โฆษกกมธ.การทหาร เผย ทร.ห่วงเรือหลวงสุโขทัยมาก เหตุเป็นเรือสำคัญ กองทัพมีคำสั่งไม่ให้จม ด้าน เสธ.ทร. เผยส่งหมู่เรือเข้าไปสำรวจ-เก็บกู้แล้ว ย้ำ ดำเนินการสอบสวนอยู่ ตกใจรับราชการมา 35 ปี ไม่เคยเจอเรืออับปางเพราะเหตุนี้ ปัดคำสั่งเรือห้ามจมไม่เป็นความจริง
22 ธ.ค.2565 - ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร มีการประชุมเพื่อพิจารณากรณีเรือหลวง (ร.ล.) สุโขทัย อัปปาง เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีกำลังพลเสียชีวิต บาดเจ็บ และสูญหาย ซึ่งในส่วนของกองทัพเรือมี พล.ร.อ.ชลธิศ นาวานุเคราะห์ เสนาธิการทหารเรือ เป็นตัวแทนเข้าชี้แจงต่อคณะกมธ.ฯ
ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม พล.ร.อ.ชลธิศ ให้สัมภาษณ์ว่า ประเด็นแรกเรื่องของกำลังพลที่อาจติดอยู่ในเรือที่อับปางจากการตรวจสอบก่อนที่เรือจะอับปางลง กำลังพลทั้งหมดได้ขึ้นมาอยู่ในบริเวณที่ไม่จมน้ำแล้ว แต่เมื่อเรืออับปางไปแล้วอาจมีพลังดูดของน้ำ โดยขณะนี้หมู่เรือที่เข้าไปสำรวจ และกู้เรือได้ไปถึงพื้นที่แล้ว เป็นเรือลากทำลายทุ่นระเบิดและได้ส่งยานลงไปสำรวจความเสียหาย และวิธีเก็บกู้เรือขึ้นมา ซึ่งในการสำรวจครั้งนี้จะเป็นการค้นหากำลังพลที่อาจถูกพลังน้ำดูดลงไปด้วย นอกจากนี้ กองทัพเรือยังดำเนินการลาดตระเวณค้นหากำลังพลจำนวน 23 นาย ที่ยังประสบเหตุอยู่ในทะเล ซึ่งในส่วนนี้ได้มีการปฏิบัติงานร่วมกับกองทัพอากาศ ที่ได้สนับสนุนอากาศยาน รวมถึงยังมีการปฏิบัติงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กรมเจ้าท่า และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล(ศรชล.)
“ทุกนาทีมีค่า กำลังพลที่อยู่ในน้ำเปรียบเสมือนครอบครัว เราคิดถึงเพื่อนร่วมงาน พี่น้อง ฉะนั้น จะดำเนินการเต็มที่ตลอด 24 ชม. ทั้งในเรื่องของเรือ อากาศยาน อากาศยานไร้คนขับ และความร่วมมือของทุกหน่วยงาน” พล.ร.อ.ชลธิศ กล่าว
พล.ร.อ.ชลธิศ กล่าวด้วยว่า สำหรับการแบ่งพื้นที่สำรวจจากจุดที่เรืออับปาง ได้มีการแบ่งคร่าวๆกว้างยาว ประมาณ20 ไมล์ทะเล ซึ่งปัจจุบันมีทิศทางน้ำไหลมาทิศใต้ และทิศทางลมไหลเข้าแผ่นดิน แบ่งพื้นที่เป็นหน่วยย่อยออกมา 15 หน่วย และใช้อากาศยานเป็นเครื่องมือหลักในการลาดตระเวน เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว และใช้เรือเข้าไปตรวจสอบซึ่งขณะนี้พบสิ่งของที่มาจากเรือหลวงสุโขทัย และซากเรืออื่นๆ เป็นการพิสูจน์ว่าการดำเนินการค้นหามีทิศทางถูกต้องซึ่งจะดำเนินการต่อไป
เมื่อถามว่า จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่ เสนาธิการทหารเรือ กล่าวว่า มีการดำเนินการอยู่ ซึ่งเรื่องสำคัญที่จะต้องทำให้ความจริงปรากฎคือสาเหตุของเรือหลวงสุโขทัยอับปาง เพราะตั้งแต่ตนรับราชการมา 35 - 36 ปี ไม่เคยพบเจอเหตุในลักษณะนี้ กองทัพเรือจึงอยากหาสาเหตุ เพื่อดำเนินการแก้ไขป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีก ซึ่งย้ำว่ากองทัพเรือเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เมื่อถามว่า เหตุเรือสุโขทัยอับปางในครั้งนี้ มีคำสั่งว่านายสั่งไม่ให้เรือจมใช่หรือไม่ เสนาธิการทหารเรือ ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง ในขั้นนี้จะเสนอข้อเท็จจริงเท่านั้น ความเห็นหรือข้อคิดเห็นต่างๆ ตนไม่ขอพูดถึง
“มีความเห็นเป็นจำนวนมาก มีเขาเล่าว่า มีคนนี้คิดว่า มีคนนั้นเห็นว่า แต่ต้องดำเนินการสอบสวน และหาข้อเท็จจริง” เสนาธิการทหารเรือ กล่าว
ขณะที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ในฐานะโฆษกกมธ.ฯ แถลงผลการเข้าชี้แจงของเสนาธิการทหารเรือและคณะ ว่าทางกมธ.ได้ขอข้อมูลบันทึกการซ่อมบำรุงย้อนหลังของเรือหลวงสุโขทัย การใช้งบประมาณในการซ่อมแซม บันทึกข้อมูลการประสานงานระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้การเรือหลวงสุโขทัย ในวันที่ 18 ธ.ค. จนถึงเวลาเรืออับปาง ว่ามีการพูดคุยกันระหว่างผบ.ทร.กับผู้การเรือหลวงสุโขทัยในช่วงระยะเวลา 7 ชม. ก่อนหน้านั้นอย่างไร รวมถึงขอข้อมูลอุทกศาสตร์กองทัพเรือ ว่าขณะนั้นคลื่นมีความสูงเท่าไหร่ ความเร็วลมเป็นอย่างไร มีการเตือนภัยก่อนออกเรือหรือไม่ และบันทึกจำนวนชูชีพย้อนหลัง 7 วัน ว่ามีเพียงพอต่อกำลังพลหรือไม่ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เรือพังจากจุดใด ต้องกู้เรือให้ได้ก่อนจึงจะสามารถทราบสาเหตุได้แน่ชัด โดยเสนาธิการทหารเรือได้ชี้แจงต่อกมธ.ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุสุดวิสัย เนื่องจากภัยธรรมชาติมีคลื่นสูง 4 - 5 เมตร โดยมีการประคับประคองเรือให้ถึงที่สุดแล้ว
นายมงคลกิตติ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้กองทัพเรือยังได้ชี้แจงถึงการเข้าให้ความช่วยเหลือของเรือหลวงกระบุรี และเรืออื่นๆ ที่ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้เพราะคลื่นสูงมาก อีกทั้งผู้การเรือหลวงสุโขทัย แจ้งว่าเรือที่เอียงอยู่ระหว่าง 60 - 80 องศา การอยู่บนเรือจะปลอดภัยกว่าอยู่บนผิวน้ำ ส่วนเฮลิคอปเตอร์ก็ไม่สามารถบินต่ำได้ เพราะกระแสลมแรง ทั้งนี้ จากการประเมินเบื้องต้น ผบ.ทร. ผู้การเรือหลวงสุโขทัย มีความเป็นห่วงตัวเรือมากพอสมควรเพราะในกองทัพเรือมีคำสั่งว่าเรือจมไม่ได้ เนื่องจากเป็นเรือหลักของกองทัพ ทำให้กำลังพล และผู้การเรือหลวงสุโขทัยตัดสินใจที่จะปกป้องเรือจนลืมคิดถึงชีวิตตัวเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะสามารถกู้เรือหลวงสุโขทัยขึ้นมาได้หรือไม่ นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า กู้เรือได้ 100% แต่ต้องอาศัยซื้อของเอกชนด้วย เนื่องจากต้องใช้เรือขนาดใหญ่และใช้เครนในการยก ส่วนโอกาสที่กำลังพลที่สูญหายจะมีชีวิตรอดอยู่ยอมรับว่ามีโอกาสน้อยเนื่องจากผ่านมาหลายวันแล้ว แม้จะมีเสื้อชูชีพแต่การทำงานของชูชีพอาจจะมีประสิทธิภาพต่ำลง รวมถึงอุณหภูมิในน้ำทะเลมีความหนาวเย็น และยังมีเรื่องสัตว์ใหญ่ในทะเล แต่ก็ยังภาวนาให้พบผู้รอดชีวิต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ไอซ์' โผล่รายวัน! ยึดได้ 300 โล ลอบขนใส่เรือข้ามโขง
พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.) ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีการลับลอบลำเลียงยาเสพติดจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน
ทร.เปิด 50 สินค้าควบคุมห้ามส่งกัมพูชา แจงภาพเรือขนส่งเป็นเหตุเก่า
โฆษกกองทัพเรือยืนยันเดินหน้าเข้มมาตรการสกัดกั้นสินค้าควบคุมไปกัมพูชาตามนโยบายรัฐบาล พร้อมเปิดรายการสินค้าต้องห้ามกว่า 50 รายการ ครอบคลุมเชื้อเพลิง อุปกรณ์สื่อสาร โดรน และสารเคมี ชี้ภาพเรือ
ทร.ส่งกลับชาวกัมพูชา 47 คน ย้ำชัดไม่ใช่เปิดด่าน
กองทัพเรือเผยอำนวยความสะดวกส่งกลับชาวกัมพูชา 47 คนที่พ้นโทษและสิ้นสุดคดี ผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม จ.จันท
กองทัพเรือ แพร่ภาพสดด่านชายแดน 3 จุด โต้โซเชียลลือเปิดด่าน
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีสื่อสังคมออนไลน์บางเพจเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงว่ากองทัพเรือเปิดให้มีการเดินทางและขนส่งสินค้าข้ามชายแดนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและตราดนั้น กองทัพเรือขอยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่
ทร.แจงปม ‘อู่ซ่อม-ท่าเทียบเรือดำน้ำ’ ยันไม่สะดุด รับมอบเรือปี 72 ตามแผน
กองทัพเรือชี้แจงปมโครงการอู่ซ่อมบำรุงและท่าเทียบเรือดำน้ำ ยืนยันงานก่อสร้างอู่ซ่อมฯ ยังเดินหน้าตามแผน เตรียมปรับรายละเอียดสัญญาให้สอดคล้องภารกิจโดยไม่กระทบกำหนดรับมอบเรือดำน้ำปี 2572
ลูบคม 'นาวิกโยธินตราด' เจอตัดสายสัญญาณกล้องวงจรปิดชายแดน 'ทมอดา'
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า จากกรณีตรวจพบการลักลอบเข้าไปตัดสายสัญญาณของระบบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ ทมอดา จังหวัดตราด จนทำให้กล้องบางส่วนไม่สามารถใช้งานได้ โดยพบว่าสายสัญญาณสูญหายไปเป็นระยะทาง 170 เมตรนั้น

