นายกฯ ภูมิใจเยาวชนไทยคว้ารางวัลระดับโลก หวังเป็นกำลังสำคัญนำพาสู่ประเทศพัฒนาแล้ว

18 พ.ค.2565 - ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำคณะนักเรียนไทยที่ได้รับรางวัลจากการเข้าประกวดและคว้ารางวัลในงานโครงงานวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ระดับนานาชาติ ประจำปี 2022 (Regeneron International Science and Engineering Fair 2022) เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม

โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ดีใจที่ได้มาอยู่ท่ามกลางทุกคนในวันนี้ จะเห็นว่าประเทศเราไม่ได้มีอะไรน้อยหน้ากว่าคนอื่น และน่าภาคภูมิใจที่เยาวชนไทยมีความรู้ ความสามารถ โดยเฉพาะในด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม จนได้รับรางวัลระดับโลก ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศที่เยาวชนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทขับเคลื่อนให้วิทยาศาสตร์ก้าวหน้าเทียบเท่าสากล ย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า สร้างโอกาส สร้างระบบการวิจัยและพัฒนาที่มีคุณภาพ เพื่อให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถ ซึ่งทุกอย่างพัฒนาได้ด้วยคนของเรา เยาวชนไทยของเรา บุคลากรทางการศึกษา ทุกคนคือความหวัง ความหวังของนายกฯ ความหวังของคนทั้งประเทศ ความหวังของพ่อแม่ผู้ปกครอง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลเน้นย้ำพัฒนากำลังคนควบคู่กับระบบการศึกษา เพื่อให้เกิดการพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยให้หาวิธีการลดความเหลื่อมล้ำเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาขน เราคือคนที่ต้องเจริญเติบโตร่วมพัฒนาประเทศต่อไป โดยเฉพาะในศตวรรษที่ 21 ที่มีการเปลี่ยนแปลงมากมายในทุกภูมิภาค ประเทศไทยต้องพัฒนาให้รู้เท่าทันและมีภูมิคุ้มกันที่ดีทำให้ประเทศมีความมั่นคงยั่งยืนต่อไป ดังนั้นต้องร่วมมือกันทำ ทั้งคนแก่ คนหนุ่มสาว เด็กและเยาวชนที่ต้องร่วมมือกันทำเดินไปแบบนี้ ไม่มีใครทำได้เพียงผู้เดียวหรือกลุ่มเดียวไม่ได้ นี่คือประเทศไทยของเรา และหวังว่าทุกคนจะศึกษาหาความรู้เพื่อพัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ย้ำว่าวันนี้หลายอย่างเราแก้ไขได้แล้ว หลายอย่างพยายามแก้และกำลังแก้ไข ขณะที่หลายอย่างเริ่มต้นและต้องปรับปรุง โดยประเทศไทยต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ด้วยฝีมือพวกเราทุกคน วันนี้ต้องขอโทษเวลานายกฯจำกัด นายกฯไปประชุมกลับมาก็ทำงานเลย รู้ว่าเวลาทุกคนไปต่างประเทศไม่ได้สบาย เพราะต้องไปแข่งขันด้วย ตนเป็นกำลังใจให้เราเสมอ ทุกคนเป็นลูกเป็นหลานของนายกฯเหมือนกัน ขอให้ทุกอย่างที่เริ่มต้นมาทำต่อคิดต่อ ทำให้สำเร็จ แล้วคิดถึงอนาคตของตัวเอง อนาคตของครอบครัวและอนาคตของประเทศชาติอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเรา เราคือชาติไทย เราคือคนไทย เรามีชื่อเสียงหลายอย่างในระดับโลก

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทั้งนี้หวังว่าพวกเราทุกคนจะเป็นกำลังสำคัญของประเทศนี้ เพื่อนำพาประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในวันข้างหน้าและนำประเทศไทยเข้มแข็งเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว หลุดพ้นจากประเทศติดกับดักรายได้ปานกลาง ด้วยวิทยาศาสตร์การวิจัยและพัฒนาทางเทคโนโลยี พร้อมกันนี้ขอให้ช่วยกันลดปัญหาที่เกิดจากความขัดแย้งให้ได้มากที่สุดและมุ่งสู่เป้าหมายที่เราต้องการได้ทุกเรื่อง และรวมกันเป็นกำลังสำคัญพัฒนาชาติต่อไป

จากนั้นนายกฯ เดินทักทายเด็กๆที่มาร่วมงาน พร้อมกล่าวว่า "ขอให้ช่วยนายกฯ นายกฯพยายามทำเต็มที่ พยายามทำให้สำเร็จ เป็นกำลังใจให้กันและกัน" และยังกล่าวด้วยว่า "ที่นี่มีแต่หัวกะทิ ไม่ใช่หางกะทิ นายกฯอยากได้นักวิทยาศาสตร์เก่งๆ"

ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่านายกรัฐมนตรี มีอารมณ์ดีเดินพูดคุยทักทายกับเด็กๆ และผู้ปกครองสลับการปล่อยมุก พร้อมถ่ายภาพเซลฟี่ร่วมกับเด็กๆ อย่างเป็นกันเอง นอกจากนี้ภายหลังเสร็จงาน นายกรัฐมนตรี ยังมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบรัฐบาล พาคณะนักเรียนและผู้ปกครองเดินชมตึกไทยคู่ฟ้าและตึกภักดีบดินทร์เป็นกรณีพิเศษอีกด้วย โดยนายกฯยังกะเซ้าเด็กๆว่าเผื่อวันหน้าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก่อนเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 (ตอนที่ 3)

“ใครมาเป็นรัฐบาล มันก็โกงเหมือนกันหมด แต่กินแล้วแบ่งเราบ้าง ทำให้เราอยู่ดีกินดีบ้าง นี่ยอมรับได้” “เคยถามชาวบ้านเมื่อตอนที่นักการเมืองของพวกเขาถูกตรวจพบว่า

ฝ่ายค้านโวยแหลก รัฐมนตรีเบี้ยวตอบกระทู้ซ้ำซาก รู้ล่วงหน้ายังไม่มา

ฝ่ายค้านโวยแหลก 'รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้ 'ปกรณ์วุฒิ' บอก แต้มบุญไม่ถึง จ่อ ไม่ให้ความร่วมมือตามข้อตกลง ด้าน 'พริษฐ์' ขอให้สิทธิ 'ฝ่ายค้าน' เหมากระทู้สดสัปดาห์หน้า ก่อนถูก 'กรวีร์' เบรคบอกให้ไม่ได้ ก่อนเรื่องยุติ หลัง 'โสภณ' ให้วิปสองฝ่ายตกลงกันเอง

'โสภณ' แจ้งข่าวดี จัดแข่งลดพุงข้าราชการสภา ไอเดียแจกของขวัญปีใหม่

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกิจกรรมพานแว่นฟ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างสรรค์ผลงานเขียนที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ว่า ตนยังไม่ได้เห็นรางวัลที่ชนะเลิศ แต่การทำอะไรเราต้องทำจริง เหมือนที่เราพูดว่าจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสภา เราเปลี่ยนทางกายภาพก่อน คือความเข้มแข็งของร่างกาย จิตใจที่จะทำงาน ซึ่งเป็นรูปธรรม ส่วนนามธรรมก็อีกเรื่องหนี่ง ตนไม่ชอบอยู่คำหนึ่งคือ “เล่นการเมือง”