
สมาคมชาวสวนยาง เสนอนายกรัฐมนตรี เคลื่อนยางพาราเข้าอีอีซี. นำกลุ่มนักลงทุนรายย่อย 10 ล้านบาท แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ พร้อมมอบเรื่องผ่านต่อให้ 9 พรรคการเมือง รับไปดำเนินการ
19 ก.พ.2566 – ดร.อุทัย สอนหลักทรัพย์ นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ยางพาราหากยังดำเนินการรูปแบบเดิมคือผลิตยางดิบ เกษตรกรชาวสวนยางพาราจะไม่มีทิศทางที่ดีขึ้นและไปไม่ได้ ทางรอดที่ไปได้จะต้องแปรรูปเป็นอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่ายาง เช่น ผลิตภัณฑ์ยางรถ ล้อยางรถยนต์ รองเท้า ขาโต๊ะ ขาเก้าอี้ ฯลฯ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
ดร.อุทัย กล่าวว่า ยางพาราเป็นสินค้าเกษตรที่มาเป็นอันดับ 1 ของไทยทางสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย จึงมีความมุ่งหวังให้ยางพาราเป็นครัสเตอร์ที่ 6 ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก โครงการภายใต้พระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกที่ประกาศเริ่มใช้ในปี 256 Eastern Economic Corridor (EEC) เพราะจากที่ อีซีซี.มีอาหารแปรรูปจำนวน 5 ครัสเตอร์ ตามมติ ครม.วันที่ 9 สิงหาคม 2565 มีผลไม้ มัน สมุนไพร ประมง เกษตรสูง แต่กลับไม่มียางพารา ทั้งที่ยางพาราไทยเป็นสินค้าสร้างรายได้อันดับ 1 ของประเทศ จึงยังได้เรียนท้วงไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยทำหนังสือลงวันที่ 1 ก.พ.66 ว่า ควรจะมีเรื่องยางพาราเป็นครัสเตอร์ที่ 6 และนายกรัฐมนตรีรับปากให้ยางพาราเป็นครัสเตอร์ที่ 6 แล้ว
ดร.อุทัย กล่าวว่า ยางพาราสินค้าสินค้าเกษตรที่สามารถจะพัฒนาเพิ่มมูลค่าได้ปริมาณมากจึงต้องเชิญนักลงทุนรายย่อยเข้ามาลงทุน เช่น รายละ 10 ล้านบาท เช่นจำนวน 10 ราย เป็น 100 ล้านบาท และนักลงทุนจำนวนหลาย ๆ รายที่เข้ามาดำเนินการก็จะมหาศาลและดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในอีอีซี.จะมีสิทธิประโยชน์ เช่น สิทธิภาษีส่วนบุคคล 20 ปี ภาษีบีโอไอ 13 ปี เช่าที่ดิน 99 ปี โดยไม่ต้องเสีย
“เนื่องจากในอีอีซี.ไม่มีนักลงทุนรายย่อย จะมีนักลงทุนจากต่างประเทศ และนักลงทุนผู้ประกอบการรายใหญ่ตั้งแต่ 50 ล้าน 100 ล้าน จนถึง 1,000 ล้านบาท จึงเล็งเห็นโอกาสของนักลงทุนรายย่อย ๆ จะได้สร้างงาน สร้างเศรษฐกิจ” ดร.อุทัย ระบุ
ดร.อุทัย กล่าวอีกว่า ยางพาราครัสเตอร์ที่ 6 ในอีอีซี.จึงได้จัดงานมหกรรมยางพาราอีอีซี. ขึ้นในวันที่ 22 ก.พ. 66 โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานเปิดงาน และนอกนั้นในวันที่ 26 ก.พ.66 มีการเชิญ 9 พรรคการเมือง มาร่วมดำเนินการว่าพรรคการเมือง นักการเมืองจะดำเนินการตอบรับอย่างไรกับยางพาราไทย โดยทางสมาคม ได้มอบรายละเอียดเรื่องดำเนินการยางพาราครัสเตอร์ที่ 6 ใน อีอีซี.ให้กับ 9 พรรคการเมืองแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับสถานการณ์สวนยางพาราได้เกิดโรคใบร่วงต่อเนื่องมาหลายปีจนถึงขณะนี้รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ล้านไร่ โดยหลายหน่วยงานทั้งเอกชนและภาครัฐกำลังดำเนินการทำการวิจัยเพื่อหาวิธีการป้องกันโรคใบร่วงคาดว่าจะรู้ผลภายในระยะกี่เดือนข้างหน้านี้ โดยเฉพาะโรคร่วงเกิดระบาดมากที่จังหวัดภาคใต้ตอนล่างและชายแดนภาคใต้ ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านไร่ ส่งผลให้น้ำยางสดหดหายไปมาก
เกษตรกรชาวสวนยางพารา อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ยางโรคใบร่วง ปริมาณน้ำยางหดหายไปครึ่งต่อครึ่ง และตอนนี้ยางก็ผลัดใบและแตกยอดจนกว่าจะใบแก่ต้องใช้เวลาอีก 2-3 เดือน เมื่อพอถึงเดือนกรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ก็จะโดนฝนหรือไม่ และพอเดือนตุลาคมเป็นต้นไปก็ย่างเข้าฤดูฝนก็ไม่สามารถกรีดยางพาราได้เต็ม เพราะภาวะดินฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลง ดังปีที่ผ่านมาเกิดประเภทฝน 10 แดด 2 กรีดยางพาราได้ปริมาณน้อยมาก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พิพัฒน์' ปัดถูกยึดคืน 'อีอีซี' ยันเรื่องนี้คุยกันก่อนแล้ว นายกฯขอเป็นเซลล์แมนดึงนักลงทุน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม นายพิพัฒน์ ให้สัมภาษณ์กรณีมีการมองว่านายพิพัฒน์โดนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย
หนูยึดEECไม่ร้าวพิพัฒน์ ล้วงรายได้กฟผ.อุ้มค่าไฟ
นายกฯ ดึง “อีอีซี” ออกจากมือ “พิพัฒน์” มาดูแลเอง หลังเคลียร์กันสัปดาห์ก่อน
EEC เยือนเวียดนามรับฟังข้อเสนอหนุนความร่วมมือการลงทุน
EEC ร่วมคณะนายกรัฐมนตรี เยือนเวียดนาม รับฟังข้อเสนอภาคเอกชนไทย หนุนความร่วมมือการลงทุนไทย–เวียดนาม และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานภูมิภาค
'อนุทิน' มอบนโยบาย 'ทีมไทยแลนด์ยุโรป' ขับเคลื่อนการทูตเชิงรุก
นายกฯ มอบนโยบาย 'ทีมไทยแลนด์ยุโรป' ขับเคลื่อน 'การทูตเชิงรุก' เน้นโอกาส-ผลประโยชน์ ถึงมือประชาชน จับมือทุกหน่วยงาน 'คลัสเตอร์' เดินหน้า FTA ไทย-สหภาพยุโรป
หน้าร้อน 'ตับอักเสบเอ' พุ่ง 2 เท่า คุมเข้มก่อนระบาดเป็นคลัสเตอร์
รัฐบาลเตือนเฝ้าระวัง 'ตับอักเสบเอ' พุ่ง 2 เท่าในหน้าร้อน ย้ำคุมเข้มอาหาร–น้ำ ป้องกันก่อนระบาดเป็นคลัสเตอร์

