'ศุภมาส' ดันผ้าทอบัวแดงอุดรฯ สู่ตลาดแฟชั่นโลก

‘ศุภมาส’ ลงพื้นที่บ้านโนนกอก จ.อุดรธานี หนุนผ้าทอย้อมสีบัวแดงเจาะตลาดแฟชั่นยั่งยืน เผยเครือข่ายช่างทอกว่า 300 คน สร้างรายได้ปีละ 10–15 ล้านบาท สั่งกรมประชาสัมพันธ์-อสมท. ช่วยขยายตลาด พร้อมผลักดันศูนย์เรียนรู้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสร้างสรรค์

 2 พฤศจิกายน 2569 - น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายฉัตรชัย บางชวด ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ลงพื้นที่เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญากลุ่มทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี เพื่อส่งเสริมผ้าทอพื้นถิ่นสู่ตลาดสากล และต่อยอดการท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้ชุมชน

โดยมีนายอภิชาติ พลบัวไข ผู้ใหญ่บ้านโนนกอกและประธานศูนย์การเรียนรู้ฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมประชาสัมพันธ์และสมาชิกกลุ่มทอผ้าร่วมต้อนรับ

น.ส.ศุภมาส เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการสร้างงาน สร้างอาชีพ และเพิ่มรายได้ให้ประชาชน โดยนำจุดแข็งของแต่ละพื้นที่มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ตลาด

ชุมชนบ้านโนนกอกเป็นตัวอย่างของการนำภูมิปัญญาการทอผ้าโบราณมาต่อยอดด้วยสีย้อมธรรมชาติจากสายบัวและกลีบดอกบัวแดง เกิดเป็นผ้าทอที่มีเอกลักษณ์ สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจ BCG และมีศักยภาพต่อยอดสู่ตลาดแฟชั่นยั่งยืน หรือ Sustainable Fashion ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า จุดเด่นของบ้านโนนกอกคือการสืบสานผ้าขิดและการทอผ้าด้วยกี่ไม้ตามวิถีดั้งเดิม ควบคู่กับการพัฒนาสีธรรมชาติและลวดลายร่วมสมัย โดยศูนย์การเรียนรู้ฯ รายงานว่า ปัจจุบันมีเครือข่ายช่างทอพื้นบ้านกว่า 300 คน สร้างรายได้จากการจำหน่ายผ้าทอและสินค้าแปรรูปหมุนเวียนสู่ชุมชนปีละ 10–15 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นสามารถพัฒนาเป็นอาชีพและสร้างรายได้แก่คนในชุมชน ทั้งผู้สูงอายุ สตรี และเยาวชน

น.ส.ศุภมาส กล่าวต่อว่า ได้มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์และ อสมท. สนับสนุนการเผยแพร่เรื่องราวของผ้าทอบ้านโนนกอก ตั้งแต่ที่มาของสีบัวแดง ความประณีตของกระบวนการทอ ไปจนถึงการนำผ้าไทยไปใช้ในแฟชั่นร่วมสมัย เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นคุณค่าของผลิตภัณฑ์ ขยายการรับรู้ในวงกว้าง และเพิ่มโอกาสให้ผู้ผลิตเข้าถึงตลาดใหม่ พร้อมผลักดันอัตลักษณ์ผ้าทอไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล

ขณะเดียวกัน จะส่งเสริมศูนย์การเรียนรู้ฯ ให้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เชื่อมโยงภูมิปัญญาการทอผ้ากับนวัตกรรมสีธรรมชาติ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวและคณะศึกษาดูงานทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เรียนรู้การย้อมสี ชมการทอผ้า และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากชุมชนโดยตรง

ทั้งนี้ เพื่อกระจายรายได้สู่ช่างทอ รวมถึงผู้ประกอบการอาหาร ที่พัก และสินค้าท้องถิ่น ให้ได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวในพื้นที่

น.ส.ศุภมาส กล่าวอีกว่า ได้เน้นย้ำให้ส่งเสริมมาตรฐานผลิตภัณฑ์ควบคู่กับการจัดทำฉลากที่ให้ข้อมูลชัดเจน ทั้งประเภทสินค้า ชื่อผู้ผลิต และสถานที่ตั้งของผู้ผลิต เพื่อให้ผู้ซื้อได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง สามารถตรวจสอบที่มาได้ และเลือกซื้ออย่างมั่นใจ ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้ผ้าทอชุมชนและสนับสนุนการขยายตลาดในระยะยาว

“ผ้าทอหนึ่งผืนมีทั้งฝีมือ ความรู้ และความตั้งใจของคนในชุมชน รัฐบาลพร้อมช่วยให้คุณค่าเหล่านี้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ดิฉันจึงมอบหมายให้สื่อในกำกับช่วยประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ช่างทอขายสินค้าได้มากขึ้น ให้คนอยากเดินทางมาเรียนรู้และอุดหนุนถึงชุมชน และให้คนรุ่นใหม่เห็นว่าภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาสามารถสร้างอาชีพและรายได้ให้กับตนเองได้” น.ส.ศุภมาส กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศุภมาส' โชว์ผลงาน สคบ. 2 เดือนคืนเงินผู้บริโภคกว่า 7 ล้าน ลุยฟ้องอีก 50 เรื่อง

‘ศุภมาส’ เผย สคบ.ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทสำเร็จกว่า 50 เรื่อง ผู้บริโภคได้เงินชดเชยกว่า 7 ล้านบาท บอร์ด คคบ.ไฟเขียวดำเนินคดีแพ่งแทนผู้เสียหายอีก 50 เรื่อง

เวทีIMFไทยได้อะไร

“ศุภมาส” ให้กรมประชาสัมพันธ์-อสมท ขยายผลเวที IMF-World Bank สื่อสารให้ชัด “คนไทยได้อะไร” รัฐบาลชูผลเจ้าภาพ เร่งเปลี่ยนความเชื่อมั่นเป็นการลงทุน งาน-รายได้-ดัน AI ถึง SME เกษตรกร ต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์ไทย ปูทางเศรษฐกิจสู่การเติบโตรอบใหม่

'ศุภมาส' ลุย 2 จังหวัด ส่งความห่วงใยจากนายกฯ เร่งช่วยชาวบ้านฟื้นฟูหลังน้ำลด

“ศุภมาส” ลงพื้นที่ปราจีนบุรี–นครนายก เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม มอบถุงยังชีพและรับฟังปัญหา ถ่ายทอดความห่วงใยจากนายกฯ “อนุทิน” กำชับดูแลกลุ่มเปราะบา