
ทร.สรุปความช่วยเหลือครอบครัว-ทายาทผู้เสียชีวิตจากเหตุ รล.สุโขทัย หลังเร่งดำเนินงานตามระเบียบสิทธิกำลังพล
1มี.ค.2566- พลเรือเอก ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า วันนี้ (28 กุมภาพันธ์ 2566) พลเอก สิทธิพร มุสิกเกษม รองปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ลงนามในคำสั่งกระทรวงกลาโหมที่ 254/2566 เรื่อง สันนิษฐานว่า ข้าราชการกลาโหมถึงแก่ความตาย เพราะสูญหายในขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการ จากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปางเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2565 จำนวน 5 นาย ประกอบด้วย
1. พันจ่าเอก จิราวัฒน์ เจริญศิลป์ สังกัด หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
2. จ่าโท โสภณ วงษ์สนิท สังกัด กองเรือยุทธการ
3. พลฯ อับดุลอาซิส มะแอ สังกัด หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง
4. พลฯ ชัยชนะ ช่างวาด สังกัด กองเรือยุทธการ
5. พลฯ ทวีศักดิ์ แซ่เซียว สังกัด หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
ทั้งนี้ตั้งแต่ 19 ธันวาคม 2565
จากเหตุการณ์ เรือหลวงสุโขทัยอับปางเนื่องจากคลื่นลมแรง เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2565 ส่งผลให้กำลังพลกองทัพเรือ ที่เดินทางไปกับเรือหลวงสุโขทัย เสียชีวิตจำนวน 24 นาย และ สูญหายจำนวน 5 นาย กองทัพเรือ โดย พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ มีความเป็นห่วงครอบครัวกำลังพลที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งได้เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสิทธิกำลังพล ดำเนินการเพื่อให้การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน แก่ครอบครัวของกำลังพลในด้านต่าง ๆ ตามระเบียบข้อบังคับอย่างเร่งด่วน โดยครอบครัวผู้ที่เสียชีวิตและสูญหายนั้น กองทัพเรือได้มอบหมายให้กรมสวัสดิการทหารเรือ รวบรวมสิทธิกำลังพลที่ทายาทและครอบครัวพึงได้รับ ประกอบด้วย เงินค่าสินไหมทดแทนประกันภัยหมู่แบบ “เฉพาะกิจ” กองทัพเรือ เงินช่วยเหลือจากกองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละในจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่รับผิดชอบ กองทัพเรือ เงินสวัสดิการสงเคราะห์ข้าราชการตามระเบียบกรมสวัสดิการทหารเรือว่าด้วยเงินสวัสดิการสงเคราะห์ข้าราชการปฏิบัติราชการชายแดน พ.ศ.2561 และเงินฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี สำหรับผู้ที่สมัครเป็นสมาชิก โดยมอบให้ทายาทและครอบครัว เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนไปแล้วส่วนหนึ่ง
นอกจากนั้น กองทัพเรือ ได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาการได้รับสิทธิในการบรรจุหรือแต่งตั้งทายาทของข้าราชการทหารและทหารกองประจำการที่เสียชีวิต เนื่องจากการรบหรือการปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยมีพลเรือเอกสุวิน แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานคณะกรรมการ ประชุมเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับสิทธิในการบรรจุหรือแต่งตั้งทายาท และกำหนดจำนวนทายาทที่จะได้รับสิทธิ กรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปาง โดยได้พิจารณาข้อมูลจากหน่วยต้นสังกัดของกำลังพลที่เสียชีวิต ในการได้รับสิทธิบรรจุหรือแต่งตั้งทายาท จำนวนทั้งสิ้น 24 คน โดยสรุปดังนี้ เสนอกองทัพเรือให้บรรจุทายาท ตามกฎกระทรวงฯ จำนวน 7 คน, บรรจุบุคคลในครอบครัวของผู้เสียชีวิตเป็นกรณีพิเศษ จำนวน 13 คน รับทราบการเสนอบรรจุทดแทนที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล จำนวน 1 คน ทั้งนี้เมื่อเอกสารเรียบร้อยให้หน่วยต้นสังกัดเสนอคณะกรรมการพิจารณาต่อไป และรับทราบการสละสิทธิ จำนวน 3 คน (ในอนาคตหากครอบครัวมีความประสงค์จะขอบรรจุทายาทสามารถดำเนินการผ่านต้นสังกัดได้) ซึ่งคณะกรรมการฯ จะเร่งรัดดำเนินการเพื่อให้สิทธิกำลังพลเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว เป็นไปตามความตั้งใจของผู้บัญชาการทหารเรือที่ต้องการดูแลครอบครัวของกำลังพลที่เสียชีวิตในด้านต่าง ๆ อย่างเต็มกำลัง และดีที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ทร.’ปรับทัพ ทำ งานเชิงรุก ป้อง‘อธิปไตย’
กองทัพเรือปรับการทำงานเชิงรุกปกป้องอธิปไตยทางทะเล หลังพบเรือประมงเขมร 30 ลำรุกล้ำทะเลไทยด้าน จ.ตราดอีกรอบ ก่อนถูก "เรือหลวงเทพา
'กองทัพเรือ' รุกกลับ ปกป้องอธิปไตย หลังพบเรือประมงต่างชาติ 30 ลำ รุกล้ำทะเลไทย
'กองทัพเรือ' ปรับการทำงานเชิงรุกปกป้องอธิปไตยทางทะเล หลังพบเรือประมงต่างชาติ 30 ลำ รุกล้ำทะเลไทย ด้าน จ.ตราดอีกรอบ ก่อนถูก 'เรือหลวงเทพา' ขับไล่พ้นอธิปไตยไทย
ศรชล.ภาค 3 ยืนยันไม่พบสารเคมีรั่วไหล เหตุเรือสินค้าจมทะเลภูเก็ต ตู้คอนเทนเนอร์มีวัตถุอันตราย
"ศูนย์บัญชาการแก้ไขสถานการณ์ กรณีเรือ SEALLOYD ARC อับปาง" ภายใต้การอำนวยการของ พลเรือโท วีรุดม ม่วงจีน ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 (ผบ.ทรภ.3)/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 (ผอ.ศรชล.ภาค 3 )
กองทัพเรือ ช่วยเรือสินค้าเสี่ยงจมทะเล นำลูกเรือ 16 คนขึ้นฝั่งปลอดภัย
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 (ศรชล.ภาค 3) ได้รับแจ้งเหตุเรือสินค้า SEALLOYD ARC สัญชาติปานามา ขนาดระวางขับน้ำ 4,339 ตัน ประสบเหตุอยู่ในสภาพเสี่ยงต่อการจม บริเวณเกาะแก้วน้อย ห่างจากฝั่ง
ทร. ลุยเก็บกู้ทุ่นระเบิดชายแดนตราด ปลอดภัยแล้ว 2.9 หมื่น ตร.ม.
ทร. เก็บกู้วัตถุระเบิดพื้นที่ชำราก–หนองรี จ.ตราด เพิ่มความปลอดภัยประชาชน ครอบคลุมแล้ว 29,242 ตารางเมตร หลังข้อตกลงหยุดยิง

