18 ม.ค.2565 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร (ศจร.ตร.)กล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ (PM2.5) มีค่าสูงเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่โดยเฉพาะในพื้น กทม.ว่า ในส่วนงานจราจร ศจร.ตร. ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเพิ่มมาตรการตรวจจับรถที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐาน โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก กรมควบคุมมลพิษ กรุงเทพมหานคร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพื้นที่ เพื่อตั้งจุดตรวจรถควันดำ ทั้งรถบรรทุก รถสาธารณะ และรถกระบะส่วนบุคคล
สำหรับในเขตพื้นที่ กทม. นั้นมีการตั้งจุดตรวจ จำนวน 20 จุด แบ่งเป็น จุดตรวจตั้งถาวร จำนวน 15 จุด และจุดตรวจแบบเคลื่อนที่ (Mobile) จำนวน 5 จุด โดยสถิติที่ผ่านมาในปี 2564 มีการเรียกตรวจรถรถบรรทุกและรถสาธารณะ รวมจำนวน 125,974 คัน มีค่าควันดำเกินกำหนด 51,625 คัน รถกระบะส่วนบุคคล รวมจำนวน 127,141 คัน มีค่าควันดำเกินกำหนด 52,176 คัน รวมมีรถควันดำเกินกำหนดทั้งสิ้น 103,802 คัน ออกคำสั่งห้ามใช้รถรวมทั้งสิ้น จำนวน 4,689 คัน และในปีนี้เฉพาะในช่วงวันที่ 1- 15 ม.ค.65 มีการเรียกตรวจรถบรรทุกและรถสาธารณะรวมจำนวน 3,748 คัน มีค่าควันดำเกินกำหนด 1,482 คัน รถกระบะส่วนบุคคล รวมจำนวน 4,667 คัน มีค่าควันดำเกินกำหนด 919 คัน รวมมีรถควันดำเกินกำหนด 2,401 คัน ออกคำสั่งห้ามใช้รถรวมทั้งสิ้น จำนวน 88 คัน
ทั้งนี้ บช.น. ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจจับรถที่มีค่าควันดำ โดยหากเป็นรถบรรทุกหรือรถสาธารณะจะมีโทษปรับสูงสุดถึง 50,000 บาท (ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก) ส่วนรถส่วนบุคคล จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท (ตามกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก) และจะถูกออกคำสั่งห้ามใช้รถตามกฎหมายทั้งห้ามใช้ชั่วคราวและห้ามใช้เด็ดขาด ในส่วนของมาตรการการดำเนินคดีกับรถจักรยานยนต์นั้นในช่วงวันที่ 15 พ.ย.64 ถึง 16 ม.ค.65 มีผลการจับกุมข้อหา ขับรถย้อนศร รวม 53,403 ราย ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร 27,466 ราย ขับรถรถจักรยานยนต์บนทางเท้า 7,293 ราย ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว 2,284 ราย และดำเนินคดีข้อหาขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นจำนวน 70 ราย รวมผลการดำเนินการทั้ง 4 ข้อหา จับกุมรวมทั้งสิ้น 90,446 ราย แบ่งเป็น รถ จยย.ทั่วไป 74,832 ราย รถ จยย.เดลิเวอรี่ 10,869 ราย และรถ จยย.สาธารณะ 4,718 ราย
ผอ.ศจร.ตร. กล่าวอีกว่า ปัจจุบันปัญหาการทำผิดกฎหมายจราจรเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ เช่น การฝ่าสัญญาณไฟแดง การขับรถย้อนศร การแซงในที่คับขัน เป็นต้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยสั่งให้ ตร. เร่งจัดระเบียบการจราจร เพื่อสร้างความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงได้กำชับทุกหน่วยงานในสังกัดและภาคีเครือข่ายร่วมกันดำเนินการเพื่อให้เกิดความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สนธิกำลัง ตรวจสอบหาต้นตอน้ำเสียจากโรงงานนิคมอุตสาหกรรม ทำสัตว์น้ำตายเกลื่อน
ปลัดอำเภอนิคมพัฒนา รองนายกเทศบาลตำบลพนานิคม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วย สาธารณสุข และเจ้สหน้าที่จากอุตวาหกรรมจังหวัด สนธิกำลังตรวจสอบน้ำเสีย สัตว์น้ำตายเกลื่อน คาดว่า น้ำเสียถูกปล่อยจากโรงงานอุตสาหกรรม ปลัดอำเภอหวั่นห่วงโซ่อาหารในเขตนิคมอุตสาหกรรม เหลือไว้เป็นเพียงตำนาน ถ้าน้ำเสียลงอ่างเก็บน้าดอกกราย
'โฆษกตร.' สยบดรามา 'จุดตรวจ' ชี้ไม่ใช่เพียงการหยุดรถ เป็นภารกิจด้านความปลอดภัยของสังคม
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจงชัดจุดตรวจ ไม่ใช่เพียงการหยุดรถ แต่เป็นภารกิจด้านความปลอดภัยของสังคม
ตำรวจปรับแผน 'เออร์ลี่รีไทร์' เหลือปีละ 1 ครั้ง หวั่นตำแหน่ง 'นายพล' ขาดช่วง
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช.ครั้งที่ 2/2569 และคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 6/2569 ซึ่งเป็นการประชุมตามวาระปกติ
สลด! เด็กนร.เข้าค่ายคุณธรรม ไฟช็อตขณะอาบน้ำดับคาวัด
ช่วงค่ำเวลา 19.00 น. วันที่ 25 มิ.ย. ที่่ผ่านมา ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรทุ่งใหญ่ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฉวาง ว่ามีเด็กนักเรียนถูกไฟฟ้าช็อตระหว่างเข้าค่ายอบรมคุณธรรมจริยธรรม
นายกฯ ปลื้มผลงานเพื่อน 'ปราบสแกมเมอร์-ตัดวงจรนอมินีข้ามชาติ' โอ่ช่วยไทยไต่ระดับเชื่อมั่นนานาชาติ
‘อนุทิน’ นำแถลงผลปราบสแกมเมอร์ - ตัดวงจรนอมินีข้ามชาติ เผยพอใจทุกหน่วยงานมุ่งมั่นทำงาน ทำไทยไต่ระดับความเชื่อมั่นจากนานาชาติดีขึ้น
รัฐบาลลุยปราบแก๊งข้ามชาติ ดัน SHIELD ผนึก AI จับตาพื้นที่เสี่ยง
รัฐบาลเดินหน้าปราบอาชญากรรมข้ามชาติเต็มรูปแบบ ดัน SHIELD เชื่อมข้อมูลนานาชาติ ผสาน AI เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง

