อุตุฯ พยากรณ์ 10 วันล่วงหน้า พายุฤดูร้อนถล่ม 19 มี.ค.

15 มี.ค. 2567 – กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานผลการพยากรณ์ฝนสะสมรายวัน (ทุกๆ 24 ชม. : (นับตั้งแต่ 07.00 น. ถึง 07.00 น.วันรุ่งขึ้น) และลมที่ระดับ 925hPa (750 ม.) 10 วันล่วงหน้า ระหว่าง 15 – 24 มี.ค. จากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) :

ช่วง 15 – 18 มี.ค. 67 ทิศทางลมยังแปรปรวน โดยมีลมตะวันตก ตะวันตกเฉียงเหนือพัดปกคลุมด้านตะวันวันของภาคเหนือ ภาคกลาง และมีลมใต้ ตะวันออกเฉียงใต้พัดแทรกบางเวลา ทำให้มีเมฆบางส่วน ฝนน้อยลง แต่ยังมีฝน/ฝนฟ้าคะนองเล็กน้อยเกิดขึ้นได้บางแห่ง บริเวณภาคอีสานตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ กลางวันอากาศยังร้อนและร้อนจัดบางพื้นที่ (หย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุม) ส่วนภาคใต้มีฝนเล็กน้อย คลื่นลมยังมีกำลังอ่อนถึงปานกลาง

ช่วง 19 – 21 มี.ค. 67 มีสัญญาณฝนเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรงแผ่ลงมาปกคลุมภาคอีสาน ทำให้มีลมใต้ ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ประกอบกับจะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกของลมในระดับบนจากเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ทำให้มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในระยะแรกๆ โดยเริ่มทางภาคอีสาน ภาคตะวันออกก่อน (ในช่วงบ่ายวันที่ 19 มี.ค.) ยังต้องติดตามและเฝ้าระวัง และช่วง 22-24 มี.ค. 67 ฝนน้อยลงยังมีเกิดขึ้นได้บริเวณภาคเหนือ ต้องติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นระยะๆ อย่างใกล้ชิด (ข้อมูลนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลนำเข้าใหม่ ภายใต้สถานการณ์ปรากฎการณ์เอลนีโญกำลังปานกลาง ซึ่งทำให้สภาวะทางอุตุนิยมวิทยาเปลี่ยนแปลงไป ใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ).

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อุตุฯ เตือนฝนฟ้าคะนอง 44 จังหวัด รับมือท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูง

'อุตุฯ' เตือนไทยตอนบนรับมืออากาศแปรปรวน ภาคใต้ฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 6 เตือนประเทศไทยอากาศแปรปรวน

นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2569) ฉบับที่ 6 (55/2569) โดยมีใจความว่า