
20 ธ.ค.2565- นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาทางการแพทย์ ครั้งที่ 6/2565 เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยมีคณะกรรมการจากหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงสาธารณสุขเข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยวาระการประชุมให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน และส่งเสริมให้ตลาดกัญชาทางการแพทย์และสุขภาพเติบโตอย่างยั่งยืน
นพ.ประพนธ์ กล่าวว่า กัญชาทางการแพทย์ เป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข เพราะเราเห็นว่า การรักษาที่เรามีอยู่ นั้นยังอาจไม่เพียงพอต่อการเยียวยาความเจ็บป่วยในปัจจุบัน ประกอบกับกัญชา เป็นสมุนไพรไทยที่เรามีองค์ความรู้การใช้มานาน หากเราสามารถพัฒนายาที่โลกต้องการบนฐานองค์ความรู้ของเรา ก็จะเป็นแพลตฟอร์มในการพัฒนายาจากสมุนไพรอื่นๆ ด้วย ให้กัญชาเป็นเรือธง หรือ flagship product ของสมุนไพรไทย จูงผลิตภัณฑ์สมุนไพรอื่นๆ ไปด้วย แต่การพัฒนากัญชานั้นมีความท้าทายกว่ามาก ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขก็พยายามออกกฏระเบียบที่สอดคล้องกับองค์ความรู้ดั้งเดิมและสมัยใหม่ ควบคุมในสิ่งที่ต้องควบคุม เพราะถ้าคุมทุกอย่าง กัญชาก็จะไปอยู่ใต้ดินใหม่
ดังนั้นในช่วงนี้ เราจึงเร่งทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ และประชาชน ว่าอะไรทำได้ ทำไม่ได้ แต่หากเตือนแล้วไม่ทำ ก็ต้องดำเนินคดี ปัจจุบันมีผู้ที่ถูกดำเนินคดีในฐานที่ไม่ปฏิบัติตามประกาศกระทรวง “สมุนไพรควบคุม” มากกว่า 10 ราย และตอนนี้พนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทุกจังหวัดก็พร้อมปฏิบัติการ หากเห็นการค้าดอกกัญชาด้วยรถเร่ หรือสถานที่ที่ไม่แสดงเอกสารอนุญาต มีการสูบในสถานที่จำหน่าย หรือขายอาหารกัญชาไม่มีป้ายแสดง ให้แจ้งไปที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้เลย
น.พ.ประพนธ์ กล่าวว่า เป้าหมายของการบังคับใช้กฎหมาย คือ การคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องการส่งเสริมผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามข้อกฎหมายด้วย เพราะไม่เช่นนั้นกฎหมายก็ไม่มีความหมาย และทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหาย ซึ่งจะส่งผลต่อการยอมรับของตลาดกัญชาไทยในระยะยาวอีกด้วย นอกจากการบังคับใช้กฎหมายแล้ว เราก็ยังมีมาตรการอื่นๆ เพิ่มเสริมสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกรและผู้ประกอบการ ทั้งการพัฒนา one stop service ในการขออนุญาตที่จะดำเนินการด้านกัญชา การศึกษาวิจัยทางการแพทย์ เพื่อสร้างความต้องการทางการตลาดที่ชัดเจน และการพัฒนาสายพันธุ์กัญชาที่ตรงกับโรค เพื่อให้เกษตรกรได้ปลูก ผู้ประกอบการได้ผลิต รวมทั้งการจัดทำคู่มือการใช้กัญชาอย่างปลอดภัยเผยแพร่ให้ประชาชน และข้อควรรู้สำหรับนักท่องเที่ยว จึงขอความร่วมมือประชาชน และผู้ประกอบการได้ปฏิบัติตามกฎหมาย ในกรณีที่มีข้อสงสัย สามารถติดต่อรับข้อมูลได้ที่สถาบันกัญชาทางการแพทย์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รัฐบาลอนุทิน' ย้ำ 'กัญชาไม่เสรี' คุมเข้มช่อดอก ฝ่าฝืนเจอคุก
รัฐบาลยัน 'กัญชาไม่เสรี' ย้ำประกาศ สธ. คุมเข้มช่อดอก ซื้อ-ขายต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น เตือนลอบขนออกนอกประเทศโทษหนัก จำคุก 10 ปี ปรับ 4 เท่า
'สกลธี' แฉช่องโหว่จับกัญชา ล็อตใหญ่แค่ปรับจบ
‘สกลธี’ แฉจับกัญชาล็อตใหญ่แค่ปรับ-ยึดของกลางจบ จี้ ขยายผลถึงนิติบุคคล-เส้นทางการเงิน ห่วงไทยถูกใช้เป็นฐานส่งกัญชาข้ามชาติระหว่างสุญญากาศ จี้เร่ง คล
เตือนรับหิ้วของฝากระวังเป็นเหยื่อขบวนการลักลอบขนกัญชา
รัฐบาลเตือนนักเดินทาง รับหิ้ว1ฝากของจากผู้อื่น อาจตกเป็นเหยื่อขบวนการลักลอบขนกัญชาข้ามชาติ มีความผิดตามกฎหมายไทย-นานาชาติ โทษจำคุกสูงสุด 10 ปี
รวบหนุ่มรัสเซียซุกดอกกัญชา-ยางกัญชา 17 กก. คาสนามบินภูเก็ต ก่อนบินไปคาซัคสถาน
ศุลกากรท่าอากาศยานภูเก็ตร่วมตำรวจ สภ.สาคู รวบหนุ่มรัสเซียซุกดอกกัญชาและยางกัญชากว่า 17 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 9.5 ล้านบาท คาสนามบินภูเก็ต ขณะเตรียมบินไปประเทศคาซัคสถาน
รัฐบาลโต้พรรคประชาชน ยืนยันไม่เคยสนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ
ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายณัฐพงษ์ ปัญญาวุฒิ วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวกับนโยบายกัญชา ว่า รัฐบาลรับฟังทุกข้อเสนอแนะด้วยความเคารพ แต่ในหลายประเด็นอาจยังไม่สะท้อนข้อเท็จจริงและพัฒนาการของการดำเนินงานในปัจจุบัน ประเด็นแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือ การลักลอบขนกัญชาออกนอกประเทศเป็นการกระทำผิดกฎหมาย
ตร.เตือน 'คนหิ้วกัญชา' เสี่ยงคุกหนัก บางประเทศถึงขั้นโทษประหาร
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยว ห้ามรับจ้างหรือรับฝากขนกัญชาออกนอกประเทศ หลังหลายชาติยึดกัญชาจากไทยได้จำนวนมาก พร้อมแน

