รัฐบาลเดินหน้าเฟส 3 นโยบาย 30 บาท รักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว

รัฐบาลเดินหน้า เฟส 3 นโยบาย “30 บาท รักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว” เผยมีหน่วยบริการฯ รองรับ 3,633 แห่ง ใน 45 จังหวัด ด้าน ปชช. พึงพอใจ ร้อยละ 95% เฉลี่ยเวลาบริการ 33 นาที/ราย

4 พ.ค.2567 - นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เปิดเผยความคืบหน้า ตามที่รัฐบาลได้เดินหน้านโยบาย “30 บาท รักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว” โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 เริ่มในระยะที่ 3 จำนวน 33 จังหวัดนั้น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ดำเนินการจัดเตรียมความพร้อมในส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นระบบการเชื่อมต่อข้อมูลการบริการและการเบิกจ่ายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท โดยเฉพาะ “หน่วยบริการนวัตกรรมบริการสาธารณสุขวิถีใหม่” ที่ สปสช. ได้ร่วมกับสภาวิชาชีพด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อเพิ่มเติมความสะดวกในการรับบริการ ประกอบด้วย ร้านยา คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น คลินิกเทคนิคการแพทย์ชุมชนอบอุ่น คลินิกเวชกรรมชุมชนอบอุ่น คลินิกทันตกรรมชุมชนอบอุ่น คลินิกกายภาพบำบัดชุมชนอบอุ่น และคลินิกแพทย์แผนไทยชุมชนอบอุ่น

นายคารม กล่าวว่า ข้อมูลล่าสุดมีหน่วยบริการนวัตกรรมบริการสาธารณสุขวิถีใหม่ ใน 33 จังหวัดที่ได้สมัครขึ้นทะเบียนร่วมเป็นหน่วยบริการกับ สปสช. แล้วจำนวน 2,325 แห่ง ดังนี้ 1. คลินิกเวชกรรมชุมชนอบอุ่น จำนวน 81 แห่ง 2. คลินิกทันตกรรมชุมชนอบอุ่น จำนวน 84 แห่ง 3. ร้านยา จำนวน 1,452 แห่ง 4. คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น จำนวน 562 แห่ง 5. คลินิกเทคนิคการแพทย์ชุมชนอบอุ่น จำนวน 44 แห่ง 6. คลินิกกายภาพบำบัดชุมชนอบอุ่น จำนวน 74 แห่ง และคลินิกแพทย์แผนไทยชุมชนอบอุ่น จำนวน 28 แห่ง โดยประชาชนที่อยู่ใน 33 จังหวัดที่เริ่มดำเนินการในระยะที่ 3 สามารถเข้ารับบริการโดยใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาทได้ ไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับภาพรวมการดำเนินการเปิดรับหน่วยบริการนวัตกรรมสาธารณสุขวิถีใหม่ ตั้งแต่ระยะที่ 1 -3 รวมทั้งสิ้น 45 จังหวัดนั้น มีหน่วยบริการที่ร่วมเป็นหน่วยนวัตกรรมบริการสาธารณสุขวิถีใหม่กับ สปสช. ใน 45 จังหวัดนำร่อง 3,633 แห่งแล้ว

สำหรับจำนวนการรับบริการใช้สิทธิบัตรทองที่หน่วยบริการนวัตกรรมบริการสาธารณสุขวิถีใหม่นั้น จากผลการดำเนินงานในช่วง 2 ระยะที่ผ่านมา พบว่า สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการตามนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ฯ ได้ โดยจากข้อมูลในระบบเบิกจ่ายของ สปสช. ในระยะที่ 1 มีประชาชนเข้ารับบริการที่หน่วยบริการนวัตกรรมบริการสาธารณสุขวิถีใหม่จำนวน 257,984 คน เป็นจำนวน 387,932 ครั้ง ส่วนในระยะที่ 2 มีประชาชนเข้ารับบริการที่หน่วยนวัตกรรมฯ จำนวน 142,936 คน เป็นจำนวน 196,913 ครั้ง และเมื่อรวมจำนวนการรับบริการทั้ง 2 ระยะ มีประชาชนเข้ารับบริการจำนวน 400,920 คน เป็นจำนวน 584,845 ครั้ง หรือคิดเป็นร้อยละ 22.9 จากจำนวนประชาชนที่รับบริการทั้งที่หน่วยบริการภาครัฐและเอกชนทั้งหมด จำนวน 1,857,111 คน เป็นจำนวน 2,553,316 ครั้ง ในส่วนของหน่วยบริการนวัตกรรมบริการสาธารณสุขวิถีใหม่นั้น ประชาชนให้คะแนนความพึงพอใจเฉลี่ย 8.84 จาก 10 คะแนน หรือคิดเป็นร้อยละ 95 ขณะที่ระยะเวลาของการเข้ารับบริการ ทั้งการเดินทางไปกลับและรับบริการจะอยู่ที่ 33 นาที/ราย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลจับมือ WHO ผลักดัน 'กระเป๋าสุขภาพดิจิทัล'

รัฐบาลจับมือ WHO ผลักดัน 'Digital Health Wallet' ยกระดับประชาชนเป็นเจ้าของข้อมูลสุขภาพของตนเอง เชื่อมข้อมูลรักษาพยาบาลไร้รอยต่อ รองรับอนาคตสาธารณสุขดิจิทัลระดับโลก

รัฐบาล ผนึกกำลังภาคเอกชนระดับโลก ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ชีวภาพภูมิภาค

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้คว

'พลอยทะเล' โต้ครม.เงาส้ม ยันแก้ไขปัญหาภูเก็ตคืบหน้า ไม่มีระบอบสีน้ำเงิน

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงกรณี "ครม.เงา" โดยนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พ

ปลดล็อกศักยภาพสนามบินภูมิภาค 28 แห่ง จับมือกรมธนารักษ์ขยายสิทธิบริหารพื้นที่เช่าสูงสุด 30 ปี

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เ

รัฐบาลห่วงผู้บริโภค สั่ง 'สคบ.-อย.' ตรวจเข้ม 'อกไก่ปั่นโปรตีน'

รัฐบาลเอาจริงคุ้มครองผู้บริโภค สั่งตรวจสอบ 'อกไก่ปั่นโปรตีน' หลังพบข้อสงสัยข้อมูลโภชนาการไม่ตรงฉลาก ผนึกกำลัง สคบ.–อย. ตรวจเข้มทั้งฉลากและโฆษณา

รัฐบาลตีปี๊บ ประมูลยางค้างสต็อก 1.8 หมื่นตัน ได้เงิน 1.23 พันล้านบาท

รัฐระบายยางค้างสต็อกกว่า 1.8 หมื่นตัน ประมูลทะลุ 1.23 พันล้านบาท ย้ำไม่กระทบราคาตลาด ช่วยรักษาเสถียรภาพรายได้ชาวสวนยาง