20 ก.ย.2565 - สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ พล.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา กรณีพ้นจากตำแหน่งกรรมการการประปาส่วนภูมิภาค เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.65 โดย พล.อ.กู้เกียรติ แจ้งว่า ตนเอง พร้อมนางกนกวรรณ ศรีนาคา คู่สมรส มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 47,498,988 บาท เป็นทรัพย์สินของ พล.อ.กู้เกียรติ 30,742,229 บาท เป็นทรัพย์สินของนางกนกวรรณ 16,756,759 บาท นอกจากนี้ ยังมีหนี้สินของ พล.อ.กู้เกียรติ 1,096,872 บาท ซึ่งเป็นหนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ
สำหรับรายละเอียดทรัพย์สิน ประกอบด้วย เงินฝากของผู้ยื่นและคู่สมรส รวมกัน 9,481,009 บาท เงินลงทุนของผู้ยื่นและคู่สมรส รวมกัน 17,681,149 บาท ที่ดินของผู้ยื่นและคู่สมรส รวมกัน 3,928,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างของผู้ยื่นและคู่สมรส รวมกัน 7,100,000 บาท ยานพาหนะของผู้ยื่น 3,800,000 บาท สิทธิและสัมปทานของผู้ยื่นและคู่สมรส รวมกัน 2,838,829 บาท ทรัพย์สินอื่นของผู้ยื่นและคู่สมรส จำนวน 10 ราย มูลค่า รวมกัน 2,670,000 บาท ประกอบด้วย ปืน 5 กระบอก นาฬิกา 13 เรือน สร้อยคอทองคำ น้ำหนักรวม 7 บาท 2 เส้น ทองคำแท่งน้ำหนักรวม 20 บาท จำนวน 2 แท่ง พระเครื่อง เหรียญที่เลี่ยมทองและล้อมเพชร รวม 26 องค์ แหวนเพชร แหวนทอง รวม 8 วง สร้อยคอทองคำพร้อมจี้ทองฝังเพชร
พล.อ.กู้เกียรติ แจ้งว่า มีรายได้ต่อปี รวมทั้งสิ้น 7,808,737 บาท เป็นเงินบำนาญและเงินเดือน 1,632,576 บาท ค่าตอบแทนและเบี้ยประชุม 2,482,900 บาท โบนัสประจำปี 2,743,261 บาท และมีรายได้จากการขายรถเบนซ์ 1 คัน 950,000 บาท ขณะที่นางกววรรณ มีรายได้ต่อปี 1,193,181 บาท เป็นบำนาญและเงินเดือน 949,692 บาท ค่าตอบแทนและเบี้ยประชุม 243,489 บาท
ทั้งนี้ พล.อ.กู้เกียติระบุตำแหน่งปัจจุบันในหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน เอาไว้ 11 ตำแหน่ง ได้แก่ คณะทำงานของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านอำนวยการ, กรรมการอิสระบริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน), ประธานอนุกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ภาคเหนือของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสำนักงานคณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อสาธารณประโยชน์
ที่ปรึกษาประธานกรรมการบริษัทเพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด(มหาชน), รองประธานและกรรมการอิสระในบริษัทเนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน), ประธานอนุกรรมการด้านสวัสดิการกีฬาในกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, ที่ปรึกษาคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย, อุปนายกคณะกรรมการอำนวยการสมาคมกีฬาเทนนิส ลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย, ที่ปรึกษาสมาคมกีฬาม้าแข่งไทย, อุปนายกสมาคมคิกบ็อกซิ่งแห่งประเทศไทย
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่งกรรมการการประปาส่วนภูมิภาคเมื่อวันที่ 23 มี.ค.64 ที่แจ้งไว้ว่า มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 41,173,871 บาท พบว่า มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 6,325,117 บาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ป.ป.ช. ชงคดีโกงสอบท้องถิ่นเข้าบอร์ดใหญ่สัปดาห์หน้า ลั่นทำให้จบภายใน 6 เดือน
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงความคืบหน้า กรณีกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐในตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง สังกัดกระทรวงมหาดไทย
'ป.ป.ช.' จับมือ 'ปปง.' ตั้งคณะทำงานร่วม สอบเส้นเงินโกงสอบท้องถิ่น
ป.ป.ช. จ่อตั้งคณะทำงานร่วม ปปง. สอบเส้นเงินทุจริตโกงสอบท้องถิ่น เร่งพิสูจน์สัมพันธ์โรงพิมพ์สมุทรปราการ-คลิปเสียงโยงนักการเมือง ระบุช้าหรือเร็วอยู่ที่หลักฐาน แต่ไม่นาน
สส.ภูมิใจไทย ตีปี๊บผลงานจับโกงสอบท้องถิ่น ชี้ทุจริตกันมานานแต่เพิ่งจับได้ครั้งแรก
ปธ.กมธ.ท้องถิ่น และ ปธ.กมธ. ปปช. แท็กทีม จ่อเรียก สถ.-มศว แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น สัปดาห์หน้า หลังเกิดความเสียหายทะลุ 4.5 พันล้านบาท ขณะที่ "อาสพลธ์" ขอบคุณ ป.ป.ช.-ตร.ปปป. หลังเป็นคนแรกยื่นสอบ จนทลายโกงสำเร็จเป็นครั้งแรกสำเร็จ และคืนความเป็นธรรมให้ลูกชาวบ้านที่หวังเป็นขรก.
ป.ป.ช. แถลงจับโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น คาดมูลค่าเสียหาย 4.5 พันล้าน
ป.ป.ช.แถลง ทลายขบวนการโกงสอบ ขรก.ท้องถิ่น จ่อสาวยันต้นตอ ลั่น ใครได้บรรจุแล้วก็ไม่รอด ฟันวินิยย้อนหลังได้ คาดมูลค่าเสียหาย 4.5 พันล้าน
เปิดบัญชีทรัพย์สิน 'เลขาธิการ ป.ป.ช.' รวย 33.9 ล้าน
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหนี้สินของนายสุรพงษ์ อินทรถาวร กรณีเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 18 ม.ค.69
ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด 'อุตสาหกรรม จ.สระแก้ว-วิศวกรชำนาญ' ออกใบอนุญาตโรงงานมิชอบ
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดกรณีกล่าวหา นายศุภกฤต พรรคนาวิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้ว

