เพิ่มทางเลือกเช็กข้อมูลนิติบุคคล ซื้อเฉพาะรายการได้แค่ 5 บาท

รัฐบาลเพิ่มทางเลือกตรวจข้อมูลนิติบุคคล เลือกซื้อข้อมูลในหนังสือรับรองเฉพาะรายการได้ รายการละ 5 บาท ลดต้นทุนประชาชน-ภาคธุรกิจ

7 ส.ค. 2569 – นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ เพื่อเพิ่มทางเลือกและลดภาระค่าใช้จ่ายในการเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลของประชาชนและภาคธุรกิจ

รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ขอเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าต้องชำระค่าบริการเป็นชุดข้อมูล ชุดละ 30 บาท แม้ต้องการใช้ข้อมูลเพียงบางรายการ ร่างกฎกระทรวงฉบับนี้จึงเพิ่มอัตราค่าบริการข้อมูลในหนังสือรับรองแบบแยกรายการ รายการละ 5 บาท โดยผู้ใช้บริการยังสามารถเลือกขอข้อมูลแบบครบชุดในอัตราเดิม ชุดละ 30 บาทได้

สำหรับข้อมูลในหนังสือรับรองที่สามารถเลือกใช้เป็นรายรายการ ประกอบด้วย ชื่อนิติบุคคล รายชื่อกรรมการ อำนาจกรรมการ ทุนจดทะเบียน ที่ตั้งสำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขา รวมถึงวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัด โดยมาตรการดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ประกอบการและหน่วยงานที่ต้องการตรวจสอบข้อมูลเฉพาะด้านไม่ต้องชำระค่าบริการเต็มชุดโดยไม่จำเป็น

“จากเดิม หากต้องการตรวจสอบเพียงอำนาจกรรมการรายการเดียวก็ต้องชำระค่าบริการทั้งชุด 30 บาท ต่อไปสามารถเลือกเฉพาะข้อมูลที่ต้องการในอัตรารายการละ 5 บาท ช่วยลดต้นทุนการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคล และสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาครัฐกับภาคธุรกิจให้สะดวกและตรงกับการใช้งานมากขึ้น” นางสาวลลิดากล่าว

รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ค่าธรรมเนียมประเภทอื่น เช่น ค่าจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัด ค่าขอหนังสือรับรอง ค่าตรวจเอกสาร และค่าขอสำเนาเอกสารพร้อมคำรับรอง ยังคงเป็นอัตราเดิม ขณะเดียวกัน ร่างกฎกระทรวงได้ตัดบทบัญญัติเรื่องการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ร้อยละ 50 ซึ่งสิ้นสุดระยะเวลาบังคับใช้ไปแล้วเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2566 เพื่อปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยไม่ได้เป็นการยกเลิกส่วนลดที่ประชาชนยังได้รับอยู่ในขณะนี้

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่า การกำหนดค่าบริการแบบรายรายการจะทำให้รัฐมีรายได้ค่าธรรมเนียมลดลงประมาณ 724,200 บาท เมื่อเทียบกับข้อมูลการใช้บริการในช่วงปี 2567–2568 แต่จะช่วยลดต้นทุนแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ สร้างแรงจูงใจให้ใช้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ และสนับสนุนการพัฒนาบริการภาครัฐสู่ระบบดิจิทัลมากขึ้น

คณะรัฐมนตรียังมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์นำข้อเสนอของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณา โดยเฉพาะการเชื่อมโยงระบบจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสรรพากรและสำนักงานประกันสังคม เพื่อพัฒนาเป็นบริการแบบไร้รอยต่อ ลดการยื่นข้อมูลซ้ำ ลดขั้นตอน และช่วยให้การเริ่มต้นธุรกิจรวดเร็วและประหยัดต้นทุนยิ่งขึ้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เร่ง กฟภ. ขยายเขตไฟฟ้า 'ปราสาทตาควาย-เนิน 350' เสร็จต้นปี 70

รัฐบาลสั่งการ กฟภ. เร่งขยายเขตไฟฟ้า 'ปราสาทตาควาย-เนิน 350' ให้แล้วเสร็จภายในต้นปี 70 มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและขวัญกำลังพลแนวหน้า เสริมสร้างความมั่นคงชายแดน

ตั้งศูนย์ DOPA N.I.C.E. - Center ปราบโกงสัญชาติ

รัฐบาลยกระดับป้องกันและปราบปรามการทุจริตทะเบียนราษฎรและสัญชาติ จัดตั้งศูนย์ DOPA N.I.C.E. - Center บูรณาการกระบวนการยุติธรรมและภาคีเครือข่าย

รัฐบาลตีปี๊บ! ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคทะลุ 50 สัญญาณศก.ฟื้นตัว

'โฆษกรัฐบาล' ชี้ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคทะลุระดับ 50 สะท้อนสัญญาณฟื้นตัว รบ.เดินหน้าดูแลค่าครองชีพ เร่งส่งออก ท่องเที่ยว และการลงทุนต่อเนื่อง

เปิดตัวระบบ 'AI Psoriasis' ช่วยคัดกรองโรคสะเก็ดเงินผ่านภาพถ่าย แม่นยำถึงร้อยละ 95

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับระบบบริการสาธารณสุ

รัฐบาลปัดใช้งบบัตรทองไปจัดอีเวนต์ พร้อมเปิดรับทุกการตรวจสอบ

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงบประมาณกองทุนหลักป