
ประเสริฐฯ เผย ยังพบ ซื้อขายข้อมูลประชาชน สั่งเร่งปิดกั้น จับกุม
28 ธ.ค. 2566 – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) กล่าวว่า ตามที่ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ ดีอี แก้ปัญหาการหลุดรั่วของข้อมูลประชาชน ตลอดจนการซื้อขายข้อมูลประชาชนตามที่เป็นข่าว จึงได้เร่งดำเนินการ 6 มาตรการ ทั้งระยะเร่งด่วน ระยะ 6 เดือน และระยะ 12 เดือน และได้เสนอคณะรัฐมนตรี
นายประเสริฐ เผยว่า สำหรับมาตรการระยะเร่งด่วน ที่ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPC Eagle Eye เร่งตรวจสอบข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ พร้อมทั้งค้นหา เฝ้าระวัง การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล และสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ตรวจสอบช่องโหว่ ระบบ Cybersecurity หรือระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูล พบว่า
1. สคส. โดยศูนย์ PDPC Eagle Eye ระหว่าง 9 พ.ย. – 28 ธ.ค. 66 ได้เร่งตรวจสอบข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ 15,820 หน่วยงาน พบว่า 4,801 หน่วยงาน มีข้อมูลรั่ว โดยแบ่งเป็น
– องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 2,600 หน่วยงาน
– หน่วยงานรัฐอื่น (ไม่ใช่ อปท.) 1,975 หน่วยงาน
– สถาบันการศึกษา 153 หน่วยงาน
– เอกชน 25 หน่วยงาน
ซึ่ง 4,753 หน่วยงานได้แก้ไขแล้ว ยังเหลืออีก 48 หน่วยงาน อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไข
2. สกมช. ระหว่าง 9 พ.ย. – 28 ธ.ค. 66 เร่งตรวจสอบช่องโหว่ ระบบ Cybersecurity หรือระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูล โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐที่เป็นหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (Critical Information Infrastructure: CII) อาทิ ด้านพลังงานและสาธารณสุข ด้านบริการภาครัฐ และการเงินการธนาคาร เป็นต้น โดยการตรวจสอบช่องโหว่ ของระบบ Cybersecurity ตรวจพบมีความเสี่ยงระดับสูง 22 หน่วยงาน และ สกมช. ได้แจ้งให้แก้ไขแล้ว
3. การซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลใน Meta (Facebook) พบ 10 เรื่อง และได้ดำเนินการปิดกั้นแล้ว
4. การซื้อขายข้อมูลใน Dark web (เว็บผิดกฎหมาย ที่คนร้ายหรือโจรออนไลน์นิยมใช้) จำนวน 3 เรื่อง
สำหรับการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล ที่พบทั้ง ใน Facebook และ Dark web ขณะนี้ อยู่ระหว่างสืบสวนดำเนินคดีร่วมกับ บช.สอท.
รัฐมนตรี ประเสริฐ กล่าวในตอนท้ายว่า “ ดีอี เอาจริง เรื่องขโมยข้อมูล ซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล ผมได้สั่งการให้ เร่งตรวจสอบ การเปิดเผยข้อมูลที่ไม่เหมาะสม และระบบ Cybersecurity ของหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะหน่วยงานของรัฐที่มีข้อมูลประชาชนจำนวนมาก ยังพบว่ามีข้อมูลรั่ว และสั่งการให้เร่งแก้ไขไปแล้ว หากหน่วยงานไหน ปล่อยปละละเลยให้ข้อมูลรั่ว หรือยังทำผิดซ้ำ จะลงโทษอย่างเคร่งครัดเด็ดขาดตามกฎหมาย สำหรับการดำเนินคดีกับคนร้ายขโมยข้อมูล หรือซื้อขายข้อมูล ได้มีการจับมาลงโทษแล้ว และอยู่ระหว่างทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อจับตัวในกรณีอื่นๆ เอามาลงโทษ ถึงเป็นโจรต่างชาติ ก็จะประสานตำรวจสากลเอาตัวมาลงโทษให้ได้”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไม่มีอะไรมาหยุดได้! 'ไชยชนก' บอกเดินหน้าเต็มที่ หลัง 'สส.การดี' สอบเข้มให้ยกเลิกโครงการ TH-AI Passport
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงกรณีนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้ยุติโครงการ TH-AI Passport หากไม่ดำเนินการ จะใช้กลไกรัฐสภา ตรวจสอบขั้นสูงสุด
'รักชนก' คิดถึง 'ไชยชนก' นัดเจอ 13 ส.ค. หลังเบี้ยวมา 3 รอบ
'ไอซ์ รักชนก' ฝากความคิดถึง 'ไชยชนก' ทวง TOR-เชิญถกปม TH-AI Passport 13 ส.ค.นี้ หลังเบี้ยวมา 3 รอบ จ่อชงสอบสวนกลาง-ปปง. เช็กบิลคนทุจริต
'ประเสริฐ' เตรียมแจงครม. ขอปรับแก้เกณฑ์บัตรคนจน ปลดล็อคตัดสิทธิ์นักศึกษา
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่มี
'การดี-กูรูไอที' เปิดผลวิเคราะห์โครงการ TH-AI Passport ด้อยกว่าเวอร์ชั่นฟรี จี้ยกเลิกหวั่นสูญ 1,600 ล้าน
นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเวที Q&A เจาะลึก ''TH-AI Passport'' วิเคราะห์คุณสมบัติ และการทำงาน พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้เชี่ยวชาญ พร้อมวิเคราะห์คุณสมบัติและการทำงาน AI ในโครงการ TH AI-Passport
'ไอซ์' โวย 'ไชยชนก' เบี้ยวแจงโครงการ AI อีกแล้ว ชี้เลื่อนลงทะเบียนใช้งานสะท้อนไม่โปร่งใส
น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุมกมธ.ว่า มีการพิจารณาโครงการ TH-AI Passport ซึ่งเดิมเข้าใจว่าจะมีการลงทะเบียนในวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านม
'ไชยชนก' ยันโครงการ TH-AI Passport ใช้งบกองทุนคุ้มค่า ประธานสภาฯไม่ให้ถามส่อล็อกสเปก
รมว.ดีอี แจงงบโครงการ TH-AI Passport ที่ถูกตั้งข้อสังเกตล็อคสเปก ว่า ได้ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างอย่างละเอียด และได้รับรายงานว่าถูกต้องตามกระบวนการของกฎหมายทุกประการ นอกจากนั้นได้เจรจากับคู่สัญญาแล้ว ได้ผลลัพธ์ที่ภาครัฐและประชาชนได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นมหาศาล

