9 ก.พ.2566 - ดร.มงคล นาฏกระสูตร อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร โพสต์บทความบนเฟซบุ๊กหัวข้อ กดขี่คุกคามสงฆ์โดยรัฐและทุน : #กรณีศึกษาทุบกุฏิวัดชลประทานฯ" มีเนื้อหาดังนี้
วัดชลประทานรังสฤษฏ์ มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของสังคมจากการเผยแผ่ธรรมะของหลวงพ่อปัญญานันทะภิกขุ (อดีตพระพรหมมังคลาจารย์) งานเผยแผ่ที่หลวงพ่อทำขึ้นตรงกับองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตามที่กล่าว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอำนาจรัฐหรืออำนาจคณะสงฆ์ วัดชลประทานฯ จึงสง่างาม เป็นวัดในเมืองตัวอย่าง เป็นวัดที่ชาวบ้านเคารพนับถือบูชา จวบสิ้นอายุไขของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ
#พระพุทธเจ้าตั้งคณะสงฆ์เป็นอิสระต่อรัฐ
คณะสงฆ์ในยุคพุทธกาลตั้งขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกของสังคมที่ไม่คลั่งศาสนาและไม่หลงในโลกิยะ ทรงออกแบบคณะสงฆ์ออกไปดังนี้
- คณะสงฆ์เป็นสังคมใหม่ที่ไม่ขึ้นกับกฎของสังคมและอำนาจรัฐ เช่น การบวชต้องเปลี่ยนชื่อและโคตร , เปลี่ยนวิถีเป็นแบบนักบวช, มีกฎกติกาของตนเอง ,ตัดสถานเดิมทางสังคมทั้งหมด เริ่มด้วยระบบพรรษา คือ กำเนิดชีวิตพระ เป็นต้น
- เป็นชุมชนที่อิงอาศัยและเป็นที่พึ่งพาของชาวบ้าน ชาวบ้านถวายปัจจัยสี่เพื่อแลกศรัทธาในพฤติกรรมและการเผยแผ่ธรรมะของสงฆ์
- เป็นอิสระต่อรัฐและสังคม คณะสงฆ์ต้องเป็นอนาคาริก (ไม่เป็นชาวบ้าน,ไม่ใช้ชีวิตเหมือนชาวบ้าน) และมีพื้นที่และกิจกรรมที่ห้ามชาวบ้านเข้ามายุ่งเกี่ยว เช่น สังฆกรรม และ เขตวิสุงคามสีมา ที่แปลว่า แยกจากบ้าน ที่อาญาของรัฐเข้าไปใช้บังคับไม่ได้ เช่น พระอุโบสถที่พระราชาพระราชทานมา คณะสงฆ์จึงถือ เป็นชุมชนพิเศษในอาณาจักรที่เป็นอิสระต่อรัฐอย่างถูกกฎหมาย
#สงฆ์ปัจจุบัน: #ไร้อุดมคติกลับไปใช้อำนาจรัฐ
ฐานะคณะสงฆ์ในปัจจุบัน ลืมอุดมคติแบบพุทธดั้งเดิม กลับเข้าไปหารัฐให้นำอำนาจเข้ามาจัดการคณะสงฆ์อีกชั้นหนึ่ง ทั้งๆที่มีพระธรรมวินัยอยู่แล้ว สงฆ์ปัจจุบันจึงใช้พรบ.คณะสงฆ์และระบบสมณศักดิ์ เพื่อแสวงหาตำแหน่งและอำนาจในคณะสงฆ์ และนี่คือปัญหาในเชิงโครงสร้างที่ทำให้พฤติกรรมสงฆ์โดยรวมที่กระทบกระเทือนต่อศรัทธาของชาวบ้าน เพราะเป้าหมายของสงฆ์อยู่ขึ้นกับการบรรลุธรรมและเป็นสังคมอุดมคติ (Utopia) ใช้วัตถุน้อยที่ที่สุด แต่ทำประโยชน์สูงสุด กลับมาเป็นสังคมปุถุชน (ordinary society)เหมือนครธรรมดาที่มีกิเลสไป
#ปรากฎการณ์ทุบกฏิพระวัดชลฯ : #การคุกคามสงฆ์โดยใช้อำนาจรัฐและทุน
ข่าวดังที่เจ้าอาวาสและคณะจัดทำโครงการ 5 ส. แต่เหลาลงไปกลายเป็นการทุบกุฏิพระลูกวัดจนพระและญาติโยมเดือดร้อนโดยไม่ฟังใคร บางคนมองแคบๆว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างเจ้าอาวาสกับพระลูกวัด แต่ที่จริงตามที่แถลงการณ์ของวัดปรากฎว่าอ้างความชอบธรรมของโครงการตนโดยผ่านอำนาจรัฐ อำนาจคณะสงฆ์และระบบทุนนิยมทั้งนั้น แทนที่จะใช้พระธรรมวินัย พระธรรม เช่น หลักเมตตาธรรม หลักสังคหวัตถุ หรือพระวินัย เช่น การไม่กล่าวมุสา ให้ข้อมูลที่ครบถ้วนแก่พระลูกวัดและสังคม หรือ อาวาสิกวัตร หน้าที่ของพระที่เป็นเจ้าอาวาสที่ดี ที่น่ากลัวมากคือการทำธุรกิจก่อสร้างในวัดดังๆทั่วประเทศ โดยนายทุนเข้ามาดำเนินการแทนพระ
การใช้พรบ.คณะสงฆ์ ใช้กฎหมายของรัฐ ใช้อำนาจหน่วยของรัฐมากดขี่ข่มพระที่ไม่มีอำนาจหรือทุนใดๆมาต่อสู้ จึงเรื่องที่น่าสงสารพระที่ถูกกระทำที่เกินเลยไป ทำให้วัดระงับอธิกรณ์ไม่ได้ ระงับสุข สงบ เย็น เป็นสังคมตัวอย่างของชาวบ้านไม่ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะถอยห่างจากเป้าหมายของพุทธะมาเป็นเป้าหมายโลกิยะ จึงวุ่นวายไม่จบไม่สิ้นให้ เพราะคนใส่สูทมาบังคับคนห่มจีวร...นี่เอง
ด้วยจิตคาวระ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคม ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคม
คณะสงฆ์-วัดไทยทั่วโลก ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล เจริญจิตตภาวนา อุทิศถวายพระราชกุศล 'สมเด็จพระพันปีหลวง'
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เผยแพร่มติมหาเถรสมาคม ที่ พิเศษ ๗/๒๕๖๘ เรื่อง แนวทางการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีเนื้อหาดังนี้
'หลวงพ่ออลงกต' จากสมณเพศแห่งธรรม สู่ผ้าเหลืองในตลาดศรัทธา!
สมณเพศ ที่ควรสูงส่งดัง ระฆังศรัทธากลับแตกกังวานเป็นเสียง บัญชีและตัวเลข “หลวงพ่ออลงกต” คือภาพฉายว่าเมื่อ บาตร กลายเป็น ภาชนะรั่วไหล และ ผ้าเหลือง ถูกแขวนขายกลาง ตลาดบุญ สิ่งที่สังคมสูญเสียมิใช่พระรูปเดียวแต่คือรอยร้าวใหม่ที่สั่นคลอนความเชื่อในพุทธศาสนา
สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระคติธรรม เป็นหลักสำหรับพุทธบริษัทไทย พิทักษ์รักษาพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม เพื่อเป็นหลักการสำหรับพุทธบริษัทไทยทุกหมู่เหล่า
'พระสายวัดป่า' ซัดรัฐบาล-ตำรวจคุกคามพระสงฆ์ เหวี่ยงแห 'กวาดลานวัด' บ่อนทำลายพระพุทธศาสนา
เจ้าอาวาสวัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน จ.เชียงใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นี่! พระสงฆ์กำลังกลายเป็นผู้ต้องสงสัยว่า จะเป็นอาชญากรกันทั้งประเทศแล้วหรือ?
'พุทธะอิสระ' ปูดพระราชาคณะชั้น 'สมเด็จ' ถูกขึ้นแบล็กลิสต์ ห้ามเข้าพื้นที่สำคัญของประเทศ จี้สำนักพุทธเร่งชี้แจงสังคม
นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ พุทธะอิสระ ผู้ก่อตั้งวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม โพสต์เฟซบุ๊กว่า โอ้ย...ตายแล้ว เป็นถึงระดับพระราชาคณะชั้นสมเด็จและชั้นหน กลับถูกขึ้นแบล็คลิสต์ ห้ามเข้าพื้นที่สำคัญของประเทศ

