นายกฯ ถึงปัตตานี สักการะศาลหลักเมือง พบผู้นำท้องถิ่น ซื้อภาพวาดสันติภาพ

นายกฯ ลง จชต. สักการะศาลหลักเมืองปัตตานี ก่อนเยี่ยมชมมัสยิดกรือเซะ พบผู้นำท้องถิ่น- ประชาชน ฟังปัญหา รับปากทำเสร็จในรัฐบาลนี้ ขณะกลุ่มนักเรียนบรรเลงเพลงรองเง็ง ต้อนรับครึกครื้น ก่อนควักเงินซื้อภาพสันติภาพ ชมสื่อความหมายได้ดี ด้านการรักษาความปลอดภัยเข้ม

27 ก.พ.2567 - เมื่อเวลา 14.30 น. ที่จังหวัดปัตตานี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เดินทางต่อด้วยรถยนต์โตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ สีขาว ทะเบียน 4 กษ 3081 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถกันกระสุน โดยตลอดเส้นทางมีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด และช่วงที่บินมาจากจังหวัดสงขลาได้มีเฮลิคอปเตอร์บินประกบเพื่อรักษาความปลอดภัย และตลอดเส้นทางในการใช้รถยนต์จะมีรถตัดสัญญาณ รถรักษาความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ยืนประจำจุด

เมื่อมาถึงนายกฯสักการะศาลหลักเมืองปัตตานี ตำบลสะบารัง อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นายสุริยะ จึงรุ่งเรือง รมว.คมนาคม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ร่วมคณะด้วย

ทั้งนี้ นายกฯและครม.ที่ร่วมคณะ สวมเสื้อผ้าปาเต๊ะ​ สีเขียว ลายชบาปัตตานี​ ซึ่งเป็นลายผ้าพระราชทาน​สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการลงพื้นที่ มี พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ. ตร. ให้การต้อนรับ

ต่อมาเวลา 14.45 น. นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเยี่ยมชมตลาดวิถีชุมชนพื้นบ้านจังหวัดปัตตานี และพบปะผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่นและประชาชน ที่มัสยิดกรือเซะ ตำบลตันหยงลุโละ อำเภอเมืองปัตตานี โดยทันทีที่นายกรัฐมนตรีมาถึงกลุ่มดนตรีการแสดงพื้นเมืองชายแดนใต้ วงอาเนาะบุหลันลูกพระจันทร์ โรงเรียนวัดสุวรรณากร ได้แสดงดนตรีรองเง็ง บทเพลงอินังอาหรับ ต้อนรับ ก่อนที่นายกฯจะรับฟังบรรยายประวัติของมัสยิดกรือเซะ จาก นายมูหมัด ซอเร่ เดง สมาชิก อบต.ตันหยงลุโละ และถ่ายภาพหมู่กับผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ด้านหน้ามัสยิด

จากนั้นนายกฯพบปะกลุ่มสตรี ที่ขอให้นายกฯช่วยปรับปรุงสะพานตะลุโบะ โดยตัวแทนกลุ่มสตรีระบุกับนายกฯว่า ขอให้ความหวังของคนปัตตานีสมหวังด้วย คือทำให้ได้ ทำให้เสร็จในช่วงที่นายกฯดำรงตำแหน่ง ซึ่งนายกฯรับปากว่า “ไม่ใช่แค่ความหวัง แต่ทำเสร็จแน่นอน”

นายกฯ ยังเยี่ยมชมร้านค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น พร้อมสั่งการให้ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นำผลิตภัณฑ์ของชุมชนจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เป็นแลนด์มาร์กอีกแห่งของจังหวัดปัตตานี

ขณะที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและท่องเที่ยว ให้นายกฯร่วมวาดลายในผ้าลายชบาปัตตานี นอกจากนี้นายกฯยังชิมอาหารพื้นเมืองในซุ้มต่างๆที่นำมาจัดแสดงพร้อมชมว่าอร่อย และให้ไปต่อยอดเพื่อส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว นายกฯยังได้ทดลองสวมหมวกกะปิเยาะ ซึ่งเป็นหมวกที่สวมใส่สำหรับสุภาพบุรุษชาวมุสลิม ก่อนหันมายิ้มและถ่ายรูป

นายกฯได้ขอซื้อภาพวาดสีน้ำมันซึ่งเป็นภาพเด็กชายชาวมุสลิม​กำลังโยกคันน้ำบาดาลและมีสามเณรใช้มือรองน้ำดื่ม​ ซึ่งเป็นภาพสันติภาพ​ จาก นายสุไลมาน ยาโม ศิลปินดับไฟใต้​ด้วยปลายภู่กัน​ มูลค่า​ 30,000 บาท​ โดยนายกฯชมว่าเป็นภาพที่สื่อความหมายได้ดีมาก​ ขณะที่ศิลปินดีใจที่นายกฯซื้อภาพถือเป็นของขวัญให้ลูกที่เพิ่งคลอดวันนี้​ จากนั้นศิลปินดังกล่าวยังได้มอบภาพวาดเหมือนนายกฯให้เป็นที่ระลึกด้วย​

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างลงพื้นที่ยังมีประชาชนสอบถามถึงเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทอีกด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผบ.ตร. สั่งดูแลการขนส่งหีบบัตรเลือกตั้ง ห่วงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กำชับเพิ่มความเข้มงวด

‘ผบ.ตร.’ ประชุมติดตามผลการดูแลความปลอดภัยการเลือกตั้ง ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พบผิดกฎหมายเลือกตั้ง 7 คดี

ปะทะเดือดยะลา วิสามัญคนร้าย 1 ราย แกนนำก่อเหตุยิง-วางระเบิด 3 หมายจับ

กำลัง 3 ฝ่าย ปิดล้อมบ้านต้องสงสัย คนร้ายเปิดฉากยิง ปะทะนานกว่า 8 ชั่วโมง  มีรายงานคนร้ายดับ 1 ผบช.ภ.9 รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ เชื่อเป็นคนร้ายคนสำคัญก่อเหตุยิง-วางระเบิด ในพื้นที่ยะลา

รอง ผบ.ตร. สั่งทบทวนแผนด้านความมั่นคง หลังเกิดเหตุบึ้มปั๊ม 11 จุด

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีคนร้ายก่อเหตุลอบวางระเบิดรวม 11 จุด ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้รายงานสถานการณ์และความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุ

'เสธ.ทบ.' น้อมรับสังคายนาการข่าวใต้ หลังเหตุเผาปั๊ม 11 จุด

พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก กล่าวถึงการปรับปรุงด้านการข่าวหลังเกิดเหตุรอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน 11 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ตอนนี้ทุกหน่วยงานทำอยู่แล้ว แต่ละหน่วยงานร่วมกันปฎิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่