'ทิพานัน' โชว์ผลงาน 'พล.อ.ประยุทธ์' ปั้นมหานครเศรษฐกิจใหม่ในภาคตะวันออกเป็นรูปธรรม ดันโครงการก่อสร้างท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ช่วงที่ 1 คืบหน้าแล้ว 38.53%
23 ก.พ.2566 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.)เร่งขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 เพื่อรองรับการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและสินค้าเหลวในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ซึ่งปัจจุบันการการดำเนินการในช่วง ที่ 1 มีความคืบหน้าแล้วกว่า 38.53 % เร็วกว่าแผนงานที่กำหนดไว้ 1.10 % โดยได้ดำเนินการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานและงานออกแบบรายละเอียดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะที่งานก่อสร้างเขื่อนกันทรายสามารถลงหินแกนแล้วเสร็จ 100% และเริ่มทดสอบการขุดลอกไปเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ และเริ่มงานขุดลอกและถมทะเลพื้นที่ของโครงการฯเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า โครงการก่อสร้างท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 เป็นโครงการสำคัญเร่งด่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก Eastern Economic Corridor หรือ EEC มีมูลค่าการลงทุน 6.4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น การลงทุนของภาคเอกชน 5.2 หมื่นล้านบาท และภาครัฐ 1.2 หมื่นล้านบาท มีเป้าหมายเพิ่มขีดความสามารถและความจุในการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและสินค้าเหลวสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีอีก 19 ล้านตันต่อปี ใน 30 ปีข้างหน้า รวมถึงรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมเหล็กครบวงจร อุตสาหกรรมปุ๋ยเคมี และการลงทุนในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง โดยจะดำเนินงานเป็น 2 ช่วง คือ
ช่วงที่ 1 เป็นการร่วมทุนระหว่าง กนอ.กับบริษัท กัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินัล จำกัด เพื่อขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดด้วยการถมทะเลพื้นที่ 1,000 ไร่ (พื้นที่หลังท่าและหน้าท่าพร้อมใช้งาน 550 ไร่ และพื้นที่กักเก็บตะกอนดิน 450 ไร่)
ช่วงที่ 2 การพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ได้เปิดขายซองประมูลเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน-8 ธันวาคม 2565 และจะให้เอกชนยื่นข้อเสนอในวันที่ 6 มิถุนายน 2566 ขณะเดียวกันได้จ้างทีมศึกษาโครงการช่วงที่ 2 อีกครั้ง เพื่อพิจารณาค่าร่วมดำเนินการระหว่างรัฐและเอกชนว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ เพื่อเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้พิจารณาหากมีการเปลี่ยนแปลง ส่วนโครงการพัฒนาท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 2) ในภาพรวม ทั้งหมดจะยังคงแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570
รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า โครงการทั้งช่วงที่ 1 และ ช่วงที่ 2 ก่อให้เกิดการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น ทำให้ชุมชนมีรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในชุมชนและภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ และเมื่อโครงการแล้วเสร็จ มีความมั่นคงด้านพลังงาน ก็จะยิ่งดึงดูดนักลงทุนให้มีความเชื่อมั่นในการลงทุนทั้งในพื้นที่EECและทั่วประเทศ
“ถือเป็นผลงานที่โดดเด่น ของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ที่กำลังปั้นมหานครเศรษฐกิจใหม่ในภาคตะวันออก ให้เป็นจริงได้ในไม่ช้า เป็นไปตามยุทธศาสาตร์ชาติ 20 ปี ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ อย่างครอบคลุม รอบด้านเพื่อประโยชน์ของคนทุกกลุ่ม”รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แก้ปัญหาสภาพคล่องโรงพยาบาล สธ.–สปสช.จ่ายค่ารักษา 2,812 ล้าน!ให้ 894 รพ.
รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาสภาพคล่องโรงพยาบาล สธ.–สปสช. เร่งจ่ายค่ารักษา 2,812 ล้านบาท ให้ 894 โรงพยาบาล พร้อมบริหารเงินล่วงหน้า 4,299 ล้านบาท ย้ำไม่กระทบการรักษาประชาชน
'อนุทิน' ปลุก 'Reinvent การเมืองไทย' ต้องเคารพกติกาเลิกดึงฝ่ายหนึ่งลงเพื่อให้ตัวเองขึ้น!
'อนุทิน' ปลุก 'Reinvent การเมืองไทย' ต้องเคารพกติกาเลิกดึงฝ่ายหนึ่งลงเพื่อให้ตัวเองกลับขึ้นมา ชี้ถ้าการเมืองดี ต้องยึดผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก ย้ำยกเครื่องประเทศต้องรวมพลังทุกภาคต่อจิ๊กซอว์ไปด้วยกัน
รัฐบาลฟุ้งผลสำเร็จพัฒนาเส้นทางบินไทย-จีนแบบตัดตรง!
รัฐบาลเผยผลสำเร็จการพัฒนาเส้นทางบินไทย - จีน แบบตัดตรง ประหยัดเชื้อเพลิงกว่า 40 ล้านบาท ลด CO₂ ได้ถึง 2,561 ตันต่อปี เดินหน้าผลักดันการเติบโตภาคการบินของไทยสู่ความยั่งยืน
รัฐบาลเปิดยุทธศาสตร์ 'อุดรธานีโมเดล' นำร่องอีสานเหนือ 5 จังหวัด!
รัฐบาลเปิดยุทธศาสตร์ 'อุดรธานีโมเดล 2570–2574' นำร่องอีสานเหนือ 5 จังหวัด ลุยแก้จน – มอบสิทธิทำกิน สร้างอาชีพกลุ่มเปราะปาง
เผยเบื้องหลังภาพประทับใจ 'พล.อ.ประยุทธ์' แสดงความใส่ใจ-ขอโทษบัณฑิตสาว
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี แสดงความห่วงใยและกล่าวขอโทษบัณฑิตผู้พิการด้วยความจริงใจ หลังเกิดเหตุสุดวิสัยในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
'ลลิดา' สอนเด็กส้มอย่ามองข้ามปากท้อง SME
รองโฆษกรัฐบาล สวน 'ภาวุธ' ปมลดค่า GP ชี้อย่ามองข้ามปากท้อง SME เพียงเพราะมาตรการไม่ใช่คำตอบระยะยาว ย้ำลดต้นทุนวันนี้ไม่ต้องรอแก้โครงสร้าง คาดช่วยร้านค้าประหยัด 1,930 ล้านบาทใน 6 เดือน

