เตือนโทษหนัก! ปั๊มกักตุนน้ำมัน ปฏิเสธจำหน่ายทั้งที่ยังมีสินค้า

8 พ.ย.2566 - นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า เมื่อราคาน้ำมันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ เช่นปรับลดราคาสรรพสามิตลง 1-2.50 บาท/ลิตร อย่างเมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2566 ที่ผ่านมา ทำให้มีเรื่องร้องเรียนเข้ามามาก ว่าเกิดสินค้าน้ำมันหมดในหลายปั๊มทั่วประเทศ เกิดเป็นประเด็นคำถามกับผู้ใช้น้ำมันว่า เกิดจากหมดจริง หรือหมดเพราะเกิดการกักตุนสินค้า จากเท่าที่ตรวจสอบ สถานีบริการหลายแห่งมีผู้ใช้จำนวนมากมาเติม ทำให้น้ำมันหมดจริง และหลายแห่งติดป้ายน้ำมันหมดตั้งแต่เช้า ทำให้มีข้อสงสัยว่าอาจเป็นพฤติกรรมการกักตุนน้ำมัน เฉพาะแค่บางชนิดที่ลดราคาเยอะ อย่างโซฮอล์91
 
โฆษกรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการเข้าตรวจสอบหลายสถานีที่มีเรื่องร้องเรียน เพราะประชาชนผู้ใช้น้ำมันได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย  ท่านสามารถแจ้งกรมธุรกิจพลังงาน (0-2794-4555) หรือ กองตรวจราชการ กระทรวงพลังงาน (02-140-6080) เพื่อเข้าไปตรวจสอบปั๊มที่เกิดเหตุ โดยแจ้งรายละเอียดชื่อสถานีบริการ และสถานที่ตั้ง เพื่อประสานกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ที่มีกฎหมายเฉพาะดูแล ซึ่งผู้ประกอบการที่ปฏิเสธการจำหน่ายในขณะที่น้ำมันยังมีในสต็อค จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ขอย้ำว่า การปรับลดราคาน้ำมันแบบนี้เป็นการชดเชยจากภาครัฐ  ไม่ได้กระทบกำไรในส่วนผู้ประกอบการ จะนำมากล่าวอ้างปฏิเสธการจำหน่ายไม่ได้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“เอกนิติ” เปิด 3 เครื่องมือพยุงราคาน้ำมัน หากต้องลดภาษีเล็ง E20-B20 หนุนเกษตรกร ย้ำดูแลค่าครองชีพควบคู่วินัยการคลัง ไม่สร้างวิกฤตซ้ำ

วันนี้ (21 ก.ย.) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงข้อเสนอให้นำวงเงินกู้ส่วนที่ยังเหลือจากมาตรการเยียวยาผลกระทบวิกฤตตะวันออกกลาง มาใช้ดูแลราคาน้ำมันผ่านการลดภาษีสรรพสามิตว่า รัฐบาลมีเครื่องมือสำหรับบริหารจัดการราคาพลังงานหลายทาง

รัฐบาล ย้ำดูแลค่าครองชีพต้องมองทั้งระบบ ชี้มาตรการน้ำมัน-ราคาสินค้า มีเป้าหมายต่างกัน

รัฐบาล ย้ำดูแลค่าครองชีพต้องมองทั้งระบบ ชี้ราคาน้ำมันส่งผลทั้งค่าขนส่ง ราคาสินค้า แต่ละมาตรการมีเป้าหมายต่างกัน ใช้เงินรัฐต้องตรงจุด คุ้มค่า ย้ำวงเงินกู้ไม่จำเป็นต้องใช้ให้หมด