ล้อมคอก? รัฐบาลคุมเข้มสถานดูแลผู้สูงอายุ 1,203 แห่งทั่วประเทศ

รัฐบาลคุมเข้มสถานดูแลผู้สูงอายุ 1,203 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมสถานที่-ความปลอดภัย-บริการ ฝ่าฝืนเจอโทษทั้งจำ–ปรับ  โทษจำคุกสูงสุด 5 ปี ปรับสูงสุด 100,000 บาท

11 ต.ค. นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่มึการร้องเรียนสถานดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงเกี่ยวกับการกักขังและทำร้ายผู้รับบริการ รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อข้อร้องเรียนดังกล่าว มอบหมายกระทรวงสาธารณสุขควบคุมกำกับและส่งเสริมมาตรฐานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ตามใบอนุญาตประกอบกิจการ ในการป้องกันการกระทำที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนด และคุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบบริการสุขภาพโดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนว่าผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงจะได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพ ปัจจุบันมีสถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงที่ผ่านการขึ้นทะเบียนกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) จำนวน 1,203 แห่งทั่วประเทศ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สานต่อนโยบายของรัฐบาล สั่งการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพในสังกัด ทั้งส่วนกลางและศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพทั้ง 12 แห่ง ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ดำเนินการกำกับ ติดตาม และตรวจประเมินสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงอย่างเข้มงวดให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เน้นคุมเข้ม 3 ด้าน ได้แก่  1. มาตรฐานด้านสถานที่ ต้องมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สะอาด ปลอดภัย มีทางเข้าออกและพื้นที่ให้บริการที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น  2. มาตรฐานด้านความปลอดภัย ต้องมีระบบป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉิน อุปกรณ์ที่จำเป็น ตลอดจนมาตรการดูแลความปลอดภัยของผู้รับบริการ 3. มาตรฐานด้านการให้บริการ ต้องจัดระบบการดูแลที่เหมาะสม มีบุคลากรและผู้ให้บริการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงต้องให้บริการอยู่ภายในขอบเขตของกิจการที่ได้รับอนุญาต  โดยทั้ง 3 ด้านต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานด้านสถานที่ ความปลอดภัย และการให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง พ.ศ. 2563

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า พร้อมกันนี้ สั่งการให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพในสังกัด ทั้งส่วนกลางและศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงทั่วประเทศให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน โดยให้ตรวจทั้งสถานประกอบการทุกแห่ง เพื่อให้ผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม  รัฐบาลย้ำเตือนผู้ประกอบการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ หากมีการรับผู้ป่วยจิตเวชเข้ารักษา ซึ่งถือเป็นการประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต เข้าข่ายความผิดตาม พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กองปราบ บุกตรวจศูนย์ดูแลผู้ป่วยจิตเวชเมืองกาญจน์ เจ้าของแจงปมกรงเหล็ก-ลวดหนาม ยันไม่ได้ทำร้าย

ตำรวจกองปราบลงพื้นที่ศูนย์ฯดูเเลผู้สูงอายุเเละผู้ป่วยพึ่งพิง(จิตเวชเเละฟื้นฟู) จ.กาญจนบุรี พบอดีต “ร.อ.”หญิง เป็นเจ้าของ มีคนป่วย 92 ราย อ้างส่วนใหญ่เป็นผู่ป่วยจิตเวชต้องติดลูกกรงเหล็กป้องกันอันตรายต่อผู้ป่วยด้วยกัน

รัฐลดขั้นตอน ป้ายทะเบียนหาย–ป้ายภาษีชำรุด ทำใหม่ได้ไม่ต้องใช้เล่มทะเบียนรถจริง

รัฐบาล ลดขั้นตอน ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วย ป้ายทะเบียนหาย–ป้ายภาษีชำรุด ทำใหม่ได้ไม่ต้องใช้เล่มทะเบียนตัวจริง ถึง 30 พ.ย.69

รัฐบาลเร่งอำนวยความสะดวกให้ปชช. เดินทางเชื่อมระบบขนส่งสาธารณะ

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า แจ้งว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมทางรถไฟสายตะวันออ

ปลื้ม 'ภูเก็ต' คว้าอันดับ 1 ครองใจนักท่องเที่ยวแคนาดา

น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลรู้สึกปลื้ม หลังจากจังหวัดภูเก็ตได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากนักท่องเที่ยวชาวแคนาดาในงาน Air Canada Vacations Toronto Product Launch

สำรวจ 'บ้านไม่มีเลขที่' รับระบบประกันภัยพิบัติ อึ้ง 4.9 แสนครัวเรือน

รัฐบาลเผยผลสำรวจ 'บ้านไม่มีเลขที่' รองรับระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ และการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน พบข้อมูลกว่า 4.9 แสนครัวเรือน