กทม.เตรียมพร้อมรับฝน-น้ำเหนือ เตือนชุมชนนอกแนวเขื่อนริมเจ้าพระยาเฝ้าระวังถึง 10 ก.ย. นี้ พร้อมขอความร่วมมือกรมเจ้าท่า กำชับมาตรการเดินเรือ ไม่ให้เกิดแรงคลื่นกระทบชาวบ้านนอกแนวป้องกันน้ำท่วม
2 ก.ย.2565 - ที่กรุงเทพมหานคร นายณรงค์ เรืองศรี รองปลัดกรุงเทพมหานคร แจ้งว่า ตามที่ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ มีประกาศฉบับที่ 35/2565 ลงวันที่ 31 ส.ค. 2565 เรื่อง กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ แจ้งเฝ้าระวังระดับน้ำบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา จากการคาดการณ์จะมีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 3 - 8 ก.ย.65 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้ประเมินสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา จากฝนคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำจังหวัดนครสวรรค์ (C.2) อยู่ในเกณฑ์ 2,000 - 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ 1,800 - 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 0.40 - 0.50 เมตร ในช่วงวันที่ 1 - 10 ก.ย. 2565 บริเวณชุมชนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ซึ่งรวมถึงพื้นที่กรุงเทพมหานคร นั้น
กรุงเทพมหานคร ได้มีการเตรียมการวางแผนเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจากน้ำฝน น้ำหลาก และน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งมีศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยมีการประชุมหารือเพื่อประสานข้อมูลร่วมกับกรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องเป็นประจำซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างและเป็นแผนปฏิบัติการเตรียมการรองรับสถานการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อลดผลกระทบและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนให้น้อยที่สุด
สำหรับการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม กรุงเทพมหานครได้จัดเจ้าหน้าที่ให้เฝ้าระวังตามจุดอ่อนหรือจุดเสี่ยงน้ำท่วม รวมทั้งได้จัดเตรียมความพร้อมอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ เพื่อให้สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชน หากเกิดเหตุกรณีฉุกเฉินสามารถจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการแก้ไขและช่วยเหลือได้ในทันทีตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังได้จัดเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำและตรวจสอบความมั่งคงแข็งแรงของแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาคลองบางกอกน้อย คลองมหาสวัสดิ์ และคลองพระโขนงอยู่เป็นประจำ ทั้งนี้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีแนวป้องกันน้ำท่วมความยาวประมาณ 87.93 กม. ประกอบด้วยแนวป้องกันน้ำท่วมถาวรของกรุงเทพมหานครความยาวประมาณ79.63 กม. ซึ่งมีระดับความสูงของคันกั้นน้ำอยู่ที่ระดับ+2.80 ม.รทก.ถึง+3.50 ม.รทก.(เมตร. ระดับทะเลปานกลาง) สามารถรองรับปริมาณน้ำเหนือหลากที่ไหลผ่านกรุงเทพมหานครได้ที่ปริมาณ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ส่วนของแนวป้องกันตนเองของหน่วยงานราชการอื่นและของเอกชนความยาวประมาณ 8.30 กม. เช่น แนวป้องกันน้ำท่วมของกรมชลประทาน แนวป้องกันน้ำท่วมของกองทัพเรือ แนวป้องกันน้ำท่วมของธนาคารแห่งประเทศไทย แนวป้องกันน้ำท่วมของศาสนสถานหรือศาลเจ้าท่าเทียบเรือขนส่งสินค้า อู่จอดเรือ ร้านค้า สถานประกอบการร้านอาหารริมน้ำ อาคารโกดังสินค้า เป็นต้น ซึ่งในส่วนของแนวป้องกันตนเองบางแห่งมีระดับของแนวคันกั้นน้ำต่ำและไม่มีความมั่นคงแข็งแรง มีการรั่วซึมหรือแนวฟันหลอ ได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการเรียงกระสอบทรายเสริมความสูงของแนวคันกั้นน้ำ อุดจุดรั่วซึม เพื่อให้สามารถป้องกันน้ำเหนือหลาก น้ำทะเลหนุนสูงได้อย่างปลอดภัยและจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียง
สำหรับชุมชนที่อยู่นอกแนวป้องกันน้ำท่วม ต้องติดตามสถานการณ์น้ำเหนือ เวลาน้ำขึ้นเต็มที่ในแต่ละวันอย่างใกล้ชิดบางชุมชนอาจจะได้รับผลกระทบเรือวิ่งผ่านไปมาด้วยความเร็วทำให้แรงคลื่นกระทบพื้นบ้าน ซึ่งกรุงเทพมหานคร ได้ประสานขอความร่วมมือไปยังกรมเจ้าท่าช่วยตรวจสอบ กำชับและใช้มาตรการเรื่องการเดินเรือเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบบ้านเรือนของประชาชน
ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงบริษัท ห้างร้านที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยาสามารถติดตามสถานการณ์น้ำรวมถึงแจ้งเหตุเดือดร้อนและขอรับความช่วยเหลือจาก กทม.ได้ที่http://dds.bangkok.go.th/ ,www.prbangkok.com ,Facebook:@BKK.BEST, กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์ Twitter:@BKK_BEST, กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์ รวมถึงการแจ้งจุดที่มีปัญหาน้ำท่วมบนถนนสายหลัก และรับแจ้งเหตุน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯ โทร. 1555 หรือศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำโทร.022485115 หรือแจ้งทางระบบทราฟี่ฟองดูว์ (Traffy Fondue)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรมอุตุฯ ประกาศเตือน 'พายุฤดูร้อน' ฉบับที่ 8
นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2569) ฉบับที่ 8 (48/2569) โดยมีใจความว่า
อุตุฯ เตือนพายุฤดูร้อนถล่ม 44 จังหวัด ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง กับลมกระโชกแรงบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่า
เฝ้าระวัง! กทม. ค่าฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แม้ช่วงนี้คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดี
สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 27 เม.ย.2569
อุตุฯ เตือนฝนฟ้าคะนอง 41 จังหวัด 'พายุฤดูร้อน' ถล่ม 28 เม.ย. - 1 พ.ค.
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในภาคเหนือ และภาคกลาง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง
'กทม.' 13 เขต ฝนตกเล็กน้อย-ปานกลางปริมาณฝนสูงสุด 'เขตบางเขน' 26.5 มม.
ฝนเล็กน้อยถึงปานกลางเขตห้วยขวาง จตุจักร หลักสี่ ลาดพร้าว บางเขน วังทองหลาง บางกะปิ บึงกุ่ม สะพานสูง คันนายาว คลองสามวา ลาดกระบัง มีนบุรี เคลื่อนตัวทิศเหนือ
กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 5 เตือน 'พายุฤดูร้อน' ถล่มไทยตอนบน
นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 24–25 เมษายน 2569) ฉบับที่ 5 (37/2569) โดยมีใจความว่า

