12 พ.ย.2564 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานให้โอวาทและมอบประกาศนียบัตร ในพิธีปิด โครงการ From Gen Z to be CEO พร้อมด้วยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ รองเลขา กอศ. ผู้บริหาร TRUE ผู้บริหาร Huawei ผู้บริหาร EXIM Bank ผู้บริหาร Bitkub และผู้บริหารบริษัท TikTok (ไทยแลนด์) จํากัด ที่ Ture Digital Park สุขุมวิท 101
นายจุรินทร์ กล่าวว่าการจัดโครงการ Gen Z to be CEO เป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง เพราะเดิมกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือ NEA ช่วยกันสร้างนักธุรกิจหรือ CEO รุ่นใหม่ให้กับประเทศ ตั้งเป้าหมายว่าจะทำให้ได้ซัก 10,000 คน โดยใช้ระบบเทคโนโลยีมาช่วยในการอบรม แต่เริ่มนับเดือนมิถุนายนปีที่แล้วก็เริ่มต้นที่ 12,000 คน และมีสมัครมาอีกสุดท้ายขึ้นเป็น 20,000 คน ดำเนินการครบ 20,000 คนแล้ว ถือว่าประสบความสำเร็จมาก ทุกคนที่เข้ามาเรียนได้รับความรู้การบริหารจัดการธุรกิจ การผลิตสมัยใหม่ การให้บริการยุค New Normal และการตลาด ซึ่งปัจจุบันเราจะทำแต่เรื่องการผลิตเหมือนสมัยในอดีตแล้วไปหาตลาดไม่ทันแล้ว เพราะมีความเสี่ยง ยุคนี้ต้องใช้ตลาดนำการผลิต เหมือนแนวคิดของกระทรวงพาณิชย์และแนวคิดของวิสัยทัศน์”เกษตรผลิตพาณิชย์ตลาด” CEO Gen Z ที่ได้รับการอบรมจะมีหลักสูตรต่างๆ และการใช้เทคโนโลยี การบริหารจัดการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ การส่งออก โลกยุคใหม่
นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า เป็นโอกาสดีที่น้องๆ 20,000 คนมีโอกาสเรียนสิ่งเหล่านี้ ถือเป็นโอกาสแรกๆที่ได้รับล้ำหน้าหลายคน ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆทั้งของ TRUE Huawei แนวคิด Bitkub การเข้าถึงแหล่งทุนจาก EXIM Bank และ TikTok โลกเศรษฐกิจการค้ายุคใหม่ ยุค New Normal หัวใจสำคัญ คือ ใช้เทคโนโลยีช่วยทำการค้า เป็นอีคอมเมิร์ซ ตนเจรจาการค้ามาหลายกลุ่มทั้ง FTA ทวิภาคี หรือแบบพหุภาคี ไม่มีข้อตกลงทางการค้าไหนในปัจจุบันที่ไม่ระบุว่าเรื่องอีคอมเมิร์ซ หรือ Digital Economy สัปดาห์ที่แล้วตนประชุมรัฐมนตรีการค้า APEC Digital Economy เป็นหัวข้อที่มีความสำคัญยิ่ง และปีนี้เราจะเป็นเจ้าภาพรับไม้ต่อจากนิวซีแลนด์วันนี้และ RCEP เราให้สัตยาบันไปแล้ว จะมีผลบังคับใช้ต้นปีหน้า ก็มีบทบัญญัติว่าด้วยอีคอมเมิร์ซจะเข้ามามีบทบาทอย่างยิ่ง
น้องทุกคนเรียนจบแล้วก็จริงแต่ที่สำคัญต้องเรียนเพิ่มเติมแม้ผู้ที่เป็น CEO เชี่ยวชาญทำการค้าก็จำเป็นต้องศึกษากฎระเบียบ เพื่อแสวงหาความได้เปรียบในการทำธุรกิจการค้ากับโลกต่อไปในอนาคต หลักสูตรปั้น GenZ เป็น CEOจึงทันต่อสถานการณ์และมีความทันสมัยอย่างยิ่ง ถือเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จเป็นความภาคภูมิใจ 3 ฝ่าย 1.น้องทั้ง 20,000 คน
2.น้อง 100 รายที่ประสบความสำเร็จ และน้อง Gen Z Ambassadors
3.กระทรวงพาณิชย์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะอาชีวศึกษา ที่นำมาทำ MoU กับกระทรวงพาณิชย์ให้นักศึกษาในสถาบันอาชีวศึกษา 5,000 คน ร่วมโครงการ From Gen Z to be CEO และกระทรวงอุดมศึกษาส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งเอกชนและภาครัฐ
"หวังว่าน้องทุกคนที่ผ่านหลักสูตรนี้จะมีอนาคตที่งดงามต่อไป ปี 2564 จะมีนักศึกษาที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยจบการศึกษา 290,000 คน คำถามคือ จะไปทำอะไรหรือจะหางานได้ที่ไหน และปี 2565 อีก 280,000 คน รวม 2 ปีที่เจอวิกฤตโควิด 570,000 คนเป็นภาระหนักของรัฐบาลที่จะต้องเข้ามาช่วยให้น้องๆมีงานทำ อย่างน้อยที่สุด 20,000 คนนี้ คิดว่าได้เปรียบไม่แพ้คนอื่น ถือเป็นแต้มต่อและขออวยพรให้น้องๆทั้ง 20,000 คน ที่เข้าร่วมอบรมสำเร็จได้ดังฝัน ขอให้ทุกคนสามารถก้าวต่อไปเป็นแม่ทัพเจนเนอเรชั่นใหม่ให้กับประเทศไทย เพื่อทำรายได้ให้กับตัวเอง ครอบครัว องค์กรและประเทศของเราต่อไปในอนาคต"
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบใบประกาศนียบัตรกับน้อง Gen Z ที่ได้คะแนนสูงสุด 100 อันดับแรก Top 100 students และรางวัล Gen Z Ambassadors รางวัลสําหรับผู้ที่เป็น 1 ใน 4 คน ที่มีคะแนนสูงที่สุดของประเทศ ประกอบด้วย 1. นายสุวรรณ เขียนภาพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี สํานักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ชั้นปี 4 2. นางสาวศิริวิภา พวงจําปี วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลพบุรี ช้ันปี 2 3. นายณัฐดนัย ต้ังหะรัฐ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะเศรษฐศาสตร์ ชั้นปี 3 4. นางสาวพิริยดา ลิมประภัทร วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ชั้นปี 4 และในช่วงท้ายนายจุรินทร์ได้นั่งพูดคุยกับน้องทั้งสี่คนที่เป็น Gen Z Ambassadors อย่างเป็นกันเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฉับไว! 'ศุภจี' เผยทุเรียนประสบภัยธรรมชาติ ขายหมดแล้ว ยันติดตามใกล้ชิดทั้งช่วยเหลือเยียวยาและหาตลาด
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขอแสดงความห่วงใยไปถึงพี่น้องสวนทุเรียนในจังหวัดจันทบุรีที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์พายุเมื่อวานนี้นะคะ
ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำสั่งแต่งตั้ง ที่ปรึกษา-เลขานุการ รมต.ศุภจี
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ คำสั่งกระทรวงพาณิชย์ ที่ ๖๗๔/๒๕๖๙ เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการการเมือง
'นราพัฒน์' มองไลฟ์ขายทุเรียน เจตนาดีช่วยเกษตรกร แต่ไม่ถูกจังหวะเวลา พร้อมข้อเสนอแนะ 'ศุภจี'
นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ประเด็นร้อน “ขายทุเรียนลูกละร้อย” หลายท่านสอบถามความคิดเห็น
'ศุภจี' เซ็น MOU ผนึก 23 หน่วยงาน ปราบนอมินี-ทุนเทา อุดช่องโหว่ภาคการลงทุนไทย
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) ภายใต้แนวคิด “ลบรอยร้าวเศรษฐกิจ ร่วมพิชิตนอมินี”พร้อมด้วยนายไชยชนก ชิดชอบ
'ศุภจี' รับกดซื้อแต่ไม่ทัน หลังสื่อจี้ถามปมพิมรี่พายไลฟ์ขายทุเรียน ปลัดพาณิชย์รีบดึงออกจากวงสัมภาษณ์
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีสภาผู้แทนราษฎรเตรียมตั้งกระทู้ถามกรณีการไลฟ์สดขายทุเรียน และเตรียมตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาแก้ไขปัญหาราคาพืชผล โดยให้เหตุว่าแก้ปัญหาไม่ถูกจุดเกาไม่ถูกที่คัน
'เอ็ดดี้' ชี้ 'ศุภจี' ไลฟ์ขายทุเรียน 100 บาท ทำถูกในเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่แค่คอนเทนต์แต่ทำตลาดจริง
นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อ่านเกมศุภจี ไลฟ์ทุเรียน 100 บาท ศุภจีไม่ได้ทำแค่ “คอนเทนต์” แต่กำลังทำตลาดจริง










