16 มี.ค.2566 - เพจเฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ของนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความว่า พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักครับ ภารกิจสำคัญของผมวานนี้ (15 มี.ค.66) ในช่วงเช้า คือ การหารือประธานคณะกรรมการการค้าและเศรษฐกิจไทย–ญี่ปุ่น เพื่อหาลู่ทางขยายความร่วมมือระหว่างกัน ในหลายเรื่อง เช่น
1. ด้านการลงทุน : ญี่ปุ่นถือเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ใน EEC เป็นอันดับ 2 ที่มีมูลค่าการลงทุนในช่วงปี 2561-2565 ประมาณ 159,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งล่าสุดมีเป้าหมายร่วมกันในการส่งเสริมบทบาทให้ไทยเป็น "ศูนย์การผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และชิ้นส่วนประกอบ" ของภูมิภาคในอนาคต ตลอดจนยกระดับความร่วมมือในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ที่ญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญอีกด้วย
2. ด้านการเกษตรและอาหาร : ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านอาหาร และยังมีการนำเข้าวัตถุดิบทางด้านอาหารจากไทยจำนวนมาก เช่น ในปี 2565 ไทยส่งออกสินค้าประมงไปญี่ปุ่น ทั้งปลา-กุ้ง-หมึก-อาหารทะเลแปรรูป รวมมูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาท อีกทั้งภาคเอกชนไทยก็พร้อมที่จะไปลงทุนทางด้านอาหารในญี่ปุ่นเพิ่มเติม เนื่องจากอาหารไทยถือว่าได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น
นอกจากนี้ ยังมีโอกาสทางการค้าและการลงทุนใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ BCG พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกมาก
สำหรับภารกิจในช่วงบ่าย ผมได้ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อตรวจราชการ และเป็นประธานในพิธีเปิดใช้แพขนานยนต์ลำใหม่ แทนลำเดิมที่เสื่อมสภาพจากการใช้งานมานานกว่า 20 ปี ณ ด่านศุลกากรอำเภอตากใบ ให้เป็นบริการสาธารณะประโยชน์ อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ทั้งชาวไทยและมาเลเซีย รวมทั้งนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน ทั้งทางถนน-ราง-อากาศ-น้ำ ที่รัฐบาลได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ขนส่งสินค้า และเชื่อมโยง 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยกับ 4 รัฐของมาเลเซีย สร้างเศรษฐกิจและโอกาสหารายได้ที่ดีขึ้น
หลังจากนั้น ผมได้พบปะประชาชนในพื้นที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และข้าราชการพลเรือน-ตำรวจ-ทหาร เพื่อรับฟังปัญหาโดยตรงในพื้นที่ สร้างการรับรู้ในโครงการพัฒนาต่างๆ ที่มุ่งส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับประชาชนทุกคน ทุกภูมิภาคของประเทศ โดยเชื่อมโยงการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวกับทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งผมขอให้ทุกคนภาคภูมิใจในความเป็นไทย รวมทั้งสังคมพหุวัฒนธรรมของตน และรักษาไว้ซึ่งความรัก-ความสามัคคี ที่เป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
ซึ่งผมในฐานะผู้นำรัฐบาล ไม่ว่าจะในต้นสมัย หรือปลายสมัยรัฐบาล ก็จะไม่ลดละความพยายามที่จะนำมาซึ่ง ความเสมอภาคในการพัฒนา และความเป็นธรรมในสังคม โดยผมเชื่อมั่นว่าเมื่อความเจริญกระจายไปถึงพื้นที่ใด ชาวประชาพื้นที่นั้นก็จะมุ่งมั่นทำมาหากิน แล้วทุกชีวิตก็จะมีแต่สันติสุขในทุกวันครับ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สมช.' สั่ง ตร.-หน่วยข่าว คุมเข้มสถานทูตสหรัฐ-อิหร่าน-อิสราเอล สกัดเฟกนิวส์
'สมช.' มอบ ‘ตำรวจ-หน่วยการข่าว’ คุมเข้มสถานทูตอเมริกา-อิหร่าน-อิสราเอล พร้อมบุคคลสุ่มเสี่ยงที่เข้าออกประเทศ จัดการโซเชียลบิดเบือนสร้างความแตกแยก
'นายกฯ' ถก 'สมช.' กว่า 2 ชม. ยันมีมาตรการรับมือ ผลกระทบสถานการณ์ตะวันออกกลางแล้ว
นายกฯใช้เวลากว่า 2 ชม. ถก สมช. เตรียมมาตรการรับมือผลกระทบจากการสถานการณ์ตะวันออกกลาง
นายกฯ ย้ำไทยวางตัว 'เป็นกลาง' สถานการณ์ตะวันออกกลาง วอนใช้การทูตยุติความขัดแย้ง
‘อนุทิน’ ย้ำไทยวางตัวเป็นกลางสถานการณ์ตะวันออกกลาง วิงวอน ทุกฝ่ายใช้เจรจาทางการทูตยุติความขัดแย้ง พร้อมสั่ง 6 กระทรวงออกมาตรการอุ้มประชาชน ลดผลกระทบเศรษฐกิจ-ภัยความมั่นคง
'รมว.อุตฯ' ชูรัฐบาลใหม่เสถียรภาพปึ้ก ชี้ 'อนุทิน' บุคลิกคล้าย 'ลุงตู่'
'รมว.อุตฯ' การันตีรัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพ มอง 'อนุทิน' บุคลิกคล้าย 'ลุงตู่' เด็ดขาดแต่รับฟัง ย้ำภูมิใจไทยไม่มีมุ้ง ไร้กลุ่มต่อรองเก้าอี้
'อัษฎางค์' ซัดตรรกะวิบัติตั้งนายกฯ เพื่อยุบสภาจากเหตุเลือกตั้ง
อัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ
‘อนุทิน’ควง‘ศุภจี’ขายข้าวจีนล็อตแรก4หมื่นตัน
‘อนุทิน’ควง ‘ศุภจี’ พร้อมทีมพาณิชย์ หารือเอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย ขอบคุณช่วยสนับสนุนการนำเข้าข้าวจากไทย รับข่าวดี ล็อตแรก 4 หมื่นตัน กำหนดส่งมอบสิ้นเดือน ก.พ.นี้ ส่วนที่เหลือในกรอบ 5 แสนตัน ตั้งเป้าให้จบในปีนี้ พร้อมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เดินหน้าการค้า ลงทุน การท่องเที่ยว

