เยียวยา 1 ล้านครัวเรือน! ครม. เคาะช่วยน้ำท่วม วงเงิน 6,258 ล้าน อัตรา 5-9 พันบาทแล้วแต่กรณี

ครม. เคาะช่วยผู้ประสบอุทกภัย ในช่วงฤดูฝนปี 2565 ในอัตรา 5,000, 7,000 และ 9,000 บาท/ครัวเรือน ตามกรณี กรอบวงเงิน 6,258 ล้านบาท สำหรับจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจำนวน 1,046,460 ครัวเรือน

29 พ.ย.2565 - นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี 2565  พร้อมอนุมัติกรอบวงเงิน 6,258.54 ล้านบาท สำหรับจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจำนวน 1,046,460 ครัวเรือน ซึ่งเป็นจำนวนครัวเรือนจากการสำรวจเบื้องต้นในพื้นที่กรุงเทพมหานครและ 66 จังหวัด ที่อยู่ในพื้นที่ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหรือประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉินในกรณีใด กรณีหนึ่งใน 3 กรณี ดังนี้ 1.กรณีที่อยู่อาศัยประจำอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง ติดต่อกันตั้งแต่ 1วัน (24 ชั่วโมง) แต่ไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย หรือที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังเกินกว่า 7 วัน แต่ไม่เกิน  30 วัน ให้ความช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 5,000 บาท
 
2.กรณีที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง ติดต่อกันเกินกว่า 30 วัน แต่ไม่เกิน 60  วัน ให้ความช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 7,000 บาท 3.กรณีที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง ติดต่อกันเกินกว่า 60 วัน ขึ้นไป ให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท
 
สำหรับหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2565  ดังนี้ หลักเกณฑ์ 1.ต้องเป็นกรณีอุทกภัยที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อที่อยู่อาศัยในช่วงฤดูฝนปี 2565 ตั้งแต่ 13 พฤษภาคม ถึง  28 ตุลาคม 2565 ทั้งกรณีน้ำท่วมโดยฉับพลัน น้ำไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงการระบายน้ำจนส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ และ 2.ต้องเป็นที่อยู่ที่ประสบอุทกภัยตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหรือประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน ซึ่งได้รับผลกระทบกรณีใดกรณีหนึ่ง คือ ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขัง ตั้งแต่ 1 วัน (24 ชั่วโมง) แต่ไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย หรือที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขัง เกินกว่า 7 วันขึ้นไป
 
ขณะที่เงื่อนไข ได้แก่ 1.ต้องเป็นบ้านที่อยู่อาศัยประจำในพื้นที่ที่ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยและหรือประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยมีหนังสือรับรองผู้ประสบภัยที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกให้ และต้องผ่านการประชาคมหมู่บ้านของแต่ละพื้นที่ประสบสาธารณภัย และผ่านการตรวจสอบและยืนยันช้อมูลจากคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ และคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด สำหรับกรุงเทพมหานครต้องผ่านการตรวจสอบและยืนยันข้อมูลจากสำนักงานเขตและกรุงเทพมหานคร 2.กรณีที่ประสบภัยหลายครั้ง ให้ได้รับความช่วยเหลือเพียงครั้งเดียว ส่วนการจ่ายเงินช่วยเหลือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะเป็นจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยผ่านธนาคารออมสิน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทยรายงานว่า ขณะนี้ ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่  มหาสารคาม อุบลราชธานี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี และนครปฐม  โดยยังมีครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการเร่งสำรวจจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตราดจมบาดาล ฝนตกข้ามคืน น้ำป่าทะลักท่วมหลายอำเภอ ถนนถูกตัดขาด-เร่งอพยพด่วน

สถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดตราดหลังเกิดฝนตกหนักตลอดทั้งคืน แม้บางช่วงจะหยุด แต่ปริมาณที่มีมากและสะสมมาแล้ว 24 ชม.ทำให้หลายพื้นที่หลายอำเภอประสบภัยน้ำท่วมแล้ว 

รัฐบาลสั่งตั้ง 'วอร์รูม' 24 ชม. ป้องกันน้ำท่วมภาคกลาง

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์ฝนและระดับน้ำในพื้นที่ภาคกลางอย่างใกล้ชิด โดยนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี

น้ำป่าทะลักท่วมถนนสายหลักเข้า อ.บ้านกรวด จนท.ปิดการจราจร รถเล็กสัญจรไม่ได้

เจ้าหน้าที่ปิดถนนสายหลัก บริเวณรอยต่อระหว่าง อ.ประโคนชัย มุ่งหน้าเข้าสู่เขตตัว อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ไม่อนุญาตให้รถเล็กทุกชนิดสัญจร หลังมีน้ำท่วมถนนสูง 30-50 ซม. ระยะทางยาวร่วม 1 กม. 

ประกาศอุตุฯ ฉบับ 8 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก เรือเล็กงดออกฝั่ง

นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569) ฉบับที่ 8 (224/2569) โดยมีใจความว่า

อุตุฯ เตือนฝนถล่ม 42 จังหวัด ทะเลคลื่นสูง 3 เมตร รับมือน้ำท่วม

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักหลายพื้นที่