
9 ก.พ. 2567 – นางสาวกรรวี สิทธิชีวภาค อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง “อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง” ฉบับที่ 4 (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 9 – 13 กุมภาพันธ์ 2567) โดยระบุว่า
ในช่วงวันที่ 9 – 13 ก.พ. 67 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่งเกิดขึ้นได้ในช่วงวันที่ 9 – 10 ก.พ. 67 หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง โดยในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 3 – 5 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส
สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณตอนบนของภาค ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฟ้าผ่าที่อาจจะเกิดขึ้นโดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาไม่แข็งแรงในระยะนี้
จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงมีดังนี้
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ภาคกลาง: จังหวัดลพบุรี และสระบุรี
ภาคตะวันออก: จังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567
ภาคเหนือ: จังหวัดอุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 10 – 13 ก.พ. 67 โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรงดออกจากฝั่ง รวมทั้งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ประกาศ ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 เวลา 17.00 น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กลุ่มฝนกำลังมา! กทม.บอกไม่หนักมาก แต่ดูท่าจะยาว
เพจกรุงเทพมหานครเผยภาพเรดาร์เช้าตรู่ พบกลุ่มฝนก่อตัวบริเวณจังหวัดใกล้เคียงและกำลังเคลื่อนเข้ามา ขณะที่ระดับน้ำในคลองยังสูง เจ้าหน้าที่เร่งระบาย พร้อมเตือน กทม.ยังมีโอกาสเจอฝนหนักอีกวัน
ฝนจ่อถล่มซ้ำ! เช็ก 33 ถนน กทม.ยังมีน้ำท่วม หลายสายหลักอ่วม
เช็กเส้นทางก่อนออกจากบ้าน กทม.ยังมีน้ำท่วมหลายพื้นที่ ข้อมูลล่าสุดเมื่อคืนพบ 33 ถนนควรหลีกเลี่ยง รามคำแหง-รัชดาฯ-พหลโยธินหลายจุดยังหนัก ขณะที่ศูนย์ป้องกันน้ำท่
'สุชาติ' เผย นายกฯ สั่งเร่งล่าจระเข้หลุด 4 ตัวสระแก้ว ระดมทีมไล่ล่า ใช้เครื่องมือ ที่เหมาะสม คุมสถานการณ์ให้ประชาชนอุ่นใจ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงกรณีจระเข้จำนวน 4 ตัวหลุดออกจากพื้นที่ในจังหวัดสระแก้วว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการตั้งแต่ช่วงบ่าย ขณะปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ต่างประเทศ ให้เร่งติดตามและควบคุมจระเข้ทั้ง 4 ตัว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อประชาชนในพื้นที่
กรุงเทพและปริมณฑลยังอ่วมฝนตก 80% ของพื้นที่
กรมอุตุนิยมวิทยา รานงานพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ด้านตะวันตกของภาคกลางมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
กรมอุตุฯออกประกาศฉบับที่ 14 แจ้งภาคกลางรวมถึงกทม.รับมือฝนตกหนัก
ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
พ่ายฝน300มม.! ‘ชัชชาติ’ สารภาพยากต่อการรับมือให้รอ3วันนํ้าแห้ง
กรุงเทพฯ วิกฤต “ชัชชาติ" เผย กทม.ฝนสะสมกว่า 300 มม. ยอมรับยากต่อการรับมือ หากต้องการแก้อย่างมีประสิทธิภาพต้องลงทุนเพิ่ม ระบุสถานการณ์ทรงตัว คาดฝนลดลงช่วยระบายน้ำคลี่คลายภายใน 2-3 วัน พร้อมถอดบทเรียนพัฒนาระบบพยากรณ์

