สภากลาโหม เร่งดัน 'เออรี่รีไทร์ทหาร' ให้ตรงตามเป้า สนองนโยบายรัฐบาลลดกำลังพล

“สุทิน” กำชับ ทำ“โผทหาร”เลือกคนดี มีความรู้-ความสามารถ เหมาะกับตำแหน่ง เร่งยอด “เออรี่รีไทร์” เดดไลน์ 30 วันดึง “ทหารตบยุง” ร่วมโครงการ สนองนโยบายรัฐบาลลดกำลังพล จี้ใช้งบฯ ให้ทันกรอบเวลา

30 ก.ค.2567 - พลเรือตรี ธนิตพงศ์ สิริเศวตศักดิ์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหม ที่มีนายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม เป็นประธาน โดยมี ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.ทหารสูงสุด ผบ.เหล่าทัพเข้าร่วมว่า รมว.กลาโหมได้กล่าวถึงการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลวาระ ตุลาคม พ.ศ. 2567 ให้ยึดถือการปฏิบัติตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล พ.ศ. 2551 เพื่อให้ได้คนดี มีความรู้ความสามารถ และมีความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ ซึ่งจะส่งผลให้การปฏิบัติงานของหน่วยมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการในภาพรวม

พร้อมให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ เพิ่มการประชาสัมพันธ์โครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดของกระทรวงกลาโหม ปีงบประมาณ 2568 ถึง 2570 เพื่อสนับสนุนให้การปรับลดกำลังพลในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ผู้ทรงคุณวุฒิ นายทหารปฏิบัติการ และประจำหน่วย เป็นไปตามแผนการบริหารจัดการกำลังพลของกระทรวงกลาโหมโดยเร็ว อันจะช่วยให้กระทรวงกลาโหมมีโครงสร้างและอัตราขนาดที่เหมาะสม สอดคล้องกับนโยบายและเจตนารมณ์ของรัฐบาล

ทั้งนี้ ให้ทุกหน่วยรายงานผลการดำเนินโครงการฯ รวมถึงปัญหาข้อขัดข้องให้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (กรมเสมียนตรา) ทราบภายใน 30 วัน หลังจากวันที่มีคำสั่งให้ข้าราชการทหารออกจากราชการของแต่ละปี และสรุปผลการดำเนินการให้ทราบ ต่อไป

สำหรับการดำเนินการด้านงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ขณะนี้เข้าสู่ห้วงไตรมาสที่4 (ก.ค.-ก.ย.67) โดยเหลือเวลาในการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 อีกประมาณ 2 เดือน ซึ่งผลการใช้จ่ายงบประมาณนั้นยังต่ำกว่าเป้าหมาย จึงให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ ควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน ให้เป็นไปตามแผนการปฏิบัติงาน กรอบระยะเวลา และค่าเป้าหมายตามที่รัฐบาลกำหนด เพื่อให้สามารถก่อหนี้ผูกพันงบประมาณได้แล้วเสร็จก่อนสิ้นปีงบประมาณ สำหรับรายการเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีงบประมาณ พุทธศักราช 2566 นั้น ให้เร่งรัดการเบิกจ่ายให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายน 2567 เพื่อมิให้งบประมาณที่ได้รับจัดสรรต้องถูกพับตกไป

กรณีมีโครงการ งานที่ประสบปัญหาในการดำเนินงาน และคาดว่าจะไม่สามารถผูกพันงบประมาณได้ทัน ให้พิจารณาดำเนินการตามระเบียบและวิธีการที่เกี่ยวข้อง อันจะช่วยให้การใช้จ่ายงบประมาณของกระทรวงกลาโหมเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ ในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ จะต้องยึดถือกฎ ระเบียบ คำสั่ง และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ตลอดจนดำเนินการในทุกขั้นตอนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้อง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทีทีบี - กระทรวงกลาโหม เดินหน้าสร้าง “พี่เลี้ยงแก้หนี้” ครบ 5 หน่วยขึ้นตรง เสริมภูมิคุ้มกันและสร้างชีวิตทางการเงินที่ดี ให้แก่กำลังพลทั่วประเทศ

ทีทีบีและ 5 หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม ร่วมสะท้อนความสำเร็จโครงการ “พี่เลี้ยงแก้หนี้” ประจำหน่วยงาน หลังพัฒนาเครือข่ายพี่เลี้ยงแก้หนี้ครอบคลุมทุกเหล่าทัพ พร้อมช่วยเหลือกำลังพลที่มีปัญหาหนี้สิน มุ่งสร้างกลไกดูแลสุขภาพทางการเงินจากภายในหน่วยงาน เพื่อลดปัญหาหนี้สินอย่างยั่งยืน และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กำลังพลไทยทั่วประเทศ

'กลาโหม' กำหนด 5 สี ประเมินความเสี่ยงชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้ปัจจุบันระดับ 1.5 เพิ่มการเฝ้าระวัง

“สภากลาโหม“ สั่งคุมเข้ม-สกัดกั้นการประกอบโดรน ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เผยฝ่ายความมั่นคง ประเมินสถานการณ์ แบ่งระดับ 5 สี ปัจจุบันอยู่ที่ 1.5 เพิ่มการเฝ้าระวัง ขอ ปชช.สบายใจ ตอนนี้ยังสงบอยู่

เปิดแผนตั้ง 'หมู่บ้านมั่นคง' 5 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา นำร่อง อ.น้ำยืน อุบลฯ

พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหม ถึงแผนการสร้างหมู่บ้านมั่นคง ตามแนวชายแดน ว่า กระทรวงกลาโหม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย

'พล.ท.อดุลย์' ถกสภากลาโหมนัดส่งท้ายปีฯย้ำสานต่อความร่วมมือด้านมั่นคง-ระหว่างประเทศ

'พล.ท.อดุลย์' ถกสภากลาโหมนัดส่งท้ายปีงบประมาณ2569 พร้อมขอบคุณผู้บัญชาการเหล่าทัพ ร่วมขับเคลื่อนภารกิจความมั่นคง ย้ำ สานต่อความร่วมมือด้านกลาโหมระหว่างประเทศ

นิกร โสมกลาง เผย 'บ้านมั่นคงชายแดน' ยกระดับที่อยู่อาศัย-คุณภาพชีวิต 2.5 แสนครัวเรือน สร้าง 'ชุมชนชายแดนเข้มแข็งพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง' เสริมความมั่นคงประเทศ

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. เผยแผนยุทธศาสตร์และกรอบดำเนินงาน “โครงการเสริมสร้างเครือข่ายองค์กรชุมชนกับการจัดการภัยพิบัติและพัฒนาพื้นที่ชายแดน” ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2570–2574) ครอบคลุม 26 จังหวัด 94 อำเภอ 752 ชุมชน รวม 259,037 ครัวเรือน ชูงบสนับสนุนสูงสุด 176,000 บาท/ครัวเรือน มุ่งแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน ความไม่สงบ และภัยพิบัติ พร้อมบูรณาการกลไก 5 ระดับเพื่อกระจายอำนาจสู่การจัดการตนเองของชุมชนอย่างยั่งยืน