ไฟเขียวต่อยอดเอ็มโอยูยุค 'ลุงตู่' เชื่อมสัม พันธ์การค้าซาอุฯ

'รัดเกล้า' เผย ครม.เห็นชอบเอ็มโอยูส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทย-ซาอุดีอาระเบีย

09 พ.ค.2567 - นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 พ.ค.มีมติเห็นชอบต่อร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงพาณิชย์แห่งราชอาณาจักรไทย กับสำนักงานการค้าต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียว่าด้วยการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างกัน ตามที่กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เสนอ

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ในปี 2565 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในขณะนั้น และ รมว.พณ.ซาอุฯ ได้เห็นพ้องจัดทำบันทึกความร่วมมือ (MOC) ว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้า (JTC) ไทย-ซาอุดีอาระเบีย เพื่อเป็นกลไกหารือทางการค้า ตลอดจนการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน ต่อมาฝ่ายซาอุฯ ได้มีการขอปรับรูปแบบเอกสารเป็นบันทึกความเข้าใจฯ และพร้อมที่จะลงนามร่างบันทึกความเข้าใจฯ ในช่วงการเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ รมว. พณ. ซาอุฯ ระหว่างวันที่ 9-10 พฤษภาคม 2567

สำหรับร่างบันทึกความเข้าใจฯ มีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้ วัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างกัน โดยคำนึงถึงประโยชน์ร่วมกันด้านพาณิชยการ การขจัดอุปสรรคและความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น

สาขาความร่วมมือ สนับสนุนให้มีความร่วมมือในสาขาต่างๆ เช่น 1.แลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อมูลต่างๆ ในสาขาพาณิชยการ โอกาสทางการค้า และให้คำปรึกษาแก่กันและกัน เพื่อขยายและสร้างความหลากหลายทางการค้าทวิภาคี และพัฒนาแนวทางส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าให้ดียิ่งขึ้น 2.การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า และกิจกรรมส่งเสริมการค้าอื่นๆ ที่จัดขึ้นบนดินแดนของแต่ละฝ่าย เพื่อส่งเสริมสินค้าและบริการ และการแสวงหาโอกาสทางการค้าระหว่างกัน

กลไกการดำเนินการ จะมีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อกำกับดูแลการดำเนินการภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ โดยจะจัดให้มีการประชุมคณะทำงานเป็นระยะๆ ตามที่ตกลงร่วมกัน

ส่วนผลบังคับใช้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่แจ้งครั้งสุดท้ายระหว่างคู่ภาคีผ่านช่องทางการทูต โดยใช้บังคับเป็นเวลา 3 ปี และต่ออายุอัตโนมัติ เว้นแต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรที่จะยกเลิกหรือไม่ต่ออายุ

ร่างบันทึกความเข้าใจฉบับนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อไทยจากการกระชับความสัมพันธ์ และส่งเสริมความร่วมมือทางการค้ากับซาอุฯ ซึ่งเป็นตลาดยุทธศาสตร์ของไทยในการพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้า โดยซาอุฯ มีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการเมืองและเศรษฐกิจในโลกอิสลาม กลุ่มอาหรับ และภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยในปี 2566 ซาอุฯ เป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่ 17 ของไทย และอันดับที่ 2 ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ยินดี 'เนเน่ รอยัล' คว้าแชมป์ AGT 21 เปล่งประกายบนเวทีโลก

ส่งใจจากนิวยอร์กถึงแคลิฟอร์เนีย นายกฯ ร่วมยินดี 'เนเน่ รอยัล' เยาวชนไทยเปล่งประกายบนเวทีโลก คว้าแชมป์ America’s Got Talent Season 21 ชื่นชมความสามารถ–ความมุ่งมั่น สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย

ย้ำ! ผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้

รัฐบาลย้ำผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปทุกรายต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะอย่างถูกต้อง ภายในวันที่ 30 ก.ย. เผยสถิติยอดทำใบขับขี่รถสาธารณะพุ่งกว่า 3 เท่าตัว

โอกาสมาแล้ว! รัฐบาลชวนครู-นักเรียนไทยสร้างเครือข่ายกับ รร.ออสเตรเลีย-อาเซียน

รัฐบาลเปิดโอกาสโรงเรียนไทยสร้างเครือข่ายกับ รร.ออสเตรเลียและอาเซียน ผ่านโครงการ BRIDGE School Partnership 2026-2027 คัดเลือก 15 รร.จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ รร.ออสเตรเลีย

'ลลิดา' สอนอดีตทูต! บอกภาษีสหรัฐอย่ามองแค่ส่วนเดียว

รองโฆษกรัฐบาลโต้ 'พิศาล' ปมภาษีสหรัฐฯ ชี้ อย่านำตัวเลข 12.5% เพียงส่วนเดียวมาสรุปภาพทั้งหมด ย้ำต้องดูผลรวม ม.301 เทียบคู่แข่ง–ไทยเร่งปิดดีล ART รักษาความสามารถแข่งขัน

“พาณิชย์” ยกทัพวัตถุดิบไทยจัดงาน “Local Ingredients World Class Experiences” จับมือเชฟ–ผู้ประกอบการ ต่อยอดสินค้าเกษตร สร้างมูลค่าเพิ่ม คาดยอดขายกว่า 10 ล้านบาท

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน เดินหน้าสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรไทย จากการจำหน่ายในรูป “วัตถุดิบ” สู่สินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น ผ่านการเชื่อมโยงเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ เข้ากับภาคธุรกิจอาหารและเชฟมืออาชีพ