
สงสัยว่าร้องไห้ทำไม?
ก็.. “รถถัง จิตรเมืองนนท์” จอมบู๊ขวัญใจมหามวย นั่นไง หลังโดน “ทาเครุ ซากาวา” นักชกญี่ปุ่น รัวหมัดใส่จนทรุดถูกน็อกไปในยก 5 ศึก ONE Samurai 1..
เห็นนั่งฟูมฟาย สะอึกสะอื้น ภรรยาต้องคอยปลอบประโลมให้พลอยสะเทือนใจ!
ในเมื่อกีฬา (มวย) มีแพ้มีชนะมีเสมอเป็นเรื่องปกติธรรมดา คนซ้อมมาดีกว่า เก่งกว่า มีพละกำลังกว่าก็ชนะไป คนแพ้ก็ต้องขยันฝึกซ้อมกันต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ..ก็แค่นั้น!
ถูกน็อกบนเวทีใช่ว่าจะ “ถูกน็อก” ไปเสียทุกเรื่อง-ทุกอย่างในชีวิต และที่รถถังตัดพ้อ “อยากหยุดทำทุกอย่าง” นั่นถูกแล้ว..เหลือ (ทำ) ไว้แค่ “อาชีพมวย” อย่างเดียวก็พอ..
แพ้วันนี้เพื่อ (รอ) ชนะในวันหน้า แต่เสียดายว่า “ทาเครุ” ประกาศ “แขวนนวม” ไปแล้ว เลยหมดสิทธิ์จะได้แก้มือ-ล้างตาน่ะสิ!
เออ..แล้วนั่น นักวิชาการหนวด-บรรดาผู้เฒ่าไม่คิดจะแก้ตัว-แก้ต่าง หรืออบรม ตำหนิติติงเด็ก (สส.) ของพรรคที่รัก-ที่ชอบบ้างเลยเหรอ?
หรือมองว่า การแต่งตัวสวมชุดเดรสสั้น โชว์ต้นแขนของคุณไอซ์-รักชนก ศรีนอก ร่วมประชุมในสภาอันทรงเกียรตินั้น..
เป็นความงดงาม ทันสมัย เป็นตัวของตัวเอง ถูกกาลเทศะที่ใครมิอาจตำหนิติติงได้?
ที่ถามไม่ใช่ไร เห็นแค่คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ เปลี่ยนทรงผมใหม่ ก็ทำเป็นเดือดร้อนจะเป็นจะตายกัน แล้วนี่สวมเดรสสั้นเลยเข่าประชุมสภา..
ถ้าหนวดไม่กระดิกให้เห็น ก็เห็นจะจริงอย่างที่คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า.. “ทำตัวไม่เป็นนักวิชาการน่าอดสูกว่า” คือ ..อาจารย์ “ลำเอียง” จริงๆ แหละ!
เอาเถอะ..ผู้เฒ่า-เหล่า “พ่อยก” พรรคส้มจะไม่หืออือกับชุดเดรสสั้น สส.ไอซ์ ไม่เป็นไร แต่คนที่เขาทนไม่ได้ก็มีที่วิจารณ์ อย่างคอมเมนต์ที่ผมยกมาเป็นตัวอย่าง..
“ต่อไป เราอาจจะได้เห็นสายเดี่ยว และเกาะอกในสภาแน่นอน”..“ปล่อยนางทำไปเถอะ อีกหน่อยก็มีเครื่องแบบใส่แล้ว”
“นึกว่าจะไปเต้นหมอลำซิ่ง 555”..“สภาหรือบาร์เบียร์”..“การแต่งกายบอกได้ถึงพื้นฐานที่มาที่ไปของแต่ละคน”
หรือจะเอาแบบเป็นเรื่องเป็นราวเลยก็ต้องอ่านที่ ดร.ทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร โพสต์.. “เราได้เห็นความพยายามในการท้าทายระเบียบปฏิบัติมานับไม่ถ้วน
แต่กรณีล่าสุดของ **“รักชนก ศรีนอก”** กับชุดเดรสสั้นโชว์แขนกลางที่ประชุมสภาฯ คือการตอกย้ำภาพลักษณ์ของ **“นักเรียนเลว”**
ที่มักจะสับสนระหว่างคำว่า **“เสรีภาพ”** กับ **“วินัยและกาลเทศะ”
เสรีภาพที่ไร้ความรับผิดชอบ คือภาระทางสังคม เรามักได้ยินกลุ่ม “นักเรียนเลว” หรือขบวนการเคลื่อนไหวของพรรคฝั่งนี้อ้างเรื่องเสรีภาพในการแต่งกายมาโดยตลอด
แต่หัวใจสำคัญของการอยู่ในสังคมคือการรู้ว่า “อะไรควรทำที่ไหนและเมื่อไหร่”
สภาผู้แทนราษฎรไม่ใช่รันเวย์แฟชั่น และไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวที่จะแต่งกายตามอำเภอใจราวกับอยู่บ้าน!
การกระทำเช่นนี้ไม่ใช่การสร้างมาตรฐานใหม่ แต่มันคือการทำลายบรรทัดฐานของ “ผู้แทน” ที่พึงกระทำต่อสถานที่อันทรงเกียรติ
แบบอย่างที่เลวร้าย ทำลายระบบเพื่อสร้างตัวตน กาลเทศะหายไปไหน?:** ในขณะที่ประชาชนทั่วไปต้องรักษาวินัยการแต่งกายในที่ทำงาน
แต่คนเป็น สส. กลับเลือกทำตัวเหนือระเบียบเพียงเพื่อต้องการสร้าง “แรงกระเพื่อม” ในโซเชียลมีเดีย
วาทกรรมเด็กแหกคอก::การอ้างเสรีภาพเพื่อปกปิดความไร้วินัย คือบทเรียนที่สังคมต้องถอดรหัสให้ได้ ว่าเรากำลังเลือกคนที่ “เก่งแต่ทำลาย” หรือคนที่ “เคารพกติกา” มาบริหารบ้านเมือง?
หัวหน้าห้องต้องเป็น “แบบอย่างที่ดี” ไม่ใช่ “แบบอย่างที่ผิด:: การเป็นตัวแทนราษฎรไม่ได้หมายถึงการได้รับเอกสิทธิ์ในการละเลยระเบียบปฏิบัติ
หากวินัยส่วนตัวเรื่องการแต่งกายยังจัดการไม่ได้ ก็อย่าได้หวังว่าจะไปจัดการระเบียบวินัยในระดับโครงสร้างของประเทศได้จริง!
พฤติกรรมที่เน้นสร้างกระแส แต่สอบตกเรื่องกาลเทศะเช่นนี้ คือสัญญาณเตือนว่าเราอาจได้เพียง “นักเรียนเลว” มานั่งเป็นหัวหน้าห้องที่คอยแต่จะสร้างความวุ่นวาย มากกว่าผลงานที่เป็นชิ้นเป็นอัน
เสรีภาพต้องมาพร้อมความรับผิดชอบ... ถ้าทำไม่ได้ ก็เป็นได้แค่เด็กหิวแสงในชุดเดรส!”
**[บันทึกไว้ให้คิด]**
วุฒิภาวะวัดกันที่การรู้จักกาลเทศะ ไม่ใช่ความกล้าในการละเมิดระเบียบ สถานที่อันทรงเกียรติย่อมคู่ควรกับคนที่รู้จักให้เกียรติสถานที่...
ใครทำหน้าที่ ใครสร้างคอนเทนต์ ประชาชนเขาดูออก! ขอบคุณข้อมูลข่าว “TOPNEWS”
อ่านจบ..ดูท่าจะ “หนวดกระดิก” (ว่ะ)!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ภาพจากกล้องของผม
“นั่งคนเดียวมันเหงานะ” เพจเฟซบุ๊ก “HRH Princess Sirivannavari Nariratana Rajakanya” (พลเอกหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา) โพสต์จั่วหัวพร้อมด้วยข้อความว่า..
ช่องไทยโพสต์เจาะการเมือง
นี่..ถ้าหนุ่มจีน อินฟลูเอนเซอร์ ไม่ออกมาพูด.. ป่านนี้ เจ้าหน้าที่-หน่วยงานรัฐจะรู้ไหมว่า “ร้านอาหารจีน” ในย่านห้วยขวาง (กรุงเทพฯ) มันไม่รับจ่ายเป็นเงินบาท..
อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ!
น่าจะเป็น “คอนเทนต์ยอดฮิต” ที่คนดูทั่วโลกติดตามกันงอมจริงๆ แหละ!
ห่วงใยแต่กลับทำให้เดือดร้อน?
ก็เป็นที่รู้-ที่เข้าใจของคนไทยชาวพุทธ.. การอุปสมบท หรือการ “บวช” ถือเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพกาล และมีความโดดเด่น-เป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะตามต่างจังหวัด..
สิ่งที่ประเทศไทยต้องการ
เสียงสะท้อนของประชาชนต้องรับฟัง! เนี่ย..นายกรัฐมนตรี คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ได้แค่พูด แต่ได้ทำให้เห็นมาหลายเรื่อง-หลายกรณี อย่างล่าสุดนี้..
ไม่ไว้ใจ ‘ลูกเทพ’?
“ฟ้าคงสะใจ คงพอใจที่ได้เห็นเราเลิกรา เห็นคนที่รักกันมา ต้องลาร้างไป คงจะเห็นเป็นความสะใจ” เปล่า..ไม่ได้มีนัยอะไรหรอกครับ พอดีได้เห็นข้อความที่คุณบิลลี่ โอแกน ศิลปินระดับตำนาน ที่ไม่เพียงร้องเพลงเก่ง แต่งเพลงได้..

