ครม. เห็นชอบบันทึกข้อตกลง 'ไทย-ซาอุฯ' ยกเว้นวีซ่า ร่วมมือด้านพลังงาน ท่องเที่ยว

ครม.เห็นชอบ MOU ไทย-ซาอุฯ ยกเว้นวีซ่าผู้ถือหนังสือเดินทางทูต หนังสือเดินทางราชการ และหนังสือเดินทางพิเศษ พร้อมลงนาม MOU ด้านการท่องเที่ยวและด้านพลังงานระหว่างกัน

15 พ.ย.2565 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบการจัดทำบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบียว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูต หนังสือเดินทางราชการ และหนังสือเดินทางพิเศษ โดยจะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของมกุฎราชกุมาร และนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย วันที่ 18 – 19 พฤศจิกายน 2565 โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้แทนรัฐบาลไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดิอาระเบียเป็นผู้แทนรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย

สาระสำคัญของร่างบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ กำหนดให้ประชาชนของประเทศคู่ภาคีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ถือหนังสือเดินทางทูตและหนังสือเดินทางราชการที่มีผลใช้ได้ของรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และหนังสือเดินทางทูตและหนังสือเดินทางพิเศษที่มีผลใช้ได้ของรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย จะต้องเดินทางผ่าน พำนัก และเดินทางออกจากดินแดนของภาคีอีกฝ่ายหนึ่งโดยไม่ต้องรับการตรวจลงตราเป็นระยะเวลารวมกันไม่เกินกว่า 90 วัน ในช่วงระยะเวลา 180 วัน นับจากวันแรกที่เดินทางเข้า โดยมีเงื่อนไขว่า บุคคลเหล่านั้นจะไม่ทำงานใด ไม่ว่าการทำงานนั้นจะเป็นการดำเนินกิจการของตนเอง หรือกิจกรรมเชิงพาณิชย์ส่วนตัวใด

นางสาวรัชดา กล่าวด้วยว่า การจัดทำบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกัน ภายหลังการปรับความสัมพันธ์ระหว่างสองราชอาณาจักรให้เป็นปกติโดยสมบูรณ์ ซึ่งมีแนวโน้มที่การติดต่อระหว่างหน่วยงานราชการและนักธุรกิจจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับซาอุดิอาระเบียแล้ว ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานราชการต่าง ๆ หรือภาคเอกชนจำนวนมากที่เป็นราชวงศ์ มักจะถือหนังสือเดินทางทูตและหนังสือเดินทางพิเศษ อีกทั้ง การทำบันทึกความเข้าใจดังกล่าวจะช่วยอำนวยความสะดวกในการติดต่อราชการระหว่างหน่วยงานของทั้งสองประเทศได้เป็นอย่างมาก

นางสาวรัชดา กล่าวต่อไปว่า นอกจากร่างบันทึกความเข้าใจข้างต้น รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย พร้อมลงนามร่างบันทึกความเข้าใจฯ ระหว่างวันที่ 18 – 19 พฤศจิกายน 2565 อีก 2 ฉบับ ได้แก่ ฉบับแรก คือ ร่างบันทึกความเข้าในว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงการท่องเที่ยวแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เพื่อพัฒนาความร่วมมือระดับทวิภาคในสาขาท่องเที่ยว ภายใต้ขอบเขตความร่วมมือ เช่น 1)ส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวระหว่างกันมากขึ้น 2)แลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญและพัฒนาบุคลากรในภาคการท่องเที่ยวและบริการ 3)ส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยว เช่น การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการท่องเที่ยวเชิงมรดกวัฒนธรรม เป็นต้น

ส่วนฉบับที่สอง คือ ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างกระทรวงพลังงานแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงพลังงานแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดตั้งกรอบความร่วมมือระหว่างคู่ภาคีในสาขาพลังงาน ภายใต้สาขาความร่วมมือ เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนและเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ การส่งเสริมการปรับเปลี่ยนไปสู่ดิจิทัลและนวัตกรรมด้านพลังงาน การเสริมสร้างขีดความสามารถบุคลากรผ่านการฝึกอบรมและแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับด้านพลังงาน การขับเคลื่อนของคู่ภาคีมีหน้าที่ เช่น จัดตั้งคณะทำงานเพื่อจัดทำข้อเสนอที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจนี้ แต่ละภาคีจะรับผิดชอบต้นทุนทางการเงินตามความตกลงนี้

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม.เศรษฐกิจพลัส! 'นายกฯ' ถก 'กรอ.' นัดแรก ดึงเอกชนร่วมกลั่นกรองเรื่องศก. ก่อนนำเข้า ครม.

นายกฯ ถก กรอ. นัดแรก ยกเป็น ‘ครม.เศรษฐกิจพลัส’ ดึงเอกชนเข้าร่วม ให้กลั่นกรองเรื่องศก. ก่อนนำเข้าครม.ได้

ชวนร้านค้าใช้ 'นกกระซิบ' AI ผู้ช่วยร้านค้าถุงเงินไทยช่วยไทย ยอดใช้งานทะลุ 4 แสนครั้ง

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า “นกกระซิบ” AI ผู้ช่วยร้านค้าบนแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ซึ่งนายอนุทิน ชาญ

รัฐบาลโชว์ผลงานปราบเครือข่ายตัดทุนค้ายาเสพติด! ลุย 2 เดือน อายัดทรัพย์ทะลุ 1 หมื่นล้านบาท

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา (1 เมษายน – 10 มิถุนายน 2569) รัฐ

รัฐบาล ดันเซมิคอนดักเตอร์สู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เอกชนขานรับ

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนต