8 พ.ค.2566 - เมื่อเวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา เผยแพร่ประกาศเรื่อง "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน" ฉบับที่ 5 (มีผลกระทบถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2566) ในช่วงวันที่ 8 - 10 พ.ค. 2566 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่
ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ไม่ควรสวมใส่โลหะ และหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ส่วนเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรและอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงในช่วงวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย
ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้แล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนในวันนี้ (8 พ.ค. 66) ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้
วันที่ 8 พฤษภาคม 2566
ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
วันที่ 9 พฤษภาคม 2566
ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์
ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
วันที่ 10 พฤษภาคม 2566
ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง ตาก และกำแพงเพชร
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ภาคกลาง: จังหวัดอุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อนึ่ง ในช่วงวันที่ 8-14 พ.ค. 66 หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมอ่าวเบงกอลตอนล่าง มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุหมุนเขตร้อน คาดว่าจะเคลื่อนผ่านอ่าวเบงกอลตอนกลางและทะเลอันดามันตอนบน หลังจากนั้นจะเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเมียนมา ส่งผลให้ลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดนำความชื้นจากทะเลอันดามันเข้ามาปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น
ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 11-14 พ.ค. 66 ประเทศไทยจะมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันและเวลาดังกล่าว
ด้านนายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการส่วนพยากรณ์อากาศกลาง กองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า พายุฤดูร้อนเริ่มแล้ววันนี้ (8 พ.ค.66) โดยเฉพาะทางภาคอีสานตอนบน เริ่มมีพายุฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น ต้องระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีหลายปัจจัยในช่วงนี้ ทั้งอากาศที่ร้อนและร้อนจัด เมื่อมีมวลอากาศเย็นแผ่ลงมา อากาศร้อนปะทะอากาศเย็น ในช่วงแรก (8-10) ทิศทางลมที่มีความแปรปรวน มีลมใต้ ตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม
ส่วนวันที่ 9 - 13 พ.ค.66 ทางด้านทะเลอันดามันยังมีการก่อตัวของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง และคาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไซโคลนได้ ศูนย์กลางไม่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย แต่ขอบของพายุอาจจะส่งผลต่อทางด้านตะวันตกของประเทศไทยได้ ทำให้มีฝนตกหนักบางแห่ง ช่วงวันที่ 11 - 14 พ.ค.66 คลื่นลมมีกำลังแรงขึ้น โดยเฉพาะอ่าวเบงกอลตอนบน ช่วงวันที่ 10 - 13 พ.ค.66 ต้องติดตามและเฝ้าระวังต่อเนื่อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรมอุตุฯ เตือนอากาศแปรปรวน ช่วง 25–27 ต.ค. ทั่วปท.มีฝนตกหนัก บางแห่งเกิดฟ้าผ่าได้
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 5 เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้และอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน
อัปเดตพายุดีเปรสชันอ่าวเบงกอล ทวีกำลังเป็นพายุไซโคลน เคลื่อนเข้าอินเดีย-บังกลาเทศ ไม่กระทบไทย
กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งอัปเดตพายุดีเปรสชันในอ่าวเบงกอล
ประกาศกรมอุตุฯ ฉบับที่ 3 เปิดพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก-น้ำท่วมภาคใต้ 25-28 ต.ค.
กรมอุตุนิยมวิทยา เผยแพร่ประกาศเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้และอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 24-28 ตุลาคม 2569) ฉบับที่ 3 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 24–28 ตุลาคม 2569 บริเวณภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม
เตือนฝนถล่มใต้ 10 จังหวัด! รัฐสั่งสนามบินเฝ้าระวัง 24 ชม. ไม่ปลอดภัยระงับบินทันที
รัฐบาลสั่งกรมท่าอากาศยานเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคใต้ 10 จังหวัด ช่วง 23-26 ต.ค. กำชับสนามบินตรวจระบบระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ ไฟฟ้าสำรอง และสภาพทางวิ่ง พร้อมเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง หากพบความเสี่ยงต่อความปลอดภัย ให้จำกัดหรือระงับการใช้พื้นที่ทันที พร้อมประสานสายการบินดูแลผู้โดยสาร
กรมอุตุฯ เตือน 11 จังหวัดภาคใต้ฝนตกหนัก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน 11 จังหวัดภาคใต้รับมือฝนตกหนัก โดยเฉพาะฝั่งอันดามันมีฝนร้อยละ 70 ของพื้นที่ ระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่า
ด่วน! กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 1 เตือนฝนถล่มภาคใต้ ไทยตอนบนอากาศแปรปรวน 24-28 ต.ค.
กรมอุตุนิยมวิทยา เผยแพร่ประกาศเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้และอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 24-28 ตุลาคม 2569) ฉบับที่ 1 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 24–28 ตุลาคม 2569 บริเวณภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่อง มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม

