รัฐบาล ตีปี๊บ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันดันไทย เป็นศูนย์กลางการทำงานของชาวต่างชาติทักษะสูง

4 มิ.ย.2567-นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทยให้ก้าวสู่เศรษฐกิจใหม่ ดำเนินมาตรการอำนวยความสะดวกด้านการตรวจลงตราในประเภทต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันมีบุคลากรต่างชาติที่ได้รับการอนุมัติวีซ่าและใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย ทั้งวีซ่าและใบอนุญาตทำงานสำหรับผู้เชี่ยวชาญต่างชาติที่ทำงานภายใต้โครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน วีซ่าพำนักระยะยาว (Long-Term Resident Visa: LTR Visa) และวีซ่าดึงดูดบุคลากรทักษะสูงและนักลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (Smart Visa) ผ่านศูนย์ One Stop Service รวมทั้งสิ้นกว่า 56,000 คน

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ร่วมมือกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกระทรวงแรงงาน มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ในการอำนวยความสะดวกให้แก่ชาวต่างชาติที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญพิเศษ (Talent) นักลงทุน และผู้ที่ต้องการเข้ามาทำงานและอาศัยในประเทศไทย ผ่านการจัดตั้งศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน (One Start One Stop Investment Center: OSOS) ณ ชั้น 18 ตึกจามจุรีสแควร์ ซึ่งเป็นการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (https://osos.boi.go.th/TH/home/) โดยไม่ต้องเดินทางไปติดต่อหลายหน่วยงาน และการบริการผ่านระบบออนไลน์ SINGLE WINDOW Visa and Work Permit System (https://swe-expert.boi.go.th/SW-WEB/main.php) ซึ่งข้อมูลของ BOI ได้เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีบุคลากรต่างชาติที่ได้รับอนุมัติวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน รวมแล้วกว่า 56,000 คน ประกอบด้วย

ประเภทวีซ่าและใบอนุญาตทำงานสำหรับผู้เชี่ยวชาญต่างชาติที่ทำงานภายใต้โครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน มีผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญต่างชาติที่เข้ามาทำงาน ภายใต้โครงการส่งเสริมการลงทุน จำนวนประมาณ 50,000 คน

ประเภท LTR Visa รวมทั้งสิ้นกว่า 4,000 คน จากสหรัฐอเมริกา 791 คน รองลงมา ได้แก่ รัสเซีย 479 คน สหราชอาณาจักร 332 คน จีน 277 คน เยอรมัน 236 คน ญี่ปุ่น 207 คน และฝรั่งเศส 198 คน

ประเภท Smart Visa และกลุ่ม Startup รวมทั้งสิ้น 2,170 คน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา รัสเซีย สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และเยอรมัน

โดยสำหรับวีซ่าพำนักระยะยาว (Long-Term Resident Visa: LTR Visa) เป็นมาตรการของรัฐบาล ที่มุ่งดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูง 4 กลุ่มเข้าสู่ประเทศไทย ได้แก่ 1) ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ 2) ผู้ที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย 3) ผู้ที่มีความมั่งคั่งสูง และ 4) ผู้เกษียณอายุ รวมถึงผู้ติดตาม สามารถพำนักในประเทศไทยได้ 10 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้งที่เดินทางเข้า/ออกประเทศ และได้รับอนุญาตให้ทำงาน โดยจะลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กับกลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ เหลือร้อยละ 17 และยังได้รับการผ่อนปรนระยะเวลาการรายงานตัวกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จากปกติทุก 90 วัน เปลี่ยนเป็นปีละ 1 ครั้ง ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการอนุมัติวีซ่าดังกล่าวให้แก่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรชั้นนำระดับโลกที่มีการลงทุนหรือตั้งสำนักงานในประเทศไทยหลายแห่ง

รวมทั้ง เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติเห็นชอบในหลักการ เพิ่มการตรวจตราประเภทใหม่ หรือ Destination Thailand Visa (DTV) โดยเป็นมาตรการสำหรับชาวต่างชาติที่มีทักษะและทำงานทางไกลผ่านระบบดิจิทัล เช่น remote worker หรือ digital nomad ที่ประสงค์จะพำนักในประเทศไทยเพื่อทำงานและท่องเที่ยวไปพร้อมกัน โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการภายในเดือนมิถุนายน 2567 นี้ ซึ่งด้วยรูปแบบการดำรงชีวิตของผู้คนในปัจจุบันจะเป็นอีกทางเลือกในการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพให้เข้ามาทำงานในไทยได้มากขึ้น

“นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญในการดึงดูดการลงทุน เพิ่มขีดสามารถในการแข่งขันของไทย เชื่อมั่นว่า ผลจากการปรับปรุงและแก้ไขมาตรการต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงดูดชาวต่างชาติ ให้เข้ามาทำงานในระยะยาว ซึ่งกระตุ้นการลงทุนในอุตสาหกรรมทันสมัย อุตสาหกรรมอนาคต อุตสาหกรรมเป้าหมายในประเทศ เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศไทย” นายชัย กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'หมอเอก' ปัด 'น้ำเงินกินรวบ' คาใจแผนส้มเลื่อนซักฟอก เปิดรับเงินบริจาค

โฆษกรัฐบาลโต้ 'ระบอบน้ำเงินกินรวบ' ซัดปธ.กมธ.บางคณะเล่นการเมืองมากกว่าทำประโยชน์ คาใจวางแผนเลื่อนซักฟอก เปิดรับเงินบริจาคเข้าพรรค ท้าโชว์ค่าใช้จ่ายมีอะไรบ้าง

อบอุ่น-แน่นแฟ้น 'นายกฯ ภูฏาน' ต้อนรับ 'อนุทิน' ก่อนหารือทวิภาคี

บรรยากาศอบอุ่น 'อนุทิน' พร้อมคณะถึงภูฏาน 'นายกฯภูฏาน' ให้การต้อนรับด้วยตนเอง เตรียมหารือทวิภาคี ต่อยอดความร่วมมือ 2 ประเทศ

ครม.ทุ่มงบเงินกู้ 7.3 หมื่นล้าน รับซื้อไฟส่วนเกินหน่วยละ 2.20 บาท จากโซลาร์ล้านหลังคา

ครม.ไฟเขียวโซลาร์รูฟ รับซื้อไฟเหลือ 2.20 บาท ใช้งบ 7.3 หมื่นล้าน เข้มฟันขยะอิเล็กทรอนิกส์ ดำเนินคดีเด็ดขาด มอบ “ปกรณ์” แก้สัมปทานผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อย แสดงให้เห็นไม่ได้เอื้อทุนใหญ่

'หมอเอก'​ ตีเก๊เพจอ้างโอนค่าน้ำชาให้นายกฯ​ 7 ล้าน 'ดีอี'​ ไล่เช็ก 'IP' ลั่นไม่รอดแน่

‘โฆษกรัฐบาล’​ ตีเก๊ ปม.เพจอ้างโอนค่าน้ำชาให้นายก​ 7 ล้าน​ เผย​ กระทรวงดีอี​ กำลังไล่บี้​ IP ใน-นอกประเทศไม่มีเว้น ซัด​ คนเป็นนักการเมืองก่อนแชร์​ ควรมีความรับผิดชอบต่อสังคม​ ชี้เผยแพร่ข้อมูลเท็จต้องรับผิดชอบอาญาและจริยธรรม

'โฆษกรัฐบาล' โต้ข่าวสลิปโอน 7 ล้านให้ 'อนุทิน' เตือนนักการเมืองอย่าแชร์ต่อ โดยไม่ตรวจสอบ

โฆษกรบ.ชี้ข่าวโพสต์โอนเงินเข้าบัญชี'อนุทิน' ต้นทางคือบัญชีที่ไม่มีตัวตน โพสต์ข้อความข่าวปลอมบิดเบือน ใส่ร้ายคนที่ต้องการจะทำร้าย

โฆษกรัฐบาล จี้ สส.-สก.กทม. ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วม

“โฆษกรัฐบาล” จวก สส.กทม. บิดเบือนเงินหมด ทำปชช.ตื่นตระหนก เข้าแถวรอเงินเยียวยา เหน็บ ตจว. ใช้ระบบเดียวกัน แต่ไร้ปัญหา ทำได้เร็ว เหตุ สส. - ท้องถิ่น ลงพื้นที่สำรวจเอง ถามดังๆ ทำไมตัวแทนเมืองกรุงทำไม่ได้