แฟ้มภาพ
17 พ.ย.2564 - ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยกรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ยื่นศาล รธน.วินิจฉัยกรณี กสทช.ออกใบอนุญาตดาวเทียมไทยคมดวง 7 และ 8 ขัด รธน.หรือไม่ โดย คำแถลงศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่านายวรงค์ เดชกิจวิกรม (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 (เรื่องพิจารณาที่ ต. 45/2564) นายวรงค์ เดชกิจวิกรม (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ว่า คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ผู้ถูกร้องที่ 1) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ผู้ถูกร้องที่ 2) คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) (ผู้ถูกร้องที่ 3) และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) (ผู้ถูกร้องที่ 4) และบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) (ผู้ถูกร้องที่ 5) กระทำการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 190 และมาตรา 305 (1) และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 60 และมาตรา 274
ผลการพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า 1. กรณีผู้ถูกร้องที่ 2 และผู้ถูกร้องที่ 3 มีมติมอบให้ผู้ถูกร้องที่ 5 นำเอกสารข่ายงานดาวเทียม (fling) ที่ตำแหน่ง 120องศาตะวันออก ไปทำสัญญาร่วมกับบริษัท Asia Satelite Telecommunications Company Limited ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 190 หรือไม่ นั้น เห็นว่า การยื่นคำร้องในปัญหาการทำหนังสือสัญญากับนานาประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ รัฐธรรมนูญ มาตรา 178 มิได้บัญญัติให้สิทธิแก่ประชาชนทั่วไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้
2. กรณีผู้ถูกร้องที่ 3 และผู้ถูกร้องที่ 4 ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สามเลขที่ 3ก/55/002 ลงวันที่ 26 มิ.ย. 2555 เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550 มาตรา 305 (1) และบทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือไม่นั้น เห็นว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 305 (1) เป็นบทเฉพาะกาลเกี่ยวกับการจัดตั้งองค์กรเพื่อทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ ฯ ซึ่งมิใช่เรื่องที่เกี่ยวกับการกระทำของผู้ถูกร้องที่ 3 และผู้ถูกร้องที่4
๓. กรณีพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 มาตรา 60 และมาตรา 274 หรือไม่ นั้น เห็นว่า การยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย รัฐธรรมนูญบัญญัติให้สิทธิไว้เป็นการเฉพาะตามรัฐธรรมนูญมาตรา 212 และมาตรา 231 (1) ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213
4. กรณีประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (Package) เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2564ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 60 หรือไม่ นั้นเห็นว่า ประกาศดังกล่าวมิได้มีสถานะเป็น “บทบัญญัติแห่งกฎหมาย” ที่ตราขึ้นโดยฝ่ายนิติบัญญัติที่จะอยู่ในอำนาจศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยศาลมีมติเป็นเอกฉันท์ มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทรู โชว์Q2/69 ทำกำไรต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6 พร้อมจ่ายปันผล 5.2 พันล้านบาท
ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานงบไตรมาส 2/2569 ทำกำไรต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6 หนุนด้วยรายได้ที่เติบโตและวินัยทางการเงิน พร้อมจ่ายปันผล 5.2 พันล้านบาทขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 2.83 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5%
ศึก 7 อรหันต์ซอยสายลม เดิมพันเก้าอี้"ปธ.กสทช."
ไม่ผิดความคาดหมายกับสภาพ วงแตก-ประชุมล่ม ที่เกิดขึ้นในการประชุม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ บอร์ด กสทช. เมื่อ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา จนต้องนัดประชุมใหม่ช่วง 5 สิงหาคม
‘วัส’ ชี้ช่องโหว่กฎหมายปม ‘หมอสรณ’
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุถึง กรณี "หมอสรณ" ต้องมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งหรือไม่? เมื่อกฎหมายมีช่องว่าง รัฐควรเดินอย่างไร
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'อุดม' นั่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ 'จักรพงศ์' เป็นตุลาการ
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และ พล.ต.ท.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
'โสภณ' รอศาลรัฐธรรมนูญก่อนเปิดสภาสมัยวิสามัญถกเงินกู้ 4 แสนล้าน
'โสภณ' รอเอกสารจากศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนส่ง ครม.ทูลเกล้าฯ เปิดสภาวิสามัญ ถก พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้าน
'ภคมน' จี้ 'นพ.สรณ' ต้องรับผิดชอบต่อสาธารณะ หลังบอร์ดสรรหา กสทช. ชี้มีลักษณะต้องห้าม
"ภคมน" จี้ "หมอสรณ" รับผิดชอบมติสำคัญ ควบรวมค่ายมือถือ-กองทุน USO หลัง คกก.สรรหาชี้ มีลักษณะต้องห้าม บอกแม้ไม่ใช่นักการเมือง แต่ต้องรับผิดชอบต่อสาธารณะ มองเป็นสิทธิ์ หากร้องศาลปกครอง แต่เปลี่ยนข้อเท็จจริงไม่ได้ ขอรอดูท่าทีนายกฯหลังเสร็จภารกิจเยือนจีน หากยังนิ่งเฉย กมธ.พัฒนาการเมืองฯจะทำหนังสือให้เร่งถอดถอน

