสั่งใช้ยาตามข้อบ่งชี้และตามสภาพของผู้ป่วย” อธิบดีกรมบัญชีกลางกล่าวทิ้งท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กมธ.ศาสนาฯ จี้สอบคลิปเดือดงานส้มโอ! เอาผ้าเหลืองเป็นฉากความบันเทิงทำลายศรัทธา
จี้สอบคลิปเดือดงานส้มโอ! กมธ.ศาสนาฯ เตือนอย่าเอาผ้าเหลืองเป็นฉากความบันเทิง ทำลายศรัทธาคนทั้งสังคม
กอ.รมน.ภาค 4 สน.โต้ข่าวใช้อาวุธยิงลงฮ.ระหว่างการลาดตระเวน
เมื่อเวลา 08.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงกอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงข้อเท็จจริง
กอ.รมน.ภาค4เตือน! อย่าเชื่อข่าวปั่นคุมตัวตำรวจสอบสวน
'กอ.รมน.ภาค4 สน.' ขอประชาชน อย่าหลงเชื่อข้อมูลบิดเบือนยันทหาร-ตำรวจ ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ไม่มีการควบคุมตัวตำรวจตามที่มีการเผยแพร่
'ศ.นพ.ยง' หวนรำลึกบทเรียน 5 ปีโควิด!
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
'พลอยทะเล' ยันรถไฟเชิงสังคม 30 ขบวนเปิดให้บริการตามปกติ
รัฐบาล ยืนยันขบวนรถไฟเชิงสังคม 30 ขบวน เปิดให้บริการตามปกติ ไม่ได้งดวิ่งตามที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ ขอความร่วมมือ งดแชร์ งดส่งต่อป้องกันความสับสน

