'อนุทิน' สั่งการทั่วประเทศคุมสถานบันเทิง เข้ม 3 ข้อห้าม

“อนุทิน” สั่งการทั่วประเทศคุมเข้มสถานบันเทิง 3 ข้อห้ามอายุต่ำ 20ปี – อาวุธปืน -ยาเสพติดหลังเกิดคดี “สมรักษ์” และรับมือช่วงเทศกาลปีใหม่ ย้ำทุกคนต้องทำตามกฎหมาย

12 ธันวาคม 2566 – ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีพบเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าสถานบันเทิงหลังเกิดคดีระหว่างเด็กอายุ 17 ปีกับนายสมรักษ์ คำสิงห์ อดีตนักมวยชื่อดังว่า แต่ละจังหวัดมีเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว ส่วนสถานบันเทิงจะต้องมีการตรวจสอบก่อน ซึ่งรายละเอียดขณะนี้ตนเองยังไม่ทราบ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ออกข้อสั่งการทั่วประเทศไปแล้ว ซึ่งกระทรวงเข้มงวดทั้งสิ้น 3 เรื่อง 1. อายุไม่ถึงที่กำหนด 2. ถือครองอาวุธปืน และ 3.เรื่องยาเสพติด ซึ่งเราค่อนข้างเข้มงวด

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการเปิดสถานบันเทิงถึงเวลา 06:00 น. ในช่วงเทศกาลปีใหม่ นายอนุทินกล่าวว่า สถานบันเทิงที่อยู่ในพื้นที่ที่กระทรวงมหาดไทยอนุญาตก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย หากสถานบันเทิงดังกล่าวไม่ได้ละไม่ได้มีใบอนุญาตก็ขาย สุราได้เพียง เวลา 24:00 น. เท่านั้น

นายอนุทินกล่าวอีกว่า เราขยายเวลา แต่เราไม่ได้ลดอายุ บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ซึ่งสถานบริการซึ่งก็ต้องมีการตรวจอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น ส่วนที่มีกลุ่มบุคคลออกมาต่อต้านนั้น นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลดำเนินการเพราะต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ เรื่องดังกล่าวทุกคนต้องพึงรู้ ต่อให้มีการดื่มสุราเข้าสถานบริการอย่างถูกต้องตามกฏหมาย แต่หลังออกจากสถานบริการก็สามารถถูกตรวจแอลกอฮอล์ได้ หากมีแอลกอฮอล์อยู่ในตัว ก็โดนอยู่ดี ทุกคนจะต้องไม่ทำผิดกฎหมาย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ละพื้นที่จะต้องมีแผนรองรับหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า มีแผนอยู่แล้ว ผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัดมีการรายงานตรงต่อตนเองอยู่แล้ว โดยที่ปรากฎตาม ข่าวและไม่ได้ปรากฎตามข่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ หวานใส่ 'กำนัน-ผญบ.' ไม่ช่วยรัฐบาลง่อยแน่ ด่านแรกที่พึ่งปชช.

นายกฯ ลั่นไม่มี 'กำนัน-ผญบ.‘ ช่วยขับเคลื่อนงานรัฐบาลง่อยแน่ ชี้ด่านแรกปชช.มีทุกข์ต้องพึ่งพิง ขอเป็นผู้อิทธิพลที่ดีช่วยปราบอันธพาล ชูสุภาษิต 'เตะหมาต้องดูเจ้าของ' อย่าให้ใครรังแกลูกบ้าน

นายกฯบุกภูเก็ตปราบมาเฟียรุกที่สาธารณะ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เพื่อปฏิบัติราชการกำชับและติดตามการแก้ไขปัญหาบุกรุกชายหาดสาธารณะ

กัมพูชามั่ว! ไทยอย่ารั่วตาม 'ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ' ไม่จำเป็น

รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ *กัมพูชามั่ว…ไทยอย่ารั่วตาม! โดยระบุว่า

กวาดล้างขบวนการ 'ใบเกิดทิพย์' เอื้อจีนเทา เพิกถอนสถานะแล้ว 50 ราย

นายวิฑูรย์ ศิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะนายทะเบียนกลาง พร้อมคณะเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง และเป็นประธานประชุมติดตามกรณีการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรเกี่ยวกับการแจ้งเกิดโดยมิชอบ หรือ “เกิดทิพย์” ที่มีการนำไปใช้เอื้อประโยชน์ให้ชาวต่างชาติ

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

นายกฯ อวยพร 'วันแรงงานแห่งชาติ' ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล

'อนุทิน' อวยพรวันแรงงานแห่งชาติ ขอให้สุขภาพแข็งแรง ทำงานสำเร็จ-มีความมั่นคงในชีวิต ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล