ปลัด สธ. ยันคนไทยได้รับสิทธิ์การรักษาเท่าเทียม ชี้กลุ่มข้าราชการ-ประกันสังคมติดขัดข้อกฎหมายเรื่องการป้องกันโรค ทำให้ไม่ได้งบวัคซีน แจงตั้งงบแล้ว เตรียมออกกฎหมาย มี.ค.นี้
15 ก.พ.2566 ที่ห้องแถลงข่าวรัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายแพทย์โอภาส การกวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ชี้แจงกรณีมีการอภิปรายถึงการตัดงบประมาณ สปสช.ว่า การอภิปรายดังกล่าวมีข้อเท็จจริงที่ไม่ครบถ้วน
โดยนายแพทย์โอภาส กล่าวว่ากองทุนหลักในการดูแลสุขภาพคนไทยมี 3 ส่วน คือสปสช. ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ ซึ่งในภาพรวมคนไทยต้อง มีสิทธิ์ได้สิทธิ์หนึ่งทั้งในการรักษาพยาบาลและการป้องกันโรค ซึ่งในส่วนที่มีปัญหาคือส่วนการป้องกันโรค ที่เดิมกองทุนสวัสดิการข้าราชการและบัตรประกันสังคมไม่ได้ระบุไว้ ทำให้เวลาข้าราชการไปรับวัคซีนจึงไม่มีงบประมาณรองรับ เช่นเดียวกับกลุ่มประกันสังคม
แต่ในส่วนของ สปสช.ครอบคลุมทั้งสองส่วน จึงมีการจัดงบประมาณดูแลส่วนนี้ แต่มีข้อกฎหมายบางประเด็นที่ต้องแก้ไขให้ถูกต้อง ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ให้นโยบายมาตลอดว่าคนไทยทุกคนต้องได้รับสิทธิ์การรักษาเท่าเทียมกัน
“นี่คือวิธีการแก้ปัญหาก็มีการจัดงบเพื่อแก้ไขใช้ในการป้องกันโรคมากขึ้น ซึ่งนายอนุทินได้ให้นโยบายมาตลอดว่าคนไทยทุกคนต้องได้สิทธิ์เท่าเทียมกันในการรักษาป้องกันโรค” นายแพทย์โอภาสกล่าว
ด้านนายแพทย์จเด็จ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การตั้งงบประมาณทั้งการรักษานั้น มีการเบิกจ่ายตามระบบ ส่วนงบประมาณในการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค เป็นงบประมาณที่ตั้งอยู่ที่กองทุนหลักประกันสุขภาพ ซึ่งเป็นการตั้งงบสำหรับทุกคน ทุกสิทธิ์ ส่วนการรักษาพยาบาลตั้งไว้สำหรับคน 48 ล้านคน
สำหรับในปีนี้เมื่อมีข้อทักท้วงทางกฎหมายทางสำนักงาน สปสช. ก็ดำเนินการตามพรบ. คือจะมีการร่างพระราชกฤษฎีกาบริการเพื่อออกมาให้บริการทั้งสองส่วน ซึ่งได้มีการหารือเรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการฯได้มีมติที่จะร่วมกันออกพระราชกฤษฎีกา ซึ่งจะนำเข้าสู่ที่ประชุมในเดือนมีนาคมนี้เชื่อว่าจะเข้าสู่กระบวนการร่างพระราชกฤษฎีกาการป้องกันโรคสำหรับคนทุกคน
ในส่วนการให้บริการและกระทบกับประชาชนทุกหน่วยยังให้บริการเหมือนเดิมส่วนหน่วยบริการนอกเหนือ สปสช. ก็เดินสายขอความร่วมมือกับทุกแห่งเพื่อให้บริการเหมือนเดิมเชื่อว่าคงไม่มีผลกระทบกับผู้รับบริการส่วนเรื่องกฎหมายก็จะเร่งดำเนินการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิโรจน์หยุดเสี้ยม! 'แกนนำภูมิใจไทย' ยัน 'นายกฯหนู-เนวิน' ไม่ขัดแย้งกัน
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ศึกในกระทรวงมหาดไทยที่เป็นความขัดแย้งระหว่าง 2 น. คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล
รัฐบาลจับมือ WHO ผลักดัน 'กระเป๋าสุขภาพดิจิทัล'
รัฐบาลจับมือ WHO ผลักดัน 'Digital Health Wallet' ยกระดับประชาชนเป็นเจ้าของข้อมูลสุขภาพของตนเอง เชื่อมข้อมูลรักษาพยาบาลไร้รอยต่อ รองรับอนาคตสาธารณสุขดิจิทัลระดับโลก
นายกฯ ปัดตอบมั่นใจอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ บอกทำให้ดีที่สุด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งในที่ประชุมครม.หรือไม่ว่า ไม่ได้บอก มันเป็นสิทธิของตน ถ้าจะทำก็ทำเลย ไม่ได้หมายถึงอะไรทั้งนั้น ความแตกต่างของการเป็นนายกฯก็ตรงนี้แหละ
'อนุทิน' สวนเจ็บ 'ไอซ์ รักชนก' จะขึ้นเทศน์ล้างเท้าให้สะอาดก่อน ไม่ต้องมายุ่งเรื่องพรรคคนอื่น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการตั้งเป้าผลงานของรัฐบาลภูมิใจไทย ในระยะเวลา 1 ปี ทั้งในส่วนของสส.และกรรมาธิการ มองแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เนื่องจากล่าสุด น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในทำนองเรียกร้องให้สส.ของพรรคภูมิใจไทย ออกมาปกป้องโครงการของพรรคตนเอง ว่า
'ไอติม' ข้องใจ 'ภท.' รีบปฏิเสธข้อมูลใหม่เลือกตั้ง สสร. ถามหรือมีธงอยู่แล้วใช่หรือไม่
ประธานวิปฝ่ายค้าน ชี้หาก 'ภูมิใจไทย' จริงใจที่จะหาแนวทางให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง สสร. เสนอว่าเราทุกฝ่ายควรหารือร่วมกันอย่างจริงจัง
จับตา 2 กลุ่มในภูมิใจไทย เสี่ยงถูกปรับพ้นรัฐมนตรี
อดีต สส.นครศรีธรรมราช วิเคราะห์กระแสภายในพรรคแกนนำรัฐบาล ชี้จับตา 2 กลุ่มรัฐมนตรีเสี่ยงถูกประเมินผลงาน หากไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งกลุ่มรัฐมนตรีคนรุ่นใหม่ และกลุ่มคนนอกหรือมืออาชีพ ที่ยังถูกตั้งคำถามเรื่องผลงานในช่วงที่ผ่านมา

