สว. ตีปี๊บผลงาน 4 ปี โครงการลงพื้นที่พบประชาชน ใช้งบเฉลี่ยหมื่นบาทต่อครั้ง

“วุฒิสภา” แถลงผลงาน 4 ปี สว.พบประชาชน  "สิงห์ศึก" พอใจผลงาน เตรียมส่งมอบงานให้ สว.ใหม่-รัฐบาลสานต่อ เผยใช้งบ 4 ปี เกือบ 40 ล้านบาท

21 ก.ย.2566 - ที่รัฐสภา พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ฐานะประธานกรรมการอำนวยการโครงการ สว.พบประชาชน พร้อมคณะ แถลงว่า วันที่ 26 - 27 ก.ย. มีการแสดงผลงานของโครงการสว.พบประชาชน ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจากการลงพื้นที่สามารถรับเรื่องเรียนของประชาชนและช่วยคลี่คลายปัญหาตนพอใจในผลการดำเนินการดังกล่าวและประชาชนมีความพึงพอใจเช่นกัน โดยมีสถิติรับปัญหาของประชาชนเป็นเอกสาร 531 เรื่อง โดยสามารถแก้ไขเรียบร้อย 60 เรื่อง คิดเป็น 11% และยุติเรื่อง 26 เรื่อง คิดเป็น 5% ขณะที่ 495 เรื่องอยู่ระหว่างดำเนินการคิดเป็น 84% อย่างไรก็ดีมีเรื่องเดือดร้อนที่รับด้วยวาจากว่า 1,800 เรื่อง และสามารถคลี่คลายได้ตั้งแต่ระดับจังหวัดแล้ว ดังนั้นตนมองว่าหากไม่มีโครงการ สว.พบประชาชนการคลี่คลายปัญหาให้ประชาชนที่สำเร็จหรือยุติเรื่องไปแล้วจะไม่เกิดขึ้น ดังนั้นตนมองว่าโครงการสว.พบประชาชนมีประโยชน์

พล.อ.สิงห์ศึกดิ์ กล่าวด้วยว่า ในช่วงเวลา 8 เดือนที่เหลือของสว.ชุดปัจจุบันจะยังลงพื้นที่เพื่อติดตามงานที่เหลืออยู่ จากนั้นจะรวบรวมและส่งต่อไปยังวุฒิสภาชุดใหม่ รวมถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน อย่างไรก็ดีตนมั่นใจว่า คนที่มาเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย น่าจะสานต่อ และทำให้ประชาชนและโดยไม่มีปัญหาอุปสรรค ส่วนที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า 4 ปีของโครงการนั้น ทำเพื่อรัฐบาลชุดที่ผ่านมาและตอบโจทย์งานการเมืองนั้น ตนยืนยันว่าไม่เป็นเช่นนั้น เพราะการทำงานต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นนั้นประชาชนได้รับประโยชน์ไม่ใช่ฝ่ายรัฐ

พล.อ.สิงห์ศึก กล่าวด้วยว่า สำหรับงบประมาณที่ใช้ดำเนินการโครงการ สว.พบประชาชน ได้งบประมาณลงพื้นที่ ปีละ 10 ล้านบาท โดย 4 ปีใช้งบประมาณไม่ถึงที่จัดสรรให้ คิดเฉลี่ยปีละ 9 ล้านบาท หรือ 95% ทั้งนี้การลงพื้นที่แต่ละครั้งนั้นมีค่าเฉลี่ยใช้งบ 100,000 บาทต่อครั้ง แต่4ปีที่ผ่านมา มีการลงพื้นที่ 450 ครั้งหรือเฉลี่ยปีละ 110 ครั้ง ดังนั้นจะงบเฉลี่ยต่อครั้งหลักหมื่นบาทเท่านั้น

ขณะที่นายคำนูณ สิทธิสมาน สว. แถลงด้วยว่า สำหรับการลงพื้นที่ในโครงการสว.พบประชาชนนั้น พบว่าได้ลงพื้นที่ 440 ครั้ง มีสว.เข้าร่วม 209 คน พบปะประชาชนถึง 2แสนคน และได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนรวม 2,413 เรื่อง และได้พูดคุยรับปัญหาทางวาจา 1,882 เรื่อง ทั้งนี้นำมาดำเนินการให้สำเร็จ 60 เรื่อง อยู่ในกระบวนการขับเคลื่อน 459 เรื่อง นอกจากนั้นแล้วพบว่า ได้นำไปตั้งกระทู้ รวม 18 เรื่อง และ หารือผ่านที่ประชุมวุฒิสภา 31 เรื่อง ซึ่งในวันแถลงผลงาน 4 ปีสว.พบประชาชนเพื่อประชาชนนั้นจะส่งไม้ต่อไปยังวุฒิสภาชุดต่ออไป ใน 4 ประเด็นหลัก คือ การบริหารจัดการน้ำ, ที่ดิน, การเกษตรและเศรษฐกิจฐานราก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชำแหละ 'อาชีพ-สายสัมพันธ์' สว.อำนาจเจริญ 'ยิ่งชีพ' งงหนัก 'สมพาน' ขายก๋วยเตี๋ยวอะไร

‘ไอลอว์‘ แฉประวัติอาชีพ-สายสัมพันธ์ สว.อำนาจเจริญ พบฝากเลี้ยง จ่อเปิดชื่อผู้ช่วย-สว. 3 ทั้งหมดหลังจบเวที ด้าน ‘ยิ่งชีพ’ งงสรุป ‘สมพาน’ ขายก๋วยเตี๋ยวอะไรกันแน่

สว.แนะ BWG สื่อสารเชิงรุก สร้างความเข้าใจกำจัดกากอุตสาหกรรมตามหลักวิศวกรรม

คณะสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่ตรวจระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG จ.สระบุรี พร้อมแนะบริษัทสื่อสารเชิงรุก เปิดเ

'ไอติม' ไม่สน 'ทรงศักดิ์' ฟ้องหมิ่น เปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว.

'พริษฐ์' ไม่หวั่น 'ทรงศักดิ์' ฟ้องหมิ่นประมาท เดินหน้าเปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว. ชี้ข้อมูลบัตรเลงคะแนนสอดคล้องโพย จี้ 'กกต.' ส่งศาลตรวจสอบ

ทวงผลประชามติแก้รธน. บี้ 'รัฐบาล-ฝ่ายค้าน-วุฒิสภา' ลงมือทำ

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "กระตุกเตือน : ทวงผลประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ" โดยระบุว่า

'วันวิชิต' ชี้ระบบเลือก สว. เปิดช่องล็อบบี้ทุกกลุ่ม ส่วนปมฮั้วต้องมีหลักฐานเส้นเงิน ล็อกโหวต กำหนดผล ชี้ข้อสันนิษฐาน สร้างกระแส แต่ไร้ Impact ทางกฎหมาย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์ประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ว่า กระบวนการเลือก สว. ตามระบบปัจจุบันเปิดให้ผู้สมัครต้องแนะนำตัว แลกเปลี่ยนข้อมูล และประสานการสนับสนุนระหว่างกัน โดยเฉพาะการเลือกในรอบไขว้ ซึ่งหากผู้สมัครไม่พูดคุยหรือสร้างความรู้จักกับผู้อื่นเลย โอกาสได้รับเลือกย่อมน้อยลง

'เทพไท' จี้ กกต.นำข้อมูลแฮ็ก CCTV รวมสำนวนคดีฮั้วสว.

“เทพไท” เรียกร้อง กกต.ตรวจสอบและนำข้อมูลแฮ็กภาพจาก CCTV ที่ถูกเผยแพร่มาประกอบสำนวนคดีฮั้ว สว. หากยังไม่เคยถูกรวบรวมไว้ พร้อมระบุว่าเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่สะท้อนการลงคะแนนตามโพย และควรเร่งสรุปสำนวนส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งโดยเร็ว