19 ม.ค.2566 - กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ในช่วงวันที่ 18 - 22 ม.ค. 66 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง โดยบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 1 - 3 องศาเซลเซียส
ในขณะที่ในช่วงวันที่ 19-21 ม.ค. 66 ลมตะวันตกในระดับบนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ทำให้ภาคเหนือมีอุณหภูมิลดลง 3-5 องศาเซลเซียส
ส่วนในช่วงวันที่ 23-24 ม.ค. 66 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางระลอกใหม่จะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาวเย็นต่อเนื่อง
สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังค่อนข้างแรง ตลอดช่วง ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 20-24 ม.ค. 66 บริเวณภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2 -3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ตลอดช่วง
ข้อควรระวัง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น รวมถึงระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากลมแรงและอากาศแห้งไว้ด้วย
สำหรับประชาชนในภาคใต้ระวังคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าฝั่งไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ หลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรงดออกจากฝั่ง ตลอดช่วง
ส่วนในช่วงวันที่ 20 – 24 ม.ค. 66 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว ตลอดช่วง โดยในช่วงวันที่ 19 – 21 ม.ค. 66 อุณหภูมิจะลดลง 3 - 5 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 10 – 20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26 – 32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 2 – 10 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 5 – 15 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว ตลอดช่วง โดยในช่วงวันที่ 18 – 19 และ 24 ม.ค. 66 อุณหภูมิจะลดลง 1 - 3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 9 – 18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26 – 32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5 – 12 องศาเซลเซียส ในช่วงวันที่ 18 – 19 และ 24 ม.ค. 66 ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 20 - 23 ม.ค. 66 ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม.
ภาคกลาง อากาศเย็นในตอนเช้า ตลอดช่วง โดยในช่วงวันที่ 18 – 19 ม.ค. 66 อุณหภูมิจะลดลง 1 - 3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 18 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 33 องศาเซลเซียส ในช่วงวันที่ 18 – 19 ม.ค. 66 ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 20 - 24 ม.ค. 66 ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก อากาศเย็นในตอนเช้า ตลอดช่วง โดยในช่วงวันที่ 18 – 19 ม.ค. 66 อุณหภูมิจะลดลง 1 - 3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 17 – 21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26 – 32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 18 – 19 ม.ค. 66 อากาศเย็น มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 - 30 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาค ส่วนในช่วงวันที่ 20 – 24 ม.ค. 66 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 - 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนมากทางตอนล่างของภาค
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา :ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป : ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 - 40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 19 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 33 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 18 - 19 ม.ค. 66 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 - 20 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 20 – 24 ม.ค. 66 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 - 60 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 - 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 19 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 34 องศาเซลเซียส
กรุงเทพและปริมณฑล อากาศเย็นในตอนเช้าตลอดช่วง โดยในช่วงวันที่ 18 – 19 ม.ค. 66 อุณหภูมิจะลดลง 1 - 2 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 19 – 22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 33 องศาเซลเซียส ในช่วงวันที่ 18 – 19 ม.ค. 66 ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 20 - 24 ม.ค. 66 ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ประกาศกรมอุตุฯ ฉบับที่ 3 เปิดพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก-น้ำท่วมภาคใต้ 25-28 ต.ค.
กรมอุตุนิยมวิทยา เผยแพร่ประกาศเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้และอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 24-28 ตุลาคม 2569) ฉบับที่ 3 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 24–28 ตุลาคม 2569 บริเวณภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม
เตือนฝนถล่มใต้ 10 จังหวัด! รัฐสั่งสนามบินเฝ้าระวัง 24 ชม. ไม่ปลอดภัยระงับบินทันที
รัฐบาลสั่งกรมท่าอากาศยานเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคใต้ 10 จังหวัด ช่วง 23-26 ต.ค. กำชับสนามบินตรวจระบบระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ ไฟฟ้าสำรอง และสภาพทางวิ่ง พร้อมเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง หากพบความเสี่ยงต่อความปลอดภัย ให้จำกัดหรือระงับการใช้พื้นที่ทันที พร้อมประสานสายการบินดูแลผู้โดยสาร
กรมอุตุฯ เตือน 11 จังหวัดภาคใต้ฝนตกหนัก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน 11 จังหวัดภาคใต้รับมือฝนตกหนัก โดยเฉพาะฝั่งอันดามันมีฝนร้อยละ 70 ของพื้นที่ ระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่า
ด่วน! กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 1 เตือนฝนถล่มภาคใต้ ไทยตอนบนอากาศแปรปรวน 24-28 ต.ค.
กรมอุตุนิยมวิทยา เผยแพร่ประกาศเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้และอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 24-28 ตุลาคม 2569) ฉบับที่ 1 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 24–28 ตุลาคม 2569 บริเวณภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่อง มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม
ประกาศอุตุฯ ฉบับสุดท้าย เปิดพื้นที่ฝนตกหนักถึงหนักมาก 23-25 ต.ค.
นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย
อุตุฯ เตือนฝนฟ้าคะนอง 40 จังหวัด ลมกระโชกแรง ทะเลคลื่นสูง 2 เมตร
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ภาคตะวันออกและภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่

