1-2 ก.ย.จัดสมัชชาสิทธิมนุษยชนระดับชาติชู 5 ประเด็นใหญ่

สำนักงาน กสม.เตรียมจัดงานสมัชชาสิทธิมนุษยชนระดับชาติ ชู 5 ประเด็นสิทธิมนุษยชน ระดมภาคีเครือข่าย

18 ส.ค.2565 - นายพิทักษ์พล บุณยมาลิก เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเผยว่า กสม.มีนโยบายในการสร้างเสริมและสนับสนุนกระบวนการความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ในการขับเคลื่อนงานด้านสิทธิมนุษยชน และได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) จัดงานสมัชชาสิทธิมนุษยชน : เหลียวหลังแลหน้า 2 ทศวรรษ กสม. ขึ้น ระหว่างวันที่ 1 – 2 กันยายน 2565 นี้ ณ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชน ผ่านกระบวนการนโยบายสาธารณะ ที่จะทำให้ประชาชน กลุ่มเครือข่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันทบทวนสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเด็นสำคัญ ตลอดจนร่วมกันกำหนดนโยบายและผลักดันไปสู่การปฏิบัติ

การจัดเวทีดังกล่าว ถือเป็นครั้งแรกที่ กสม.จะจัดให้มีกระบวนการทำงานในรูปแบบสมัชชา เนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ทศวรรษของการก่อตั้งองค์กร กสม. โดยกำหนดประเด็นที่สำคัญในการพูดคุยและขับเคลื่อนเชิงนโยบายทั้งสิ้น 5 ประเด็น ได้แก่ 1.กระบวนการยุติธรรมทางอาญา 2.สิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม 3.สถานะบุคคล 4.สถานการณ์โรคโควิด 19 กับกลุ่มเปราะบาง และ 5.ความหลากหลายทางเพศ

ในการทำงานตามกระบวนการสมัชชา ที่ผ่านมาสำนักงาน กสม. ได้ประชุมร่วมกับภาคีเครือข่ายแต่ละประเด็นย่อย เพื่อระดมความเห็น รวบรวมสถานการณ์ และข้อเสนอแนะจากเจ้าของปัญหา เพื่อเตรียมนำเสนอและมีมติร่วมกันในการประชุมสมัชชาสิทธิมนุษยชนดังกล่าว โดยการประชุมจะมีทั้งในห้องประชุม และผ่านทางออนไลน์

สำหรับเวทีกลาง จะมีเวทีพูดคุยทบทวนบทบาท ข้อท้าทาย และความคาดหวังต่อ กสม. รวมถึงการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันของภาคีเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชน ส่วนด้านนอกห้องประชุมจะมีนิทรรศการเหลียวหลังแลหน้า 2 ทศวรรษ กสม. และนิทรรศการจากภาคีเครือข่าย ทั้งองค์การระหว่างประเทศ ภาครัฐ และภาคประชาสังคมด้วย

“นอกจากนี้ยังจะมีการเผยแพร่สื่อการเรียนรู้ออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ผ่านกิจกรรมการประกวดยุวทูตสิทธิมนุษยชน หรือ Young Human Rights Ambassador ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สำนักงาน กสม. จัดร่วมกับมูลนิธิฟรีดริช เนามัน ประเทศไทย และ Wevis กลุ่มที่ทำงานด้านข้อมูลการเมืองอีกด้วย” เลขาธิการ กสม. กล่าวและว่า เชิญชวนนักเรียน นิสิต นักศึกษา และเยาวชนคนรุ่นใหม่ สมัครเข้าร่วมกิจกรรมยุวทูตสิทธิมนุษยชนดังกล่าว โดยอัดคลิปวิดีโอผ่านแพลตฟอร์ม TikTok เล่าถึงความสำคัญของสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง เพื่อชิงทุนขับเคลื่อนเรื่องสิทธิมนุษยชนในสถานศึกษาต่อไป โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์สำนักงาน กสม.

สำหรับความคืบหน้าในการเตรียมประเด็นกับทางภาคีเครือข่าย ในประเด็นสถานการณ์โรคโควิด 19 กับกลุ่มเปราะบาง ได้มีการเตรียมข้อมูลผลกระทบสถานการณ์โรคโควิด 19 กับกลุ่มเปราะบางกลุ่มต่าง ๆ ที่ประสบความยากลำบากในสถานการณ์ดังกล่าว ได้แก่ (1) กลุ่มเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเด็กเร่ร่อนต่างด้าวและเด็กติดตามแรงงาน ซึ่งไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งหรือต้องอยู่รวมกันอย่างแออัด รวมทั้งเด็กที่หลุดออกจากระบบการเรียนออนไลน์ (2) กลุ่มคนไร้บ้าน ที่ตกงานขาดรายได้ และเข้าไม่ถึงระบบบริการสาธารณสุข (3) กลุ่มสตรีและความเปราะบางในครอบครัว ซึ่งเผชิญปัญหาความรุนแรงในครอบครัว การท้องไม่พร้อมและความรุนแรงทางเพศ (4) กลุ่มชาติพันธุ์และผู้มีปัญหาสถานะและสิทธิ ที่ไม่ได้รับการเยียวยาจากภาครัฐ และเข้าไม่ถึงวัคซีนในช่วงแรก (5) กลุ่มแรงงานนอกระบบ ที่ต้องขาดรายได้และบางส่วนเป็นผู้สูงอายุซึ่งเข้าไม่ถึงมาตรการเยียวยา ด้วยข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีและอุปกรณ์การสื่อสาร

(6) กลุ่มแรงงานข้ามชาติ ที่ถูกเลิกจ้างและไม่สามารถเปลี่ยนนายจ้างได้ทันเวลาตามที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้มีสถานะการทำงานที่ผิดกฎหมาย (7) กลุ่มผู้สูงอายุ ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อโควิด 19 และไม่สามารถเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือเยียวยาของภาครัฐผ่านระบบออนไลน์ได้ (8) กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่ถูกเลิกจ้างจากมาตรการสั่งปิดสถานที่และสถานประกอบการบางประเภท (9) กลุ่มคนพิการ ซึ่งบางส่วนถูกเลิกจ้างมากขึ้นจากการปิดกิจการบางประเภท เช่น ร้านนวดแผนไทย และมีอุปสรรคในการเข้าถึงมาตรการเยียวยาผ่านระบบออนไลน์ และ (10) กลุ่มคนรายได้น้อย (รายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน) ซึ่งประสบปัญหารายรับลดลงสวนทางกับรายจ่ายด้านการดูแลสุขภาพที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ยังได้มีการตระเตรียมข้อเสนอแนะและแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวไว้ด้วย

ส่วนประเด็นความหลากหลายทางเพศ มีการตระเตรียมข้อมูลเบื้องต้นกับภาคีเครือข่าย โดยมีข้อท้าทายและพัฒนาการใน 6 ประเด็น ได้แก่ (1) การผลักดันเรื่องการสมรสเท่าเทียม ซึ่งปัจจุบันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือ ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม และร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต อยู่ในชั้นการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร (2) การผลักดันร่าง พ.ร.บ. รับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ การแสดงออกทางเพศสภาพ และคุณลักษณะทางเพศ พ.ศ. .... ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์ ก่อนเสนอร่างกฎหมายสู่สภาฯ (3) สิทธิของพนักงานบริการ ที่เข้าไม่ถึงสิทธิสวัสดิการตามกฎหมายแรงงาน (4) สิทธิของบุคคลหลากหลายทางเพศที่มีอัตลักษณ์ไม่เป็นไปตามกรอบชายหรือหญิงอย่างชัดเจน ซึ่งยังขาดนิยามที่ครอบคลุมในระบบกฎหมาย (5) การเคลื่อนไหวของเยาวชนเพื่อขับเคลื่อนเรื่องความเท่าเทียมทางเพศในสถานศึกษา และ (6) การถูกกีดกันในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลของผู้อยู่ร่วมกับเชื้อในกลุ่มชายรักชาย

ทั้งนี้ ภาคีเครือข่ายด้านความหลากหลายทางเพศจะได้สรุปประเด็นหลักที่จะนำเสนอในเวทีสมัชชาสิทธิมนุษยชน รวมถึงเป้าหมายการขับเคลื่อนร่วมกันด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กสม.แนะสังคมอย่านิ่งดูดายการใช้ความรุนแรงในครอบครัว

กสม.ประสานคุ้มครองเยาวชนหญิงถูกบิดามารดาทำร้ายร่างกาย แนะชุมชน-สังคม ปรับทัศนคติยื่นมือช่วยเหลือเมื่อพบเห็นการกระทำรุนแรงในครอบครัว

กสม.ชี้เจ้าหน้าที่ คฝ.ละเลยดูแลประชาชนเหตุสลายม็อบแฟลตดินแดง

กสม.ชี้เจ้าหน้าที่ คฝ.ละเลยให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์ กรณีนายมานะ หงษ์ทอง ได้รับบาดเจ็บสาหัสในการสลายการชุมนุมที่แฟลตดินแดง จี้ สตช.ให้ย้ำถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน และเร่งคดี

'กสม.'จี้สภาเร่งคลอด กม.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน

'กสม.' ออกแถลงการณ์จี้สภาผู้แทนราษฎรเร่งคลอดร่างกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ออกมาบังคับใช้ แม้สาระสำคัญบางเรื่องถูกตัดไป

กสม.ชี้อาจารย์ใช้คำไม่เหมาะสมด้อยค่านิสิตแนะ อว.กำชับคำนึงศักดิ์ศรีมนุษย์

กสม.ตรวจสอบกรณีร้องเรียนอาจารย์มหาวิทยาลัยใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมด้อยค่านิสิต แนะกระทรวงการอุดมศึกษาฯ กำชับอาจารย์เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของนิสิตนักศึกษา

กรรมการสิทธิฯ จับมือเครือข่ายผุด 'สถาบันธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน'

กสม.จับมือกรมคุ้มครองสิทธิฯ - กลต. – UNDP – สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็ก จัดตั้ง 'สถาบันธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน' หวังส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพภาคธุรกิจให้รับผิดชอบต่อสังคม

กสม.เล่นบทอินเตอร์ขีดเส้น 60 วันให้สำนักงานเลขาธิการรัฐมนตรีศึกษาอาเซียนแก้เรื่องละเมิดสิทธิฯ

กสม.ชี้สำนักงานเลขาธิการรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยกเลิกการแต่งตั้งคนพิการให้ดำรงตำแหน่งในองค์กรเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมด้วยเหตุแห่งความพิการ จี้เยียวยาใน 60 วัน