นายกฯ อ้าแขนรับทุนจีนกว่า 7 หมื่นล้าน ชมเปาะไทยปลอดค่าน้ำร้อนน้ำชา

“อนุทิน” เผย บิ๊กในจีน 4 บริษัทพร้อมลงทุนไทยกว่า 7 หมื่นล้าน ชู “Thailand FastPass” ดึงฐานผลิตโลก ยกระดับทักษะแรงงานไทย  ปลดล็อกการลงทุนครั้งใหญ่ BOI พร้อมช่วยขจัดอุปสรรคจุดเดียวเบ็ดเสร็จ 

19 ก.ค.2569 – เวลาประมาณ 15.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่ง เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ระหว่างเดินทางโดยเครื่องบินโดยสาร ระหว่างนครเฉิงตูมายังกรุงปักกิ่ง โดยเปิดเผยถึงความสำเร็จภายหลังการนำคณะทีมไทยแลนด์ หารือกับผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในประเทศจีน 4 บริษัทเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมาว่ากลุ่มนักลงทุนจีนโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง มีความมั่นใจอย่างยิ่งในการเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสินค้าเป้าหมายและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ โดยการหารืพบหารือกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำ  4 แห่งได้รับการยืนยันว่ามีแผนการลงทุนในประเทศไทยมูลค่ารวมกว่า 70,000 ล้านบาทภายในปีนี้

โดยมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมที่ต้องใช้ความแม่นยำและเทคโนโลยีขั้นสูง (Precision Technology) เช่น  อุปกรณ์รับส่งสัญญาณทางแสง (optical transceiver) เพื่อรองรับธุรกิจ Data Center, เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) และ ไมโครชิป สำหรับการสื่อสารความเร็วสูง รวมถึงการขยายกำลังการผลิตในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างต่อเนื่อง การลงทุนมหาศาลครั้งนี้คาดว่าจะทำให้เกิดการจ้างงานคนไทยเพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นคนโดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะ (Upskilling)ซึ่งแรงงานไทยจะได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่จากบริษัทชั้นนำเหล่านี้โดยตรง เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว

นายกฯ กล่าวว่า สาเหตุสำคัญที่นักลงทุนจีนเลือกไทยเป็นลำดับต้นๆ เนื่องจากความเชื่อมั่นในโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบขนส่งและสาธารณูปโภคที่เอื้อต่อการเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ นอกประเทศจีน เพื่อรับมือกับความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ 

เมื่อถามว่า รัฐบาลจะให้การสนับสนุนสานต่ออย่างไร นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความมั่นใจ โดยปัจจุบันมีนโยบาย “Thailand FastPass” ของ BOI ซึ่งจะเป็นจุดบริการเบ็ดเสร็จ (One-stop Service) เพื่อเร่งรัดกระบวนการอนุมัติและอนุญาตให้รวดเร็วขึ้น นักลงทุนชื่นชมในความสะดวกและโปร่งใส โดยเฉพาะการที่ไม่มีปัญหาเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์หรือค่าน้ำร้อนน้ำชา เหมือนในอดีต รวมถึงไม่ต้องติดต่อหลายหน่วยงานให้ยุ่งยาก เพราะ BOI จะเป็นผู้ประสานงานและขจัดอุปสรรคทั้งหมดให้เพียงจุดเดียว

เมื่อถามว่า นักธุรกิจไทยที่มาลงทุนในจีนมีข้อเสนอที่ฝากนายกฯไปหารือกับ นายกรัฐมนตรีของจีนในวันที่ 20 ก.ค. หรือไม่

ไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ส่วนใหญ่นักธุรกิจไทยที่มาประกอบกิจการในจีน อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร อาหาร โรงไฟฟ้า และธุรกิจบริการ เช่น เครือโรงแรมต่าง ๆ ซึ่งจากการพบปะกับผู้บริหารและเจ้าของกิจการ หลายสิบรายที่เป็นเจ้าของกิจการในจีน ต่างยืนยันว่าได้รับความสะดวกในการดำเนินธุรกิจจากรัฐบาลจีนเป็นอย่างดีเช่นกัน

นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนและปรับปรุงเงื่อนไขต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตเทคโนโลยีแห่งอนาคตของภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบ 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศุภชัย' มั่นใจโรดโชว์จีนอนุทิน ไทยดึงเงินทุนยักษ์ใหญ่ คว้าศูนย์กลางฐานผลิตอาเซียน

“ศุภชัย เจียรวนนท์” มั่นใจโรดโชว์จีนของนายกฯ อนุทิน สร้างความเชื่อมั่นดึงทุนยักษ์ใหญ่ ชี้เป้า "ฉงชิ่ง-เสฉวน" กลุ่มไฮเทค เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ เสริมไทยทวงฐานผลิตอนาคตอาเซียน

นายกฯ หารือมณฑลเสฉวน ยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ดันสินค้าไทยสู่ตลาดจีนตะวันตก

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม การท่องเที่ยว และความร่วมมือระดับท้องถิ่น เพื่อเชื่อมเศรษฐกิจไทยเข้ากับตลาดจีนตะวันตกอย่างเป็นรูปธรรม โดยนายหวัง เสี่ยวฮุย กล่าวต้อนรับนายกรัฐมนตรีและคณะ พร้อมย้ำว่าไทยเป็นประเทศสำคัญสำหรับมณฑลเสฉวน ปัจจุบันเสฉวนมีความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องกับ 5 จังหวัดของไทย

รัฐบาลเร่งแก้ Missing Link เชื่อมระบบราง-ถนน ชี้โครงการแลนด์บริดจ์ยังศึกษาต่อ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยภายหลังการหารือกับนักลงทุนจีนว่า นักลงทุนจีนมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทยอย่างมาก โดยเฉพาะความพร้อมด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานที่รองรับการลงทุนได้จริง

นายกฯ เปิดสำนักงาน 'บีโอไอ' เฉิงตู ชวนนักธุรกิจจีนลงทุนในไทย ชูประตูสู่อาเซียน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน Thailand–China (Sichuan) Investment and Economic Forum 2026 พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ (Keynote Speech)