'วัชระ' ยื่น ป.ป.ช. สอบโครงการรถไฟฟ้า หัวลำโพง-บางแค ทำชาวฝั่งธนฯเดือดร้อน


25 พ.ย.2564 - เมื่อเวลา 13.50 น. นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือผ่านนายไพโรจน์ นิยมเดชา นักสืบคดีทุจริต ถึงนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ขอให้สอบสวนการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายหัวลำโพง-บางแค เฉพาะช่วงถนนจรัญสนิทวงศ์ 13 ถึงบางแค ระยะทาง 9 กิโลเมตร บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น ผู้ก่อสร้างในวงเงิน 13,380 ล้านบาท กลับคืนสภาพถนนด้วยการลาดยางแทนถนนคอนกรีตให้กรุงเทพมหานคร อันเป็นการผิดสัญญาการก่อสร้าง ว่าเป็นการผิดกฎหมายป.ป.ช. หรือกฎหมายอาญาอื่นใดหรือไม่ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร คู่สัญญาและบริษัทเอกชนต้องรับผิดชอบตามกฎหมายหรือไม่

นายวัชระ กล่าวว่า กรณีนี้ได้รับการร้องเรียนจากชาวฝั่งธนบุรีไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาการก่อสร้าง คือไม่ได้คืนสภาพถนนให้กับกรุงเทพมหานครในสภาพเดิมตามที่ระบุไว้ในสัญญา และการก่อสร้างรถไฟฟ้าได้เสร็จมานานแล้ว ทำให้รัฐเสียประโยชน์ คือ1. สภาพถนน เดิมเป็นถนนคอนกรีตตั้งแต่ถนนจรัญสนิทวงศ์ 13 จนถึงบางแคระยะทาง 9 กิโลเมตร บริษัทก่อสร้างกลับลาดยางแทนถนนคอนกรีต โดยไม่ปรากฏว่ากรุงเทพมหานครหรือคู่สัญญามีการทักท้วงแต่อย่างใด จึงขอให้ตรวจสอบว่าบริษัทเอกชนปฏิบัติตามสัญญาก่อสร้างครบถ้วนหรือไม่ เจ้าหน้าที่ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม.และข้าราชการกรุงเทพมหานคร ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือผิดกฎหมายอื่นใดของป.ป.ช.หรือไม่

2.แต่เดิมถนนเพชรเกษมมีไฟฟ้าส่องสว่างที่เกาะกลางถนนตลอดแนว ปรากฏว่าเมื่อสร้างรถไฟฟ้าเสร็จ ไฟเกาะกลางถนนตั้งแต่สถานีบางหว้าถึงสถานีบางแคมีติดเฉพาะหัวเลี้ยวเท่านั้น ไม่ได้ติดตั้งไฟแสงสว่างตลอดเกาะกลางถนนดังสภาพเดิม ชาวฝั่งธนบุรีได้รับความเดือดร้อน จึงอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 มาตรา 50 มาตรา 63 และมาตรา 78 ซึ่งเป็นหน้าที่ของประชาชนชาวไทย จึงขอชี้เบาะแสการทุจริตมายังคณะกรรมการป.ป.ช.เพื่อดำเนินการตามกฎหมายโดยด่วนที่สุด พร้อมกับแนบหลักฐานเป็นเอกสารมาประกอบการพิจารณา โดยขอให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และให้ความเป็นธรรมต่อประชาชนชาวกรุงเทพฯ ด้วย และหากป.ป.ช.ต้องการพยานบุคคล นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ พร้อมมาเป็นพยานบุคคลให้ทันทีที่ปปช.ตั้งคณะอนุไต่สวนฯ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ดีเอสไอ' แจงพัลวัน! คดีเขากระโดงยังไม่ยุติ อำนาจวินิจฉัยอยู่ที่ ป.ป.ช.-ศาล

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกเอกสารข่าวตามที่ปรากฏข่าวสารผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษยุติการสืบสวน กรณีคดีที่ดินเขากระโดง จนทำให้เกิดความเข้าใจต่อสาธารณชนว่ากระบวนการในเรื่องดังกล่าวเสร็จสิ้นและไม่มีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว นั้น

ป.ป.ช. ฟัน 'อดีตผู้ว่าฯ 4 จังหวัด' ร่ำรวยผิดปกติ 321 ล้าน

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา

ดร.ณัฏฐ์ เตือน ปปช. ขยายเวลาฟ้อง 44 อดีต สส.ก้าวไกล เสี่ยงผิดเสียเอง!

สืบเนื่อง มติ ปปช. จะครบกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ ปปช.ชี้มูลความผิดกับอดีต 44 สส.ก้าวไกล เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ครบกำหนดในวันที่ 11 มีนาคม 2569 นี้ โ

'วัชระ' อัด ปปช. ดองคดี 'สันทัด-แสวง' ดื่มเหล้าในห้องประชุม กกต.

นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามที่ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อพลตำรวจเอกวัชรพล ประสานราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 ร้องเรียนนายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ ตำแหน่ง กรรมการการเลือกตั้ง ว่าจัดเลี้ยงฉลองวันเกิดที่ห้องประชุมบนอาคารกกต.

ป.ป.ช. ขอขยายเวลายื่นศาลฎีกา ฟันอดีต 44 สส.ก้าวไกล

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งคำร้องชี้มูลความผิดจริยธรรมร้ายแรงอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล กรณีเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ให้ศาลฎีกาพิจารณา ที่จะครบกำหนดระยะเวลา 30 วัน ในวันที่ 9 มี.ค.ว่า การร่างคำร้องเสร็จแล้ว แต่อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริง