
หมดแรงข้าวต้มไป ๒ วัน!
วันนี้....ยังไงก็ต้องฮึด
กราบขอบพระคุณทุกท่านที่มามอบน้ำใจ-ไมตรีต่อชาวคณะไทยโพสต์ ในวาระ “ไทยโพสต์”
ครบรอบปีที่ ๓๐ เมื่อ ๒๑ ตุลา.ที่ผ่านมา!
ในโครงการ “ขอเปลี่ยนกระเช้าดอกไม้เป็นเงิน” นั้น
ผลปรากฏออกมาเป็นตัวเลข
ตามที่ “โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า” และ “มูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท” แจ้งมา เป็นดังนี้
บริจาคเข้า “มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า”
จำนวน ๖๐๙,๑๐๑ บาท
บริจาคเข้า “มูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท”
จำนวน ๑๘๗,๘๒๔ บาท
ก็แสนจะชื่นใจ ถ้าเป็นกระเช้าดอกไม้ แต่ละกระเช้าตกหลายพันบาท ถึงวันนี้ เงิน ๗๙๖,๙๒๕ บาท ที่ซื้อกระเช้าดอกไม้มามอบ
เงินร่วม ๘ แสน ค่ากระเช้าดอกไม้ นั้น
ก็กำลังเหี่ยวเฉา รอการโยนทิ้ง!
แต่พอเปลี่ยนเป็นเงิน ๖ แสนกว่าบาท ที่มอบ “โรงพยาบาลพลันมีค่ามหาศาล" กับ
ทหาร “คนเพื่อแผ่นดิน”!
ที่บาดเจ็บจากสู้รบชายแดนทั้งเหนือ-ใต้-อีสาน แล้วมานอนรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล
ส่วนอีกร่วม ๒ แสนบาทนั้น
พอดีกับที่ “พระราชวังพญาไท” บางส่วนถูกน้ำท่วมเสียหาย
ซึ่งจะต้องซ่อมแซม
และช่างผู้รับเหมาก็ตีราคามาประมาณนี้
จึงถือได้ว่าทุกท่านได้ร่วม “อนุรักษ์พระราชวังพญาไท” ให้ดำรงอยู่คู่แผ่นดินสืบต่อไป
ผมกราบขอบคุณทุกท่านแทนโรงพยาบาลและมูลนิธิด้วยครับ!
เอาละ...เรื่องที่จะคุยต่อไปนี้
ต้องบอกว่าเป็น “เรื่องใหญ่ระดับชาติ” คือเรื่อง
"กะเพราเพื่อกระเพาะของคนทั้งชาติ"!
แฟนๆ เขาเมนต์มาบอกให้ผมคุยเรื่องนี้หน่อย เห็นวิพากษ์-วิจารณ์กันชนิด “เอาเป็น-เอาตาย” ก็ไม่รู้จะเชื่อฝ่ายไหนดี?
ผมก็ไม่ใช่ผู้สันทัดกรณีเรื่องกะเพรา
แต่เมื่อแฟนๆ ขอร้อง ก็ต้อง “ตามค้น-ตามลอก” มาให้รู้กัน
ตามที่ผมสังเกต ฝ่ายที่ทำเรื่องนี้ให้สับสน
คือพวกสื่อ!
แทนที่จะนำเรื่องราวที่ถูกต้องมาแจกแจงให้ประชาชนเข้าใจกลับนำเสนอแบบ “สร้างความขัดแย้ง” เพื่อเรียกเรตติง
โดยให้นักข่าวเอาไมค์ไปจ่อปากถามชาวบ้าน ถามพ่อค้า-แม่ค้า ชวนให้เกิดความเข้าใจผิดและเกลียดชังกัน
“รู้สึกยังไงบ้างคะ ที่ซีพีเขาจดสิทธิบัตรกะเพรา”?
ชาวบ้านเขาจะไปรู้รายละเอียดได้อย่างไร
เขาก็ต้องโกรธและด่าซีพี จนเป็นสงครามต่างความเห็นระหว่าง “คนรู้” กับ "คนไม่รู้"!
ผมจะนำตัวอย่างความขัดแย้งทางความคิดเห็นมาให้อ่านเป็น “บันเทิงธิปไตย” ดังนี้
Wirote Meekunchorn
ที่บ้านใครก็มี..ปลูกไปปลูกมา บางทีมันก็ไขว้สาย
ของมันก็กลายพันธุ์ได้ ไม่เห็นชาวบ้านใครเขาแห่จด
ผมเองตัดกะเพราช่วยแม่มาตั้งแต่ ป.5 ยันโต
4 แบบนี้ ผ่านสายตามาหมด พอกัน...
แต่เราก็เรียกมันแค่ กะเพรา ไม่มีชื่อ 1, 2, 3, 4 ......
วันดีคืนดี มีคนอ้างว่า...เราผสมพันธุ์ขึ้นมาใหม่...
เจ้าหน้าที่ที่กินเงินภาษีประชาชน.. ควรยั้งใจ ยั้งคิดไว้บ้าง
จะกระทบอาชีพเกษตรกร ในวงกว้างไหม..
ถ้าไปให้เอกสิทธิ์แค่บางคน...วันข้างหน้า ถ้าสายลม แมลง นก หนู นำพันธุ์ต้องห้ามมาหล่นใส่ที่ดิน คนบริสุทธิ์
ทำให้เขาต้องมลทิน ว่าไปขโมยปลูก..พืชที่มีเจ้าของ
คุณจะบาปเอานะ....
ในฐานะไม่คาดการณ์ว่าธรรมชาติก็คือหนึ่งผู้ขยายพันธุ์พืชนานาชนิดในโลกนี้ มันไปได้ทุกที่ตามกฎของธรรมชาติ
ผู้ใดที่ฝืนกฎ เอาเปรียบวงจรแห่งธรรมชาติ ที่ควรจะเป็น
สักวันธรรมชาติจะทวงคืน!
ครับ...รายนี้ เป็น “สายธรรมชาติ”
แต่รายต่อไป เป็น “สายบู๊”
Sae Ma Sae
รวมตัวกันครับ ทั้งประเทศ...อย่าซื้อของ CP รอสักแค่ 1 อาทิตย์ ก็เจ๊งแล้วครับ
เดือดทั้งตลาด! พ่อค้าแม่ค้ารวมพลัง จ่อแบนสินค้าซีพี
ที่ตลาดสดแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี
พ่อค้าและแม่ค้าจำหน่ายผักในตลาด ได้แสดงความคิดเห็นและแสดงความไม่พอใจต่อกรณีบริษัท ซีพี ยื่นขอรับความคุ้มครองพันธุ์กะเพราใหม่ 4 สายพันธุ์ ได้แก่ กะเพราแก้วจุรี 01, 02, 03 และ 04
แม้จะมีคำชี้แจงว่าประชาชนยังสามารถปลูกกะเพราเพื่อบริโภคได้
แต่หากมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการนำ “พันธุ์พืช” ที่ได้รับความคุ้มครองไปใช้ประโยชน์ในเชิงการค้า
จะทำให้ผู้ค้าผักรายย่อยต้องเผชิญกับความยุ่งยากในการตรวจสอบแหล่งที่มาและจำแนกสายพันธุ์หรือไม่
เนื่องจากกะเพราที่วางจำหน่ายในตลาดมีลักษณะใกล้เคียงกัน และผู้ค้าทั่วไปอาจไม่มีความรู้เฉพาะทางเพียงพอที่จะระบุได้อย่างชัดเจนว่าเป็นกะเพราสายพันธุ์ใด
ผู้ค้าบางส่วนยังระบุถึงความเป็นไปได้ที่จะร่วมกันรณรงค์ไม่สนับสนุนสินค้าจากบริษัทในเครือซีพี
หากไม่ได้รับคำชี้แจงที่ทำให้เกิดความเข้าใจและความมั่นใจในเรื่องสิทธิของประชาชน
................................
ทีนี้มาฟัง “สายกลาง” บ้าง ว่าเขาเข้าใจเรื่องนี้อย่างไร?
ข่าวถึงชาวรังสิต
Chang Wongsawat
กะเพรา! ฝากไปถึงพวกแชร์มั่วอยากแต่จะแซะ
จะพาคนอื่นเขาแตกตื่น อ่านซะบ้าง
*ประชาชนและเกษตรกร ยังสามารถปลูกกะเพราพันธุ์พื้นเมืองหรือกะเพราทั่วไปกินและขายได้ตามปกติ
ไม่มีความผิด
*การคุ้มครองครอบคลุมเฉพาะ "ส่วนขยายพันธุ์" (เช่น เมล็ด หรือต้นพันธุ์) ของแก้วจุรี 01-04 เท่านั้น
โดยห้ามนำไปผลิตหรือขยายพันธุ์เพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ทรงสิทธิ
*ผู้พัฒนาและจดทะเบียน: บริษัท ซีพีแรม จำกัด โดยพัฒนาต่อยอดจาก “กะเพราพันธุ์พื้นเมือง” ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ “วิทยาเขตกำแพงแสน” โดยใช้เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ เช่น การชักนำการกลายพันธุ์และการเพิ่มจำนวนชุดโครโมโซม
*ระยะเวลาคุ้มครอง: มีอายุการคุ้มครอง 12 ปี
(ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567 จนถึง พ.ศ. 2579)
.........................................
ฟังรายโน้น-รายนี้แล้ว ก็เกิดคำถามว่า
แล้วอย่างไหนยึดถือเป็น “มาตรฐาน” ทางความเชื่อถือได้?
ผมว่า ยึดถือตามรายนี้เป็นมาตรฐานได้ครับ
“นริศรา ภูธิตา”
กะเพราในโลกนี้มีร้อยกว่าสายพันธุ์
เขาจดสิทธิบัตรคุ้มครองแค่ 4 สายพันธุ์
ซึ่งเป็น 4 สายพันธุ์ ที่เขาวิจัยและพัฒนาขึ้นมาใหม่
โดยใช้พันธุ์กะเพราพื้นเมือง รหัส CPR1 เป็นพันธุ์ตั้งต้น
แล้วใช้วิธีการ “ขยายพันธุ์พืช” ด้วยการชักนำโครโมโซม:
โดยใช้ “สารเคมี” ชักนำให้เพิ่มจำนวนชุดโครโมโซม
ร่วมกับเทคนิค “เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช” ในสภาพปลอดเชื้อ
แล้วนำต้นที่ได้จากการเพาะในห้องแล็บ
เอามาปลูกเพื่อทดลองและวิจัย
และทำการปรับปรุงพัฒนามาเรื่อยๆ
แล้วตั้งชื่อสายพันธุ์ใหม่ที่ได้ว่า “กะเพราแก้วจุรี 1, แก้วจุรี 2, แก้วจุรี 3, แก้วจุรี 4 เป็น “ทรัพย์สินทางปัญญา”
เขาจด “สิทธิบัตร” คุ้มครองก็ “ถูกต้อง” แล้ว
กว่าจะพัฒนาได้ ก็ต้องใช้งบประมาณ
แล้วเขาก็จดสิทธิบัตรแค่ 12 ปีเอง!
พันธุ์กะเพรา 100 กว่าสายพันธุ์ จะปลูกสายพันธุ์ไหนก็ทำไป ใน 4 สายพันธุ์นี้....
ถ้า “ปลูกเพื่อขายใบ” หรือ
“ปลูกเพื่อทำกินเป็นอาหาร”
ก็ปลูกได้ตามปกติ!
การที่เขาจดสิทธิบัตรเขาจดแค่ “ส่วนขยายพันธุ์”
เช่น เมล็ดพันธุ์/กิ่งพันธุ์/ต้นกล้า
แล้วต้องเป็นการขายในเชิงพาณิชย์เท่านั้น
เช่นร้านของอ้อเอง ชื่อร้าน “เมล็ดพันธุ์ดีเกษตรวิถีไทย”
จะนำ “เมล็ดพันธุ์” ของเขามาปลูก
แล้ว "เก็บเมล็ดขาย, จำหน่ายในเชิงพาณิชย์" แบบนี้ไม่ได้!
แต่ถ้าเป็นการปลูกเพื่อ “นำใบไปขาย”
ขายตลาดนัด, ขายตลาดสด
เพื่อนำใบกะเพรานั้นไปประกอบอาหาร
ก็ปลูกไปเถอะ!
สิทธิบัตรที่เขาจด เขาจดในเรื่อง “สิทธิบัตร”
เฉพาะส่วน “ขยายพันธุ์”
เช่น เมล็ดพันธุ์ กิ่งพันธุ์ ต้นกล้า ที่ขายในเชิงพาณิชย์เท่านั้น
ไม่ต้องกังวลใจ เรื่องปลูกแล้วเอาใบไปขายหรอก ทำไปเถอะ 1.สิ่งที่ทำได้ ไม่ผิดกฎหมาย!
*ตัดใบและยอดขาย: หากคุณซื้อ “เมล็ดพันธุ์แท้” ที่เขามีสิทธิบัตรมาปลูกอย่างถูกต้อง
คุณสามารถตัดใบกะเพราหรือส่งผลผลิตใบสดเข้าตลาด ร้านอาหารหรือโรงงานเพื่อการค้าได้เต็มที่
*ปลูกกินเองหรือเก็บเมล็ดไว้ปลูกต่อในสวนตัวเอง:
กฎหมายอนุญาตให้เกษตรกรเพาะปลูกหรือเก็บส่วนขยายพันธุ์ (เมล็ด/กิ่ง) ที่เกิดขึ้นในแปลงของตัวเอง
เพื่อนำกลับมาปลูกต่อในรอบถัดไปในพื้นที่ของตนเองได้
2.สิ่งที่ห้ามทำ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับ/จำคุก
*ห้ามขาย "ส่วนขยายพันธุ์": คุณไม่สามารถนำเมล็ดพันธุ์ที่เก็บได้ หรือปักชำกิ่งกะเพราพันธุ์แก้วจุรีนี้
เพื่อทำเป็น "ต้นกล้า" หรือ "เมล็ดพันธุ์บรรจุซอง" ออกวางจำหน่าย ให้ผู้อื่นไปปลูกต่อในเชิงพาณิชย์โดยเด็ดขาด
.....................................
สรุป....
กะเพรามีเป็นร้อยชนิด ใครจะปลูก จะเพาะพันธุ์ จะขายใบ ขายต้น ขายเมล็ด ทำตามสบาย ไม่มีใครเป็นเจ้าเข้าครองหรอก
ยกเว้น ที่ซีพี....
ออกทุนให้ ม.เกษตรฯ วิจัยและพัฒนา เพาะสายพันธุ์ขึ้นมาใหม่ ๔ สายพันธุ์ ตั้งชื่อว่า “แก้วจุรี” ๑-๒-๓-๔ นี้ เท่านั้น
พูดให้เข้าใจง่ายๆ
ซีพีเขาลงทุนจ้าง ม.เกษตรฯ “วิจัย-พัฒนา” เป็น “กะเพรานวัตกรรม” สายพันธุ์ใหม่ของโลก
มันก็เป็น “สมบัติของซีพี” ซึ่งก็ถูกต้องแล้วที่เขาจดสิทธิบัตร
ใครอยากได้ ๔ สายพันธุ์ ซึ่งมีที่ซีพีแห่งเดียวในโลกไปปลูก
ก็ต้อง “ซื้อเมล็ด” หรือ “ต้นกล้า” จากซีพีไปปลูก!
ปลูกแล้ว สามารถตัดเอาใบกะเพราไปขายตามตลาดได้
หรือจะเพาะขายพันธุ์ในแปลงตัวเอง
เพื่อตัดเอาใบไปกิน-ไปขาย ก็ทำได้
ยกเว้นเอาหน่อพันธุ์ไปขาย แบบนั้นไม่ได้
สรุปในสรุปอีกที ในร้อย-ในหมื่นสายพันธุ์กะเพราในโลก
ใครจะปลูก-จะขาย-จะเพาะพันธุ์ ก็ไม่มีใครจะมาห้ามได้
แล้วจะต้องมาเดือดร้อนโวยวายอะไร....
กับแค่ ๔ สายพันธุ์ใหม่ ของซีพีเขา....หือ ผมไม่เข้าใจ?
เขาก็ไม่ได้ห้ามปลูก-ห้ามขายใบกะเพราที่เอาไปทำกิน
ห้ามอย่างเดียว...
อย่าเอาพันธุ์ของเขาไป “เพาะพันธุ์ขาย” เท่านั้น!
-เปลว สีเงิน
๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๙
วันเสาร์ที่ปลายซอย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ดูไว้...รัฐสวัสดิการ’
ถ้าพูดว่า “โลกกำลังลุกเป็นไฟ”! ก็ไม่ผิดจาก “สภาพเป็นจริง” ทุกวันนี้ ซักเท่าไหร่ เหลียวมองไปรอบๆ ซี
โลกนี้ไม่ได้มีแต่คนใหญ่คนโต
เมื่อวานผมเกริ่นเอาไว้ว่าวันนี้จะคุยเรื่องดอกไม้กำลังบานในหลายประเทศ
'สมรักษ์' กับ 'มนัส'
ผมว่าคนไทยเรามีนิสัยอย่างหนึ่งครับ เวลาใครทำชื่อเสียงให้ประเทศ เรารักกันง่ายเหลือเกิน
สื่อ 'หมายเหตุชาติ'
๓๐ ปี ที่ “ไทยโพสต์” ผ่าน ก็แค่ “ปากซอย” แต่อีกปีที่ “ไทยโพสต์” จะก้าวผ่านต่อจากนี้
เบื่อหน้าเดิม…จะให้ใครออกสื่อ?
ผมมีความคิดพิเรนทร์อยู่อย่างหนึ่งครับ ถ้าวันไหนคนดูโทรทัศน์เบื่อหน้านักวิเคราะห์การเมืองขึ้นมาจริงๆ เราจะทำอย่างไรกันดี
“บอกกล่าว...กันลืม”
พรุ่งนี้แล้วนะ.....๒๑ ตุลา. ที่เรานัดมาพบกันวันครบรอบปีที่ ๓๐ ของไทยโพสต์ กาแฟ ปาท่องโก๋ รอบเช้า...พร้อม

