ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม JTC หารือทางการค้า 'ภูฏาน' ที่ภูเก็ต 26-29 เม.ย.นี้

26 เม.ย.2565 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในวันที่ 26 - 29 เมษายนนี้ ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee : JTC) ระหว่างไทยกับภูฏาน ครั้งที่ 4 ณ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นเวทีการประชุมหารือระดับรัฐมนตรีการค้าเกี่ยวกับการกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับภูฏาน รวมถึงแนวทางการจัดทำความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพร่วมกัน ได้แก่ การอำนวยความสะดวกทางการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้านต่างๆ ซึ่งในวันนี้ ครม.มีมติเห็นชอบท่าทีไทยในการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า JTC ไทย-ภูฏาน ครั้งที่ 4 เพื่อให้ผู้แทนไทยโดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานฝ่ายไทยใช้ท่าทีเป็นกรอบในการหารือกับฝ่ายภูฏาน อาทิ

1.ไทยจะหารือความเป็นไปได้ในการจัดทำความตกลงสิทธิพิเศษทางการค้า (Preferential Trade agreement : PTA) ระหว่างกัน ซึ่งความตกลง PTA นี้ เป็นการให้สิทธิพิเศษทางการค้าหรือความร่วมมือเฉพาะสินค้าที่มีความสนใจร่วมกันบางส่วนเท่านั้น จะต่างจากเขตเสรีทางการค้า (FTA) ที่มีการพิจารณาให้สิทธิพิเศษทางการค้าในภาพรวมทั้งหมด เช่น การค้า บริการ ลงทุน และการเงิน 2.ด้านการค้าและการลงทุน ไทยขอให้ภูฏานแจ้งความประสงค์เกี่ยวกับสินค้าที่ต้องการนำเข้า เพื่อใช้ในการวางแผนขยายตลาดการค้าการลงทุนระหว่างกัน รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการค้าการลงทุนให้นักธุรกิจไทยที่สนใจเข้าไปลงทุน โดยเฉพาะสาขาที่ภูฏานมีความต้องการ

3.ด้านการเกษตร ไทยพร้อมสนับสนุนด้านการเกษตรภายใต้กลไกการประชุมคณะทำงานร่วมด้านการเกษตรไทย-ภูฏาน รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ให้กับสินค้าเกษตรของภูฏาน 4.ด้านหัตถกรรม ทั้งสองฝ่ายจะหารือเกี่ยวกับการทบทวนแผนการจัดกิจกรรมระหว่างกันภายใต้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการพัฒนาองค์ความรู้ในด้านศิลปหัตถกรรมระหว่างสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์กรมหาชน) (สศท.) กับกรมอุตสาหกรรมในครัวเรือนของภูฏาน และ5.ด้านการท่องเที่ยว ทั้งสองฝ่ายจะหารือแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับภูฏาน ภายใต้แนวคิด “Two Kingdoms One Destination” และส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีประเด็นสำคัญอื่นๆ ที่ทั้งสองฝ่ายจะหารือร่วมกัน อาทิ การเชื่อมโยงระบบข้อมูลภาครัฐและภาคเอกชนสำหรับการนำเข้า ส่งออก และโลจิสติกส์ (National Single Window: NSW) การพัฒนาระบบอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) และการพัฒนา SMEs ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์

นางสาวรัชดา กล่าวด้วยว่า การประชุม JTC ไทย-ภูฏาน ในครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยไทยและภูฏานมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันในหลายด้านมายาวนาน เช่น เศรษฐกิจ ศาสนา วัฒนธรรม ตลอดจนความสัมพันธ์พิเศษในระดับราชวงศ์ แม้ว่าภูฏานจะเป็นประเทศพัฒนาน้อยที่สุด มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยร้อยละ 2.6 แต่ด้วยการพัฒนาด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทำให้องค์การสหประชาชาติประกาศให้ภูฏานพ้นจากประเทศพัฒนาน้อยที่สุด ขณะนี้ อยู่ระหว่างเตรียมเข้าสู่การเป็นประเทศกำลังพัฒนาภายในปี 2566

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศบก. ชี้กองทุนน้ำมันติดลบ 4.2 หมื่นล้าน ไม่ชัดตรึงราคาช่วงสงกรานต์

ศบก. แถลงจับเพิ่มผู้ประกอบการกักตุนน้ำมัน สระบุรี 3 ราย อยุธยา 2 ราย ตีปี๊บเริ่มจำหน่าย E20 แล้ว เผยกองทุนน้ำมันติดลบ 4.2 หมื่นล้านบาท ไม่ชัดตรึงราคาช่วงสงกรานต์ ยันพยายามดูแลเต็มที่

นายกฯ จ่อตั้ง 'โบว์ ณัฏฐา' นั่ง 'โฆษก ศบก.'  เจ้าตัวโผล่สังเกตการณ์แถลงข่าวประจำวัน

ภายหลังที่นายเกษมสันต์ วีระกุล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประชาสัมพันธ์  ได้กล่าวเสนอแนะแนวทางการสื่อสารของรัฐบาลต่อหน้า นายอนุทิน

ทบ. แจงเยียวยาทหารเสียชีวิตสู้รบไทย-กัมพูชา เงินรัฐบาล 10 ล้าน อยู่สำนักงบฯ รออนุมัติ

ทบ. แจงเงินเยียวยาทหารเสียชีวิตจากการเหตุสู้รบไทย-กัมพูชา ในส่วนรัฐบาล 10 ล้านบาท เรื่องอยู่ที่สำนักงบประมาณ ขณะที่เงินพระราชทาน สินไหมทดแทนภัยสงคราม และบำนาญพิเศษ มอบให้ครอบครัวผู้สูญเสียแล้ว

'นิพิฏฐ์' สวน 'พิพัฒน์' อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยวัดคนจน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต สส.พัทลุง โพสต์ข้อความว่า อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยไปวัดคนจน

ดร.เจษฎ์ จี้รัฐบาลเปิดความจริงโครงสร้างราคาน้ำมัน หวั่นผลประโยชน์ทับซ้อนทำลายความเชื่อมั่น

ดร.เจษฎ์ ชี้ประเทศยังไม่เข้าสู่ขั้นวิกฤตพลังงาน แต่หากรัฐบาลบริหารจัดการไม่ดี อาจลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

'สนธิรัตน์' ซัดปมความโปร่งใสรัฐบาล วิกฤตกว่าราคาน้ำมัน แนะ 4 ข้อสำคัญต้องลงมือทำทันที

ในสถานการณ์ที่หลายอย่างเพิ่มขึ้น สิ่งที่ยังไม่เพิ่มและมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องคือความโปร่งใสของรัฐบาลในการจัดการวิกฤต ซึ่งนำไปสู่การลดลงของความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อรัฐ