นายกฯ ชื่นชมมหาวิทยาลัยไทยติดอันดับ 16 ของโลก จัดโดยองค์กรจากประเทศอังกฤษ

12 พ.ค.2565 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชื่นชมความสำเร็จของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ได้รับการจัดอันดับที่ 16 ของโลก ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่มีการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) หรือ THE Impact Rankings 2022 โดย The Times Higher Education (THE) เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้ประเทศไทยในระดับโลกโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การจัดอันดับ THE Impact Rankings ในปีนี้ มีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมทั้งหมด 1,406 แห่งจาก 106 ประเทศทั่วโลก โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้อันดับที่ 16 ของโลก ซึ่งถือเป็นอันดับที่ดีที่สุดของมหาวิทยาลัยไทย ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา และยังถือเป็นอันดับที่ 4 ในภูมิภาคเอเชีย รองจากประเทศมาเลเซีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยผลงานที่โดดเด่นของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ติดอันดับตามเป้าหมายของ SDG ได้แก่- SDG 3 Good Health and Well-being (สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี) ได้อันดับที่ 16 จาก 1,101 มหาวิทยาลัย- SDG 9 Industry Innovation and Infrastructure (โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรมและอุตสาหกรรม) ได้อันดับที่ 26 จาก 785 มหาวิทยาลัย- SDG 14 Life Below Water (ทรัพยากรทางทะเล) ได้อันดับที่ 26 จาก 452 มหาวิทยาลัย- SDG 15 Life on Land (ระบบนิเวศบนบก) ได้อันดับที่ 16 จาก 521 มหาวิทยาลัย- SDG 17 Partnerships for the Goals (ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน) ได้อันดับที่ 10 จาก 1,438 มหาวิทยาลัยการจัดอันดับในครั้งนี้ มีมหาวิทยาลัยไทยส่งข้อมูลเข้าร่วมทั้งหมด 51 แห่ง โดยมหาวิทยาลัยที่มีผลงานโดดเด่นเพิ่มเติม ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อันดับที่ 70 ของโลก และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่ม 200 อันดับของโลกทั้งนี้ Times Higher Education (THE) เป็นองค์กรจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกจากประเทศอังกฤษ และเป็นองค์กรแรกที่มีการวัดความสำเร็จของมหาวิทยาลัยทั่วโลกในการดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ ผ่านการประเมินตัวชี้วัดโดยแบ่งเป็น 4 ขอบเขตหลัก ได้แก่ 1) งานวิจัย (Research) 2) นโยบายและแนวทางปฏิบัติภายในมหาวิทยาลัย (Stewardship) 3) การเชื่อมโยงกับสังคมในระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และระดับโลก (Outreach) และ 4) การเรียนการสอน (Teaching)นายธนกรฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีชื่นชมการดำเนินงาน ของบุคลากรผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ทุกคน ซึ่งได้สร้างชื่อเสียงและแสดงศักยภาพด้านการศึกษาของมหาวิทยาลัยไทยในระดับโลก สะท้อน การตื่นตัว และการให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของภาคการศึกษาไทย ซึ่งสอดคล้องกับความจริงจังของรัฐบาลในการดำเนินนโยบายด้านการศึกษา ตามแนวทางที่รัฐบาลส่งเสริมมาโดยตลอด ผ่านการบูรณาการเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาติเข้าไว้ในแผนการดำเนินงานต่าง ๆ อาทิ แผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2566 – 2570 เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยนายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า ความสำเร็จในครั้งนี้ จะเป็นก้าวที่สำคัญของประเทศไทยในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สมช.' ชี้ป่วนใต้เหตุรัฐปราบเข้ม บวกภัยแทรกซ้อน ไม่กังวล 'ครม.สัญจร' สงขลาปลายเดือน

'เลขาฯสมช.' ชี้ป่วนใต้เหตุรัฐปราบเข้ม ไม่ฟันธง 'BRNใหม่' เอี่ยว มีปัจจัยแทรกซ้อน-เรื่องท้องถิ่นผสม มั่นใจพร้อมดูแลความปลอดภัยประชุม 'ครม.สัญจร' สงขลา ปลายเดือนนี้

'อนุทิน' ปลื้ม! 'นายกฯลักซอน' พาทัวร์เอง ชมเครื่องบิน NZAero

นายกฯ ลักซอน ควง 'อนุทิน' ชมเครื่องบิน NZAero ด้วยตัวเอง เชื่อมสัมพันธ์การบิน ‘ไทย-นิวซีแลนด์’ ต่อยอดพัฒนาบุคลากร ยกระดับขีดความสามารถ

'ยศชนัน' นำทีมบิ๊กคลีนนิ่ง 'อนุทิน' จ่อลงพื้นที่น่าน หลังกลับจากนิวซีแลนด์

'ดร.เชน' นำทีมทำความสะอาดเมืองน่าน หลังน้ำลด เผยนายกฯ ห่วงใยปชช. รอเสร็จภารกิจนิวซีแลนด์กลับไทย ลงพื้นที่ทันที ติดตามเรื่องเยียวยาผู้ประสบภัย

'ไทย-นิวซีแลนด์' ชื่นมื่น! ยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เพิ่มการค้า 3 เท่า

ไทย–นิวซีแลนด์ ยกระดับสู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ 'นายกฯ อนุทิน – ลักซอน' ตั้งเป้าการค้า 3 เท่า แตะ 2.46 แสนล้านบาท ฟื้นบินตรงกรุงเทพฯ–โอ๊คแลนด์

‘ธนพร’ ซัดส้มปั่น “ฮั้ว สว.” ซ้ำจนหวังให้ความเชื่อกลายเป็นความจริง ชี้ถ้ามีเส้นเงินถึงอนุทิน ป่านนี้ไปไม่ถึงเก้าอี้นายกฯ

อาจารย์ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง กล่าวถึงกรณีพรรคประชาชนเตรียมหยิบประเด็นการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ “ฮั้ว สว.” มาอภิปรายโจมตีรัฐบาลว่า สิ่งสำคัญที่สุดของเรื่องนี้ไม่ใช่การพูดคำว่า “ฮั้ว” ซ้ำๆ แต่คือการพิสูจน์ว่ามีการจ่ายเงินหรือให้ผลประโยชน์ตอบแทนกันจริงหรือไม่