
สสส. แจงปมเงินลงทุน โปร่งใสตามกฎหมาย แจงบริหารเงินสำรองไม่ใช่เพื่อหากำไร โครงการผูกพันต่อเนื่อง 1-3 ปี ไม่ใช่เงินเหลือลงทุนใหม่ทุกปี ย้ำสร้างเสริมสุขภาพระยะยาว ลดเสี่ยงเกิดโรค ให้ทุนภาครัฐสูงสุด 40-50% NGO 30% ส่วนหน้าเดิม เพราะงานต้องต่อเนื่อง
6 ตุลาคม 2569 ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ชี้แจงการบริหารเงินสำรอง ความคุ้มค่าของงบประมาณ และการจัดสรรทุนให้ภาคีเครือข่ายว่า สสส. ได้รับเงินสนับสนุนปีละประมาณ 4,000 ล้านบาท เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะ และจัดทำงบประมาณแบบสมดุลมาโดยตลอด โครงการที่ สสส. สนับสนุนมีทั้งระยะเวลา 1 ปี และต่อเนื่องมากกว่า 1 ปี โดยหลายโครงการใช้เงินประมาณ 40% ในปีแรก ส่วนอีก 60% ใช้ในปีที่ 2 หรือปีที่ 3 เงินส่วนนี้ สสส. ต้องเตรียมเงินสำรองไว้ให้ภาคีทำงานได้ต่อเนื่อง มีประมาณ 1,500-1,700 ล้านบาท สสส. ไม่สามารถใช้เงินจนเหลือศูนย์แล้วรอเงินสนับสนุนปีถัดไปได้ และไม่ใช้เงินเหลือลงทุนใหม่ทุกปี
“ ขอยืนยันว่า สสส. บริหารเงินสำรองถูกต้องตามกฎหมาย ดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ร.บ.การบริหารทุนหมุนเวียน และ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง และได้มีการหารือคณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียน แล้วว่าคณะกรรมการกองทุน สสส. มีอำนาจในการกำหนดนโยบายและมีมติเห็นชอบกรอบนโยบายการลงทุน ซึ่งเป็นการบริหารเงินสำรอง สามารถลงทุนได้แต่ไม่ใช่เพื่อหากำไร เป็นการบริหารเงินที่ยังไม่ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง”ดร.ประกาศิต กล่าว
ดร.ประกาศิต กล่าวต่อว่า ขณะนี้คณะกรรมการกองทุน สสส. ชุดปัจจุบัน ต้องการทบทวนความถูกเกี่ยวกับกฎหมายของการลงทุน จึงให้สสส. ส่งเรื่องไปยังสำนักงานกฤษฎีกา ประกอบกับเป็นช่วงสิ้นสุดสัญญาบริหารเงินสำรอง ซึ่งเงินส่วนใหญ่ฝากไว้ในบัญชีธนาคารหรือบริหารผ่านตราสารภาครัฐ ส่วนที่นำไปซื้อหุ้นมีสัดส่วนไม่เกินประมาณร้อยละ 10-12 ในระหว่างนี้ สสส. จึงได้นำเงินสำรองทั้งหมดนำไปฝากไว้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตามคำแนะนำ
ดร.ประกาศิต กล่าวอีกว่า การบริหารงบประมาณสสส. ส่วนใหญ่ 40-50% สนับสนุนกลไกภาครัฐ ส่วนสนับสนุนเอ็นจีโอ ประมาณ 30% และส่วนที่เหลือกระจายไปยังชุมชน กลุ่มประชาชน คนตัวเล็กตัวน้อย และภาคส่วนอื่น ทั้งนี้ การทำงานกับภาครัฐยังมีช่องว่างบางด้านที่ต้องอาศัยภาคประชาสังคมร่วมดำเนินงาน ส่วนกรณีการให้ทุนภาคีเดิมบางส่วนเป็นไปเพื่อความต่อเนื่อง เพราะงานสร้างเสริมสุขภาพหลายเรื่องไม่อาจเห็นผลภายในโครงการเดียว หากมีผลลัพธ์และเกิดประโยชน์ต่อสังคม การได้รับทุนต่อก็ไม่ควรถูกมองว่าเป็นความผิดเพียงเพราะเป็นผู้รับทุนรายเดิม ทั้งนี้ ขอให้ระบุข้อวิจารณ์ให้ชัดเจนว่าเป็นกลุ่มใด เพื่อชี้แจงได้ตรงประเด็น โดยพิจารณาจากผลของงานและประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ
“บทบาทของ สสส. มุ่งเน้นการสนับสนุนงานวิชาการ ขับเคลื่อนนโยบาย และเปลี่ยนบรรทัดฐานทางสังคม เช่น พื้นที่ปลอดบุหรี่ การงดเหล้าเข้าพรรษา การรณรงค์ให้เหล้าเท่ากับแช่ง และกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี เพื่อสร้างทางเลือกและสภาพแวดล้อมที่ลดความเสี่ยงทางสุขภาพ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ไม่ใช่ผลงานของ สสส. ทั้งหมด เพราะ สสส. เป็นกองทุนสนับสนุน ไม่มีหน่วยให้บริการโดยตรงหรืออำนาจบังคับใช้กฎหมาย แต่สนับสนุนกลไกหลักและภาคีเครือข่ายให้ร่วมกันดำเนินงาน ที่สำคัญงานสร้างเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บางเรื่องอาจใช้เวลามากกว่า 20 ปี จึงจะสะท้อนเป็นจำนวนผู้ป่วยและค่าใช้จ่ายภาครัฐที่ลดลง การประเมินความสำเร็จจึงไม่อาจดูเฉพาะผลระยะสั้นเพียงอย่างเดียว” ดร.ประกาศิต กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ณัฐพงษ์' ดักคอแก้กฎหมายรื้อภาษีบาป รัฐบาลต้องไม่รวบอำนาจคุมสื่อ-องค์กร
‘ณัฐพงษ์’ ดักทาง ‘ภูมิใจไทย’ รื้อที่มารายได้ 4 กองทุน ‘ไทยพีบีเอส-สสส.-กองทุนผู้สูงอายุ-กองทุนพัฒนาการกีฬาฯ’ ย้ำต้องคงความอิสระ-เสรีภาพสื่อ เตือนรัฐอย่ารวบอำนาจสั่งการคุมสื่อสาธารณะ ซัด รัฐไม่ควรทำให้เอกชนต้องจ่ายภาษีบาปน้อยลง
จาก “ข้อมูล” สู่พลังชุมชน ปั้นตำบลจัดการสุขภาวะ ให้คนไทยอยู่ดี-อยู่ยาว
เมื่อปัญหาสุขภาพของคนไทยไม่ได้มีเพียงเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ การแก้ปัญหาจึงไม่อาจฝากไว้กับโรงพยาบาลหรือกระทรวงสาธารณสุขเพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป เพราะตั้งแต่ถนนที่คนใช้เดินทาง อากาศที่หายใจ อาหารที่กิน การมีงานทำ รายได้ หนี้สิน สภาพแวดล้อม ไปจนถึงการดูแลผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง
“บรรเจิด” โต้ออกกฎกระทรวงเก็บภาษีทดแทนการยกเลิกภาษีบาป 2% หลอกลวงประชาชน ทำไม่ได้จริง ชงเอื้อประโยชน์อุ้มนายทุนสุรา-ยาสูบ ยัน Earmarked Tax สมเหตุสมผล
ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ คณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเสนอให้ยกเลิกภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (Earmarked Tax)
นักวิชาการ หนุน 'เอกภพ' รื้อภาษียาสูบปี 60 จี้สอบต้นตอ รัฐสูญปีละ 2 หมื่นล้าน
นักวิชาการ หนุนหมอเอกรื้อการปรับอัตราภาษียาสูบปี 60 มาตรวจสอบใหม่ ตั้งคำถามหาต้นตอคนรับผิดชอบ ตั้งแต่ปี 60 รัฐสูญภาษีปีละ 2 หมื่นล้าน สสส. เปิดหลักฐานก่อนปรับภาษียาสูบ เผยภาคสุขภาพเตือนแล้ว “ภาษีหลายอัตรา” เปิดช่องลดราคา-หนีไปบุหรี่ถูก ย้ำ สสส. ไม่ใช่ผู้กำหนดโครงสร้างภาษี 2 อัตรา และไม่มีอำนาจอนุมัติราคาบุหรี่
'เอกภพ' ลั่นขอเป็นหัวหอกตรวจสอบ สสส. ถาม 25 ปี ใช้งบ 7.7 หมื่นล้าน แต่สุขภาพคนไทยกลับแย่ลง
โฆษกรัฐบาล อ้างมีข้อมูลจากคนแวดวงสาธารณสุข สสส. ใช้งบเอื้อพวกพ้อง-เครือข่าย กันเงินไว้กินดอกเบี้ย-ลงทุนหลักทรัพย์ ลั่น ขอเป็นหัวหอกเดินหน้าตรวจสอบตระกูล ส.

