กลาโหม แจงทบ.ตั้งงบจ้าง 'สวทช.' ผ่าพิสูจน์ GT200

4 มิ.ย.2565 - พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจง ภายหลังที่ นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล อภิปรายงบกลาโหม ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ที่ไม่ปรากฏในเอกสารงบประมาณว่า ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กองทัพบกทำสัญญาจ้าง มูลค่ารวม 7,570,000 บาท ให้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ไปตรวจสอบเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด GT200 จำนวน 757 เครื่อง ตกเครื่องละ 10,000 บาท ว่า ทราบเรื่องจากกองทัพบก ที่ตั้งงบประมาณไว้ เนื่องจาก เป็นไปตามคดีอาญา ที่กองทัพบกได้ฟ้องบริษัทผู้ขาย กับพวก รวม 5 คน ต่อศาล ฐานร่วมโกง และศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์ก็ตัดสินชี้มูลมาแล้วว่าจำเลยมีความผิด ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา แต่ขณะเดียวกันคดีในทางปกครอง กองทัพบกได้ฟ้องบริษัทผู้ขาย โดยศาลปกครองกลางได้สั่งให้ต้องชำระหนี้กับกองทัพบก เป็นเงินกว่า 683,000,000 บาท แต่เมื่อต่อมา ทางบริษัทได้ยื่นอุทรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดมีความเห็นว่า การตรวจเครื่อง GT200 ที่ไม่สามารถใช้งานได้ทุกเครื่อง ทั้ง 757 เครื่อง เป็นสาระสำคัญของคดี จึงมีความจำเป็นให้กองทัพบกตรวจสอบทุกเครื่องว่าใช้งานได้หรือไม่

ทั้งนี้ให้ตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญมีเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ในการตรวจสอบ ทั้งการวัดวัตถุไฟฟ้าสถิต การแพร่คืนแม่เหล็กไฟฟ้า การวัดประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง การวิเคราะห์ผลรวมถึงการผ่าพิสูจน์ตัวเครื่อง กองทัพบกจึงได้ดำเนินการจ้างไปที่ สวทช. ตามที่เสนอราคามาโดยในปี 2564 ใช้งบประมาณประมาณ 3.2 ล้านบาท และในปี 2565 อีก 4.37 ล้านบาท ก็ได้ทยอยตรวจสอบ

โฆษกกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า ทั้งหมดดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศไว้ ไม่ให้เสียหายในการเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

ส่วนที่ฝ่ายการเมือง มองว่าไม่จำเป็นต้องตรวจสอบเพราะไม่มีประโยชน์ โฆษกกระทรวงกลาโหมย้ำว่า เรื่องนี้หากเราจะต้องเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุด มีความเห็นเช่นนี้ เราก็ต้องดำเนินการเพราะสาระสำคัญของคดี คือต้องตรวจเครื่องว่าไม่สามารถใช้งานได้ทุกเครื่อง ดังนั้นการที่เราจะได้เงินค่าเสียหาย เราจึงต้องทำตามขั้นตอนตามคำแนะนำของสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'บิ๊กดุลย์' ส่งกำลังพลช่วยขนย้ายสัมภาระตกค้างสนามบินสุวรรณภูมิ  ลั่นเดือดร้อนยกหูหาทหารได้ทันที

รมว.กลาโหม นำกำลังพลช่วยขนย้ายสัมภาระตกค้าง ‘สนามบินสุวรรณภูมิ’  ลั่น หากหน่วยทหารอยู่ใกล้พื้นที่ใด สามารถยกหูขอความช่วยเหลือได้ทันที

'ศุภจี' คุย 'เอกนิติ' ของบ 300 ล้าน ลุย 'ไทยช่วยไทยลดภาระค่าครองชีพ' เฟส 2

'ศุภจี' ประสานกลาโหม ใช้รถทหารขนส่งสินค้าพื้นที่น้ำท่วม หารือ 'เอกนิติ' กันงบกลาง 300 ล้าน 'ไทยช่วยไทยลดภาระค่าครองชีพ' เฟส 2 ช่วยประชาชน

กองทัพระดมกำลังช่วยผู้ประสบอุทกภัย กทม.–9 จังหวัด

รัฐบาลเผยกองทัพระดมกำลังช่วยผู้ประสบอุทกภัย กทม.–9 จังหวัด เร่งอพยพผู้ป่วยติดเตียง–กลุ่มเปราะบาง เสริมแนวป้องกันน้ำ ดูแลโรงพยาบาล–ชุมชน

'บิ๊กดุลย์' ตรวจน้ำท่วมถนนแจ้งวัฒนะ สั่งเปิดหน่วยทหารเป็นศูนย์พักพิง-ที่จอดรถ

"บิ๊กดุลย์" ลุยขึ้นรถทหาร สำรวจสถานการณ์น้ำพื้นที่ถนนแจ้งวัฒนะ โทรสั่ง ผบ.เหล่าทัพเร่งช่วยเหลือประชาชน ย้ำข้อสังการ "นายกฯ" ดูแลประชาชน เปิดหน่วยทหาร เป็นพื้นที่จอดรถ ให้ มทบ.ทุกจว.เป็น ศูนย์พักพิง

'วันวิชิต' ฟันฉับ รัฐบาลอนุทินมั่นคง ฝ่ายจารีตส่งสัญญาณหนุนผ่านท่าทีกองทัพ เสียงสภาแน่นปึ้ก-ม็อบจุดไม่ติด เชื่อคดีบาร์โค้ดไม่กระทบ

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองว่า รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังมีเสถียรภาพสูง ทั้งจากเสียงพรรคร่วมรัฐบาล 292 เสียง ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพรรคร่วม ตลอดจนการทำงานที่สอดประสานกันระหว่างฝ่ายการเมืองกับกองทัพ