
11 มี.ค. 2567 - นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยหลังเข้าหารือกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยมีนายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วมหารือด้วย ว่า เป็นการหารือเกี่ยวกับการยกระดับการดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้แสวงหาผลประโยชน์ปฏิรูปที่ดินโดยมิชอบ อันมีลักษณะเป็นการค้าตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ให้ความเห็นว่าสามารถใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ดำเนินคดีเพื่อนำไปสู่การยึดทรัพย์ได้
เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวว่า ได้ตรวจสอบพบว่ามีเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือบุคคลบางคนหรือบางกลุ่ม รวมถึงกลุ่มนายทุนกระทำความผิดในเขตปฏิรูปที่ดิน เช่น การลักลอบขุดดินเพื่อนำออกจำหน่ายโดยปราศจากความยำกรงต่อกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ลักษณะการใช้ประโยชน์ในที่ดินผิดวัตถุประสงค์ที่พบเป็นการเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการค้าหรือเพื่อการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวจำนวนมาก
ทั้งนี้ กระบวนการตามกฎหมายปกติไม่สามารถสร้างความยำเกรงให้แก่ผู้กระทำความผิดได้ หรือผู้กระทำความผิดมีพฤติการณ์ซึ่งน่าจะเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่หรือความสงบเรียบร้อยในสังคม หรือเป็นผู้มีอิทธิพล หรือเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล นักการเมือง หรือข้าราชการระดับสูง ประกอบกับ ส.ป.ก. เห็นว่ากรณีดังกล่าวมีลักษณะเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม โดยการใช้ ยึดถือ หรือครอบครองทรัพยากรธรรมชาติ หรือกระบวนการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติโดยมิชอบด้วย ส.ป.ก. จึงหารือกับสำนักงานปปง. เกี่ยวกับการใช้กฎหมายฟอกเงินมาดำเนินการต่อการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเขตปฏิรูปที่ดิน อันมีลักษณะเป็นการค้าซึ่งเข้าองค์ประกอบเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (15) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 เพื่อดำเนินคดีทั้งกลุ่มทุนและข้าราชการส.ป.ก. ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
นายวิทยา นิติธรรม ผู้อำนวยการกองกฎหมายและโฆษกปปง. กล่าวว่า การใช้กฎหมายฟอกเงินมาดำเนินคดีด้วย จะเป็นส่วนสำคัญในการตัดวงจรการฟอกเงิน มิให้ผู้กระทำความผิดหรือผู้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดนำเงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดไปหมุนเวียนหรือใช้ประโยชน์ในการก่ออาชญากรรมต่อไป
ขณะที่นายธนดล กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ร่วมกับตำรวจ บก.ปปป. ตรวจสอบการออกเอกสาร ส.ป.ก.4-01 และข้อมูลผู้ถือครองที่ดินที่ออก ส.ป.ก.4-01 ในพื้นที่ ต.หมูสี และ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พบการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐบางคน ตลอดจนทราบแล้วว่ามีนายทุนอยู่เบื้องหลัง จึงประสาน ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อหาผู้กระทำผิดทั้งผู้ให้และผู้รับทั้งหมด ตามนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มอบนโยบายให้ ส.ป.ก. หารือร่วมกับสำนักงาน ปปง. เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกันและดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้กระทำความผิดตามมูลฐานดังกล่าว เพื่อให้บรรลุผลตามเจตนารมณ์แห่งกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่มีวัตถุประสงค์ในการจัดสรรที่ดินให้แก่เกษตรกร ไม่ใช่เพื่อการค้า ตลอดจนไม่ต้องการให้มีการทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเขตปฏิรูปที่ดิน
"ขอเวลาอีกไม่เกินสัปดาห์ จะได้เห็นโฉมหน้าผู้กระทำผิด โดยจะดำเนินคดีทั้งหมด ทั้งผู้ให้และผู้รับ"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ป.ป.ช. สั่งไต่สวน 'โกงสอบท้องถิ่น' ปี 64 เป็นคดีพิเศษ
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่าคณะกรรมการป.ป.ช. มีมติรับกรณี ทุจริตสอบผู้บริหารท้องถิ่น ปี64 ไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษเพิ่มเติม หลังพบพฤติกรรมแก้คะแนนจากสอบตกให้เป็นสอบผ่าน
'รมว.สุชาติ' ชู 'น้ำคือความมั่นคง' ลุยจันทบุรี เติมน้ำกว่า 2,500 ไร่ แหล่งผลิตทุเรียนส่งออกของไทย พร้อมเติมน้ำให้ช้างป่า
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก เร่งเพิ่มน้ำต้นทุนให้ภาคการเกษตร รองรับทั้งฤดูแล้งและฤดูน้ำหลาก
สยบสูตรแดง-เขียว-ส้ม แฉฮั้วสว.เปิดคลิปขยี้ซ้ำ
ดาหน้าดับสูตรรัฐบาลแดง-เขียว-ส้ม "อ.เชน" ยัน พท.เป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่เข้มแข็ง
ฟังจากปาก 'ธรรมนัส' ไม่มีดีล 'แดง-เขียว' หยอด 'ส้ม' ลืมเรื่องก่อนเลือกตั้งหมดแล้ว ศัตรูก็กลับมารักกันได้
ที่ชุมชนหลังวัดริมคลองนางหงส์ กทม. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหายหน้าห
ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.
เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย
ดับฝันเกมเสี้ยม"2น.1พ." “ธรรมนัส"ปิดตาย'ดีลโมนาโก'
ด้วยเสถียรภาพและองคาพยพของ ระบอบสีน้ำเงิน ที่มีความเข้มแข็ง ช่องทางของฝ่ายตรงข้ามที่จะสั่นคลอนรัฐบาลอนุทินได้ก็คือการทำลายความเชื่อถือต่างๆ รวมถึงเสี้ยมให้เกิดความแตกแยก ดังที่เกิดขึ้นในยุค 3 ป. แห่งบูรพาพยัคฆ์ ที่เกิดความขัดแย้ง แย่งชิงอำนาจ ระหว่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

