กทม. เร่งเจรจาชุมชนรื้อย้ายบ้าน รุกล้ำแนวก่อสร้างเขื่อนริมคลอง

“ปลัดกทม.” สั่ง “สำนักการระบายน้ำ-สนง.เขต-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” เร่ง เจรจาชุมชนรื้อย้ายบ้านรุกล้ำแนวก่อสร้างเขื่อน พร้อมติดตั้งถังดักไขมันชุมชนริมคลอง แจง รายงานความคืบหน้าขุดลอกเพิ่มพื้นที่รับน้ำคลองลาดพร้าว

12 ต.ค.2565 - ที่สำนักการระบายน้ำ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าแนวทางการพัฒนาคลองลาดพร้าว คลองเปรมประชากร และคลองแสนแสบ พร้อมด้วยนายณรงค์ เรืองศรี รองปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยเลขานุการคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวกับการพัฒนาคลอง สำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัยสำนักงานเขตที่มีพื้นที่ติดริมคลอง สำนักงานตลาดกรุงเทพมหานคร และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

ในที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานและพัฒนาพื้นที่คลองลาดพร้าว คลองเปรมประชากร และคลองแสนแสบ ในส่วนของโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าว ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อนุมัติบอกเลิกสัญญาตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค. 2565 ซึ่งสำนักการระบายน้ำได้มีหนังสือแจ้งบอกเลิกสัญญาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการเรียกค่าเสียหายตามสัญญา และเสนอลงนามในคำสั่งคณะกรรมการบริหารจัดการหลังบอกเลิกสัญญา ส่วนการขุดลอกคลองลาดพร้าว จากคลองบางเขนถึงคลองแสนแสบความยาว 12 กิโลเมตร ดำเนินการแล้วเสร็จ การขุดลอกคลองบางซื่อ จากถนนรัชดาภิเษกถึงคลองลาดพร้าว ความยาว 1,600 เมตร ขุดลอกได้ 400 เมตร

สำหรับโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองเปรมประชากร ช่วงที่ 2 จากสุดเขตกรุงเทพมหานครถึงคลองบ้านใหม่ และจากหมู่บ้านแกรนด์คาแนลถึงถนนสรงประภา ความยาว 5,000 เมตร อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ความคืบหน้า 1.90% ช่วงที่3 จากถนนสรงประภาถึงถนนแจ้งวัฒนะ ความยาว 10,000 เมตร อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ความคืบหน้า 3.95% ช่วงที่4 จากถนนแจ้งวัฒนะถึงถนนเทศบาลสงเคราะห์ ความยาว 10,700 เมตร อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ความคืบหน้า24.20% (ข้อมูล ณ วันที่ 11 ต.ค. 2565) การสำรวจบริเวณที่มีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำแนวเขตคลองสาธารณะ 50 สำนักงานเขต มีทั้งหมด 7,965 หลัง ดำเนินการรื้อย้ายแล้ว 1,955 หลัง ยังไม่ดำเนินการรื้อย้าย 6,010 หลัง (ข้อมูล ณวันที่ 11 ต.ค.65)

ส่วนแนวทางการจัดการน้ำเสียของอาคารรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานราชการนั้น กรุงเทพมหานครจะทำหนังสือขอความร่วมมือให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบการระบายน้ำทิ้งให้ได้มาตรฐาน โดยมีอาคารที่อยู่ในพื้นที่บริการบำบัดน้ำเสียของกทม. 472 แห่ง จะประชาสัมพันธ์ให้มีการเชื่อมท่อรวบรวมน้ำเสีย เพื่อนำน้ำเสียไปบำบัดยังโรงควบคุมคุณภาพน้ำกทม. ส่วนอาคารที่อยู่นอกพื้นที่ระบบบำบัดน้ำเสียกทม. 1,307 แห่ง จะส่งเสริมให้มีการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียชนิดOnsite สำหรับการติดตั้งถังดักไขมันในพื้นที่ 21 เขตริมคลองแสนแสบและคลองสาขา โดยในปี 2565 มีเป้าหมายติดตั้งถังดักไขมันทั้งสิ้น 2,877 ถัง ปัจจุบันติดตั้งแล้ว 2,590 ถัง คิดเป็น 90.02% (ข้อมูล ณ วันที่ 12 ต.ค.65) ซึ่งในปี2566 ติดตั้งถังดักไขมัน 5,552 ถัง ปี 2567 ติดตั้งถังดักไขมัน 4,938 ถัง ปี 2568 ติดตั้งถังดักไขมัน 4,481 ถัง รวมติดตั้งถังดักไขมันทั้งสิ้น 17,548 ถัง ส่วนการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำทิ้งจากสถานประกอบการอาคารประเภท ค. ในพื้นที่รัศมี 500 เมตร ริมคลองแสนแสบและคลองสาขา จำนวน 205 แห่ง ไม่ได้เก็บตัวอย่างน้ำทิ้ง 55 แห่ง ตรวจวิเคราะห์แล้วเสร็จ 59 แห่ง ผ่านเกณฑ์ 14 แห่ง ไม่ผ่านเกณฑ์ 45 แห่ง และรอผลการวิเคราะห์ 91 แห่ง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อุตุฯ เตือนฝนตกหนัก 24 จังหวัด ทะเลคลื่นสูง 2-3 เมตร

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบริเวณภาคตะวันออก เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ประเทศลาวตอนบน

เตือน 12 จังหวัด 'เหนือ-อีสาน' เฝ้าระวังฝนตกหนัก–น้ำท่วมฉับพลัน

รัฐบาลจับตาสถานการณ์ฝนต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ 12 จังหวัด ภาคเหนือ–อีสาน เฝ้าระวังฝนตกหนัก–น้ำท่วมฉับพลัน สั่งชลประทานเตรียมพร้อมรับมือ

'อนุทิน' ไฟเขียว '7 รองนายกฯ' ใช้งบได้คนละ 100 ล้าน รับมือสถานการณ์น้ำในกรณีฉุกเฉิน

“เจเศรษฐ์” เผย ปภ.ประสานศูนย์เตือนภัยพิบัติฯ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำพื้นที่ภาคเหนือ-อีสาน ยืนยันความพร้อมการแจ้งเตือนประชาชน ขอให้ติดตามผ่านระบบ Cell Broadcast - หอกระจายข่าว - ผู้นำชุมชน ขณะที่ “นายกฯ” ไฟเขียวทุกรองนายกฯใช้งบ 100 ล้านบาท รับมือสถานการณ์น้ำหากเกิดกรณีฉุกเฉิน

'เอกนิติ' สั่งทำ Risk Map สแกนพื้นที่เสี่ยง รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคกลาง

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้