
เมื่อช่วงปีที่แล้ว...รองประธานาธิบดีอเมริกา นาย JD Vance ซึ่งยังคงหนุ่มๆ แน่นๆ และออกจะเป็นประเภท ปากแจ๋ว อยู่พอสมควร ถึงกับโดดขึ้นธรรมาสน์ เทศนา สั่งสอน อบรม บรรดา ชาติยุโรป ทั้งหลาย ณ เวทีประชุมความมั่นคง Munich Security Conference ที่ประเทศเยอรมนี ว่ากำลัง ฆ่าตัวตายทางอารยธรรม (Civilization Suicide) เอาเลยถึงขั้นนั้น อันเนื่องมาจาก การละทิ้งคุณค่าดั้งเดิมของประชาธิปไตย ไม่คิดจะยึดมั่นอยู่กับผลประโยชน์ของปวงชนในประเทศตัวเองเป็นหลัก ไม่เหมือนอเมริกา...ที่ยังคงมุ่งมั่นอยู่กับสิ่งที่เรียกว่า America First อะไรทำนองนั้น...
มาปีนี้...หรือไม่กี่วันที่ผ่านมานี่เอง รัฐมนตรีต่างประเทศอเมริกัน นาย Marco Rubio ก็ได้ไป พ่นแมงโม้ ในลักษณะคล้ายๆ กัน ที่เมือง Pnyx ประเทศกรีซ กล่าวหาว่ารัฐบาลของชาติยุโรปทั้งหลาย มักออกไปทางประเภทพวก Globalism หรือพวก เสรีนิยมใหม่ ที่ยึดเอาผลประโยชน์ของโลกเป็นหลัก โดยแทบไม่ได้สนใจผลประโยชน์ของประชาชนในประเทศตัวเอง อันมีแต่จะนำมาซึ่งความเสื่อมโทรม ทรุดโทรม เสื่อมถอย หรือถึงขั้นต้องตกเป็นทาสในท้ายที่สุด ต่างไปจากอเมริกาที่ยังคงขยันหมั่นเพียรอยู่กับการไล่ทุบ ไล่ตี บรรดา ผู้อพยพต่างชาติ ที่เข้ามาแย่งงาน แย่งผลประโยชน์ของชาวอเมริกัน หรือคอยจับล่ามโซ่ลากออกไปจากประเทศ อะไรประมาณนั้น...
จริง-ไม่จริง น่าเชื่อ-ไม่น่าเชื่อ...อันนี้คงต้องไปพินิจ พิจารณา กันเอาเอง แต่เอาไป-เอามาแล้ว...อเมริกาเองก็น่าจะกำลัง ฆ่าตัวตายทางอารยธรรม ไม่ต่างไปจากบรรดาชาติยุโรปทั้งหลายนั่นแหละ เพราะ America First ทุกวันนี้มันไม่ได้เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของบรรดาอเมริกันชนมากมายซักเท่าไหร่ แต่มุ่งจะตอบสนองความปรารถนาและต้องการของ พันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์ อย่างประเทศอิสราเอลนั่นเอง ไม่ว่าจะด้วยแรงกด แรงบีบ ของพวกล็อบบี้ยิสต์ชาวยิว หรือนักธุรกิจอเมริกันเชื้อสายยิว ที่มีบทบาท อิทธิพล ต่อทั้งพรรครัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน จนใครต่อใครทั่วทั้งโลกเห็นได้ถนัดชัดเจน ว่ามันได้กลายเป็น Israel First ไปแล้วในทุกวันนี้ โดยไม่ได้สนใจเอาเลยแม้แต่นิดว่า เศรษฐกิจอเมริกา หรือกระทั่ง เศรษฐกิจโลก จะฉิบหาย-วายวอดไปแล้วถึงขั้นไหน???
ด้วยเหตุนี้...เหตุการณ์ จลาจล ที่กำลังเกิดขึ้น ณ ประเทศฝรั่งเศส และทำท่าว่าจะลุกลามไปยังอิตาลี สเปน โปรตุเกส เบลเยียม แอลเบเนีย ไปจนแม้แต่เยอรมนี อังกฤษ รวมทั้งอเมริกาอีกด้วยก็เป็นได้ ในอีกไม่นาน-ไม่ช้านับจากนี้ มันจึงหนีไม่พ้นต้องนำเอาบรรดา ข้อกล่าวหา ทั้งหลาย มาร่วมคิด ร่วมพินิจ พิจารณา ควบคู่ไปด้วย จะไปมองแบบ โลกสวย มองในแง่งดงาม รื่นเริง บันเทิงใจ ว่าเป็น ความเบ่งบานแห่งเสรีภาพ ปานประดุจ ดอกไม้ อะไรทำนองนั้น มันไม่น่าจะตรงประเด็น หรืออาจพลาดประเด็น ที่ควรนำมาใช้เป็นข้อคิด สะกิดใจ เป็นอุทาหรณ์สอนใจ สำหรับใครก็ตาม...ที่ไม่อยากจะให้ความฉิบหาย-วายวอด อุบัติขึ้นมาภายในชาติ ภายในประเทศตัวเอง...
คือเอาเข้าจริงๆ แล้ว...ถ้าหากไม่มีความทุกข์ ความเดือดร้อน อันเนื่องมาจากสินค้าราคาแพง น้ำมันแพง อัตราเงินเฟ้อพุ่งโด่เด่ การช่วยเหลือเยียวยาในด้านสวัสดิการสังคม การศึกษา ฯลฯ ถูกตัด ถูกหั่น เพราะต้องเอาเงินไปโปะ ไปใช้ในงบประมาณด้านความมั่นคง ด้านการทหาร หรือเอาไปช่วย ตัวตลก-ตัวแทน ให้เล่นงานผู้ที่ตัวเองคิดว่าเป็น ศัตรู ให้หมดเรี่ยว หมดแรง หมดฤทธิ์ หมดเดช ให้จงได้ ฯลฯ บรรดาผู้คนในประเทศเหล่านี้ เขาอาจไม่ถึงกับฉุนฉิว กริ้วโกรธ เกลียดและเคียดแค้นรัฐบาลของตัวเองมากมายถึงขั้นนี้ หรือน่าจะพอ อยู่ๆ กันไปได้ แต่ละคน-แต่ละราย สามารถแสวงหาความสุข ความสงบ สันติภาพ สันติธรรม ไปตามหนทางของใคร-ก็-ของมัน...
หรือมันคงไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการเบ่งบานของ ดอกไม้ มากมายซักเท่าไหร่ เพราะสิ่งที่เรียกว่า เสรีภาพ นั้น เอาเข้าจริงๆ แล้ว มันออกจะมีความหมายที่ ลุ่มลึก-ลึกซึ้ง เอามากๆ โดยเฉพาะถ้ามองจากสายตาของชาวตะวันออกอันเป็นดินแดนที่บรรดา ศาสนา ทั้งหลาย ได้อุบัติขึ้นมาก่อนจะแพร่ไปสู่โลกทั้งโลก คือไม่ใช่แค่ เสรีภาพในทางวัตถุ แบบที่ชาวตะวันตกดิ้นรน ขวนขวาย พยายามนำเอามาตอบสนองความปรารถนา-ความต้องการต่อสิ่งที่เรียกว่า กิเลส ของตนเองไปเป็นรายๆ แต่ยังประกอบไปด้วย เสรีภาพทางจิตวิญญาณ ที่จะต้องอาศัยการข่มกลั้น ความอดทนต่อสิ่งเร้าใดๆ อันเป็นตัวยั่วเย้าให้เกิดความรัก ความชัง ความโกรธ ความเกลียด ความโลภ ความหลง ฯลฯ ที่อาจก่อให้เกิด อันตราย ไม่ว่าต่อตัวเองหรือผู้อื่นไปด้วยกันทั้งสิ้น และด้วยเหตุผู้ที่เข้าใจความหมายของ เสรีภาพ ไปในทางฉาบๆ ฉวยๆ ไม่ได้พินิจ พิจารณา ให้ลึกซึ้ง-ถึงแก่นหรือไม่? อย่างไร? ก็แล้วแต่จะว่ากันไป บางศาสนา อย่าง ศาสนาอิสลาม เขาเลยต้องกำชับกำชาไว้ด้วยคำพูดที่น่าคิด น่าสะกิดใจ น่านำเอามาเป็นอุทาหรณ์ สอนใจ นั่นก็คือคำพูดประโยคที่ว่า... “พระผู้เป็นเจ้า...ประทานเสรีภาพให้กับมนุษย์ ในอันที่จะทำดีก็ได้-ทำชั่วก็ได้ เพียงแต่เขาเหล่านั้น จะต้องได้รับผลแห่งการกระทำ อย่างไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่อณูเดียว!!!”.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สแกน 'โฆษก' ชายแดนใต้
การแต่งตั้ง “นายพัน” ตำแหน่ง รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ลงมาถึง สารวัตร (สว.) วาระประจำปี 2569 แม้ตามกฎ ตามระเบียบ ต้องเสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 พ.ย. 2569 เพื่อให้คำสั่งมีผลพร้อมกันวันที่ 7 ธ.ค. 2569
อุเทนถวาย…ตอบยากจริงๆ
เรื่องย้ายอุเทนถวายออกจากพื้นที่เดิมตรงถนนพญาไท ดูท่าจะไม่จบกันง่ายๆ
เบื่อหน้าเดิม…จะให้ใครออกสื่อ?
ผมมีความคิดพิเรนทร์อยู่อย่างหนึ่งครับ ถ้าวันไหนคนดูโทรทัศน์เบื่อหน้านักวิเคราะห์การเมืองขึ้นมาจริงๆ เราจะทำอย่างไรกันดี
นายกฯ ในดวงใจ?
ถ้ามีใครมาถามว่า นายกรัฐมนตรีคนไหนอยู่ในดวงใจของเสมอต้น ผมคงต้องขอเวลาคิดสักหน่อยครับ
‘อัตราเสี่ยง’ที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า!!!
น้ำมันดีเซลรัสเซีย 300,000 ตัน และอีก 500,000 ตันในเดือนพฤศจิกายน ไปจนถึง 1,000,000 ตันในอีกไม่นาน-ไม่ช้า จะช่วยให้การขาดแคลนน้ำมันดีเซลในอเมริกา
ผีเน่า โลงผุ…วุ่นกันไม่เลิก!
วันอาทิตย์นี้มีจดหมายมาให้อ่านกันสี่ฉบับครับ มีทั้งเรื่องการเมือง รถเกี่ยวข้าวอีวี น้ำท่วม และเรื่องโลกแตก

