ดีอีเอส เตือน! ข่าวปลอมอ้างชื่อสถาบันการเงินปล่อยเงินกู้หลอกหนัก

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สรุปสถานการณ์ข่าวปลอมสัปดาห์ล่าสุด  พบข่าวปลอมนโยบายรัฐบาลยังครองแชมป์ ด้านข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจส่วนใหญ่อ้างสถาบันการเงินหลอกกู้เงินออนไลน์  เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อจนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

12 ก.พ. 2566 –  นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวถึง การสรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประจำวันที่ 3 – 9 กุมภาพันธ์ 2566 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 3,202,535 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify)  ทั้งสิ้น 256 ข้อความ แบ่งเป็นข้อความที่มาจาก Social listening จำนวน 225 ข้อความ และข้อความที่มาจาก Line Official จำนวน 31 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 117 เรื่อง 

 ทั้งนี้ ดีอีเอสได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจ เป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย

กลุ่มที่ 1 ข่าวปลอมเรื่องนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และ

           ความมั่นคงภายในประเทศจำนวน 71 เรื่อง

กลุ่มที่ 2 ข่าวปลอมเรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย 

           จำนวน 30 เรื่อง

กลุ่มที่ 3 ข่าวปลอมเรื่องภัยพิบัติ จำนวน 7 เรื่อง

กลุ่มที่ 4 ข่าวปลอมเศรษฐกิจ จำนวน 9 เรื่อง

สำหรับข่าวปลอมทั้ง 4 กลุ่มมีความเกี่ยวเนื่องกับเรื่องโควิค-19 จำนวน 3 เรื่อง

         อย่างไรก็ตาม เมื่อดูข้อมูลเชิงลึก (Insight) ยังพบข้อน่าเป็นห่วง เพราะยังมีการกระจายข่าวปลอมเกี่ยวกับการเงินเป็นส่วนใหญ่ ทั้งเรื่องการปล่อยสินเชื่อ การให้เงินกู้ หรือชักชวนลงทุน โดยอ้างชื่อสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือ ทำให้ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคข่าวสารออนไลน์อย่างมาก

   โดยพบว่าข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 10 อันดับในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีดังนี้

อันดับที่ 1 เรื่อง ออมสินปล่อยสินเชื่ออาชีพอิสระ สำหรับผู้ทำธุรกิจส่วนตัว ผ่านเพจ Llewellyn Rogahn

อันดับที่ 2 เรื่อง ออมสินให้กู้ 20 ล้านบาท ผ่านเพจ Dillon Simon

อันดับที่ 3 เรื่อง SMS ของธนาคารกรุงไทยขอสินเชื่อผ่านลิงก์

อันดับที่ 4 เรื่อง ออมสิน ปล่อยสินเชื่อธุรกิจ สำหรับบุคคลธรรมดา ผ่านเพจGSB สินเชื่อ

อันดับที่ 5 เรื่อง วิธีตรวจระดับความเสื่อมของสมอง

อันดับที่ 6 เรื่อง เพจ Facebook และบัญชี Line ชวนลงทุนด้วยงบ 1,000 บาท กำไร 500 – 1,000 บาท 

             ใช้โลโก้ ก.ล.ต. และมีเอกสารรับรองจาก ก.ล.ต.

อันดับที่ 7 เรื่อง กระทรวงสาธารณสุขรับสมัครคุณแม่ทำงานอยู่บ้าน รายได้ 2,000 – 4,500 บาท/วัน

อันดับที่ 8 เรื่อง เพจ Facebook และบัญชี Line ชวนลงทุนหุ้นอุตสาหกรรม ด้วยงบขั้นต่ำ 1,000 บาท ใช้โลโก้  

              ก.ล.ต. และมีเอกสารรับรองจาก ก.ล.ต.

อันดับที่ 9 เรื่อง เรื่อง เวลาอาบน้ำอุ่นให้ราดจากเท้าก่อนเพื่อให้ร่างกายปรับตัว ป้องกันเส้นเลือดใน

             สมองแตกฉับพลัน

อันดับที่ 10 เรื่อง กรมสรรพากร กระทรวงการคลังเปิดเว็บไซต์ใหม่

           พร้อมกันนี้ นางสาวนพวรรณ ยังขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบให้รอบด้าน อย่าหลงเชื่อในข้อความเชิญชวนต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องการหลอกลวงให้กู้เงิน หลอกลงทุน ให้สินเชื่อต่าง ๆ ของมิจฉาชีพที่ปลอมเป็นธนาคาร หรือผู้ให้บริการทางการเงิน เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และถูกต้อง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย  ขอให้ประชาชนต้องมีสติก่อนโอนเงิน หรือไม่กดลิงค์เว็บไซต์ใด ๆ โปรดสังเกตและอย่าหลงเชื่อกลโกงของ  โจรเหล่านี้ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ให้บริการเหล่านั้นได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจอย่างถูกต้อง และสามารถติดตามหรือแจ้งเบาะแสข่าวปลอมผ่านช่องทางของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand  และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ทรัมป์' เพี้ยนหนัก! แถสีข้างถลอกอ้างโพสต์ภาพตัวเองเป็น 'หมอ' ไม่ใช่ 'เยซู'

หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ภาพที่สร้างจากเอไอผ่านโซเชียลมีเดียในช่วงดึกของวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2026 เป็นภาพของเขาอ

โฆษก ศบก. แจงข่าวปลอมน้ำมันขึ้น 3 บาท แม้ตัวเลขราคาใกล้เคียงข่าวจริง แต่ก็ไม่ควรเชื่อตามกลุ่ม LINE

น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา โฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า การที่ข่าวปลอมบังเอิญมีตัวเลขใกล้เคียงกับตัวเลขที่ออกมาจริงๆ ในภายหลัง ไม่ได้หมายความว่าเราควรสนับสนุนให้คนเชื่อข่าวตามกลุ่ม LINE แทนหน่วยงานรัฐนะคะ

'สมช.' สั่ง ตร.-หน่วยข่าว คุมเข้มสถานทูตสหรัฐ-อิหร่าน-อิสราเอล สกัดเฟกนิวส์

'สมช.' มอบ ‘ตำรวจ-หน่วยการข่าว’ คุมเข้มสถานทูตอเมริกา-อิหร่าน-อิสราเอล พร้อมบุคคลสุ่มเสี่ยงที่เข้าออกประเทศ จัดการโซเชียลบิดเบือนสร้างความแตกแยก

ชัยชนะในเมืองหลวงของพรรคส้ม กับข้ออ้างเฟกนิวส์ใน LINE กลุ่มหมู่บ้าน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกโซเชียลทันที เมื่อปรากฏคำชี้แจงถึงสาเหตุความพ่ายแพ้ในภาพรวมของพรรคประชาชน หรือ “พรรคส้ม” ที่ขัดแย้งกับหลักความจริงอย่างย้อนแย้ง