กรมชลฯ ประกาศ ฉ.2 เตือน 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา เฝ้าระวังฝนตกหนักระดับน้ำเพิ่มสูง

กรมชลประทานออกประกาศเตือน 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 2 เตรียมรับมือเขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำ สูงสุด 1,000 ลบ.ม./วินาที

20 ก.ย.2569-นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน ออกหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 2 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา หลังฝนตกหนักตอนบน ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น

สถานการณ์น้ำปัจจุบัน (20 ก.ย. 69)สถานี C.2 (อ.เมือง จ.นครสวรรค์): มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,124 ลบ.ม./วินาที เขื่อนเจ้าพระยา (อ.สรรพยา จ.ชัยนาท): ระดับน้ำเหนือเขื่อน: 16.60 เมตร/รทก. ระดับน้ำท้ายเขื่อน: 9.67 เมตร/รทก. (ระดับน้ำห่างจากตลิ่ง 6.67 เมตร) อัตราการระบายน้ำปัจจุบัน: 690 ลบ.ม./วินาที

คาดการณ์สถานการณ์และการปรับเพิ่มการระบายน้ำ จากการคาดการณ์ใน 1-9 วันข้างหน้า (วันที่ 27 กันยายน 2569) น้ำที่สถานี C.2 จะมีปริมาณไหลผ่านประมาณ 1,100 – 1,250 ลบ.ม./วินาที รวมกับน้ำจากลำน้ำสาขา ทำให้มีปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 1,150 – 1,350 ลบ.ม./วินาที เมื่อรวมกับการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง (400–450 ลบ.ม./วินาที) กรมชลประทานจึงมีความจำเป็นต้อง ทยอยปรับระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราระหว่าง 700 – 1,000 ลบ.ม./วินาที

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น การระบายน้ำดังกล่าวจะทำให้ ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.60 – 1.50 เมตร บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ได้แก่: อำเภอเสนา, ผักไห่, บางบาล, พระนครศรีอยุธยา, บางปะอิน และบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ทั้งนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน)

11 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ต้องเฝ้าระวังและเตรียมพร้อม: 1.อุทัยธานี 2.ชัยนาท 3.สิงห์บุรี 4.อ่างทอง 5.พระนครศรีอยุธยา 6.สุพรรณบุรี 7.ลพบุรี 8.ปทุมธานี 9.นนทบุรี 10.สมุทรปราการ 11.กรุงเทพมหานคร

กรมชลประทานขอแจ้งเตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงแม่น้ำน้อย เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หากมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีปริมาณน้ำมากกว่า 1,000 ลบ.ม./วินาที จะประกาศให้ทราบต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกรมอุตุฯ พรุ่งนี้ไทยตอนบนเจอฝนถล่ม ก่อนส่งไม้ต่อภาคใต้รับมือฝนตกหนัก 8-9 พ.ย.

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยแพร่ประกาศเรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบนและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 6-9 พฤศจิกายน 2569) ฉบับที่ 11 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 6–7 พฤศจิกายน 2569 บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง

เช็กเลย! ประกาศอุตุฯ ฉบับ 10 เปิดพื้นที่ฝนตกหนักถึงหนักมาก 6-9 พ.ย.

นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน

อุตุฯ เตือนฝนถล่ม 50 จังหวัด ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า บริเวณประเทศไทยตอนบน ยังคงมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก

ประกาศกรมอุตุฯ ฉบับที่ 9 อัปเดตรายชื่อจังหวัดเสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมาก 5-9 พ.ย.

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยแพร่ประกาศเรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบนและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 5-9 พฤศจิกายน 2569) ฉบับที่ 9 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 5–7 พฤศจิกายน 2569 บริเวณประเทศไทยตอนบน จะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และมีฝนตกหนักบางแห่ง ซึ่งจะมีผลกระทบบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไปขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง

เตือนภัยพิบัติ! ภูเก็ต-ชายฝั่งภาคใต้ เตรียมรับมือฝนตกหนัก น้ำท่วม ดินถล่ม 7-9 พ.ย.

รัฐบาลแจ้งเตือนสภาพอากาศแปรปรวน ช่วง 5 – 7 พ.ย. โดยเฉพาะชาวใต้และชาวภูเก็ต ช่วง 7 – 9 พ.ย. ระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก กำชับเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชม.

เช็กชื่อจังหวัด! กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 8 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก 5-9 พ.ย.

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยแพร่ประกาศเรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบนและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 5-9 พฤศจิกายน 2569) ฉบับที่ 8 (291/2569) ระบุว่า ในช่วงวันที่ 5–7 พฤศจิกายน 2569 บริเวณประเทศไทยตอนบน จะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และมีฝนตกหนักบางแห่ง ซึ่งจะมีผลกระทบบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง